แค่ท่านให้ความจริงใจกับเราสักนิด จัดครูลงไปที่โรงเรียนขาดครูจริง ๆ เรายินดีจะช่วยเหลือ แม้เราต้องเฉือดเนื้อตัวเองเราก็ยอม

เปิดงบประมาณปี งบประมาณ ๒๕๕๓ วันที่ ๑ ตุลาคม ของทุกปี เป็นอันว่ากองการศึกษาฯ จะต้องวางฎีกาเบิกเงินให้ผู้อื่นเป็นอันดับแรก เพราะรายการอุดหนุนเขตพื้นที่การศึกษามีมาทุกปี
การอุดหนุนเป็นเรื่องปกติขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่ชื่อว่า "อบจ.ภูเก็ต" เนื่องจากทุกหน่วยงานมองว่า อบจ.มีงบประมาณเยอะ อุดหนุนแค่นี้ไม่ทำให้ อบจ.สะเทือนหรอก เรียกว่า ขนหน้าแข้งไม่ร่วงว่างั้นเถอะ
แต่ใครจะรู้บ้างว่า อบจ. ต้องใช้เงินหลายร้อยล้านปรับปรุงโรงพยาบาลพญาไท เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลของท้องถิ่นที่ให้บริการคนภูเก็ต ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล
และเมื่อเหลียวซ้ายแลขวาใครจะคิดบ้างว่าสำนักงาน อบจ.ภูเก็ตเองอยู่เหมือนรังผึ้งก็ไม่ปาน ต่อเป็นห้องเล็กห้องน้อย เพื่อให้เป็นที่อยู่ของเจ้าหน้าที่ แออัดยัดเยียด ห้องประชุมก็มีน้อยนิด ต้องไปอาศัยห้องประชุมของศาลากลางจังหวัดอยู่บ่อย
และใครจะรู้ไหมว่าพวกเราใช้จ่ายกันอย่างประหยัด ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จะทำโครงการอะไรสักอย่าง ต้องคำนวณงบประมาณให้พอดี ไม่โอเว่อร์ และต้องนำเสนอผู้บริหารเห็นชอบทุกเรื่อง เราไม่มีเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานโครงการไม่ว่าจะดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหน เราถือว่านั่นคืองานปกติ
แต่ตรงกันข้ามหน่วยงานที่ขอเงินอุดหนุนจากเรากำหนดโครงการแต่ละรายการ มีแต่เบี้ยเลี้ยงสำหรับเจ้าหน้าที่ไม่ได้นำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของโครงการ แสดงให้เห็นว่า ถ้าไม่มีเบี้ยเลี้ยงพวกเขาก็ทำงานไม่ได้ใช่ไหม นี่ประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่ง เรื่องการอุดหนุนครูที่ขาดแคลนของโรงเรียนในสังกัด สพท.จำนวน ๒๐๐ อัตรา ผู้เขียนเพียงตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม สพฐ. ถึงปล่อยให้ครูในประเทศนี้ว่างมากมายเช่นนี้ และเมื่อตรวจสอบข้อมูลจริงปรากฎว่าสพท.ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการบริหารบุคคล โรงเรียนที่ครูเกินก็ให้อัตราไปอีกส่วนโรงเรียนที่ครูขาดก็ยังขาดอยู่...อย่างนี้จะให้เป็นภาระของ อบจ.ด้วยหรือ ที่จะต้องเข้าไปบริหารบุคคลให้ รู้สึกว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของเรานะ
เรามีแต่ความจริงใจให้ ก็คือให้งบประมาณเพื่อจ้างครูในอัตราที่ขาดไปช่วยเหลือ ด้วยเห็นแก่เด็กตาดำ ๆ ของเกาะภูเก็ตดินแดนอันสวยงามแห่งนี้
แค่ท่านให้ความจริงใจกับเราสักนิด จัดครูลงไปที่โรงเรียนขาดครูจริง ๆ เรายินดีจะช่วยเหลือ แม้เราต้องเฉือดเนื้อตัวเองเราก็ยอม (หมายถึง เราไม่ได้รับค่าตอบพิเศษ หรือโบนัส เพราะอัตราครูที่เราให้ท่านไปนั้นอยู่ใน ๔๐ % ของเราด้วย)
และอีกประการหนึ่งที่เรารู้สึกเสียใจ เมื่อเราเจอ ผอ. โรงเรียนที่เขาขาดครู เขาจะบริพาททันทีว่า ครูขาดเพราะ อบจ. ตัดอัตราของเขาไป ถามจริง ๆ เถอะว่ามันเป็นหน้าที่ของ อบจ.หรือ ? ในเมื่อไม่ใช่หน้าที่ของเรา แล้วทำไมเราจึงต้องเป็นจำเลยของสังคมภูเก็ตได้ขนาดนี้ เราเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณด้วยซ้ำ แต่ดันกลายเป็นผู้ทำร้ายเขาไป แล้วมันคุ้มกันไหมนี่...

เป็นกำลังใจให้กับทุกท่านนะคะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ...ไปลอยกระทงแล้วยังคะครูแ๋ป๋ม
ขอเป็นกำลังใจครับครูแป๋ม
งานราชการก็อย่างนี้แหละ
แต่ถ้าคิดว่าต้องช่วยเหลือ
เด็กไทยทั้งเด็กเก่ง เด็กอ่อน
และเด็กที่มีปัญหา ก็ต้องกัดฟัน
ทำสิ่งที่ถูกต้อง..ให้การศึกษา
สร้างคนดีเพื่อสังคมที่ดีของไทย
ขอเป็นกำลังใจครับ....