"ความแตกต่างระหว่าง การรอการลงโทษ และการพักโทษ"

               เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา.. มีโอกาสได้เรียนวิชากม.อาญาระหว่างประเทศ โดยครั้งนี้เปิดตัวด้วยอาจารย์แหวว(รศ. ดร. พันทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร)เป็นผู้บรรยายท่านแรก

               ในช่วงเวลา 3 ชม.นั้น อาจารย์แหววได้ทิ้งประเด็นไว้ให้คิดมากมาย(เหมือนเคย) และหนึ่งในประเด็นที่เรามักจะได้ยินผ่านหู แต่ไม่ยักกะเอามาพิจารณาให้ดี คือ
"ความแตกต่างระหว่าง การรอการลงโทษ และการพักโทษ"

               "การรอการกำหนดโทษ" และ "การรอการลงโทษ" เป็นวิธีการที่ศาลใช้เพื่อหลีกเลี่ยงผลร้ายของโทษจำคุกระยะสั้น หลีกเลี่ยงมิให้ศาลจำคุกจำเลยในระยะเวลาอันสั้น ม.๕๖ (๑) เป็นเครื่องเตือนสติให้ผู้กระทำความผิดต้องสังวรระมัดระวังตัวไม่กระทำความผิดขึ้นอีก คุมความประพฤติ ป้องกันหลีกเลี่ยงผลร้ายจากโทษจำคุก
               เงื่อนไขของการรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ เป็นดุลยพินิจของศาลแต่ละชั้นศาล
               ๑.เงื่อนไขเกี่ยวกับโทษ ศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี ความผิดฐานใดๆก็ได้ 
               ๒.ไม่ได้รับโทษจำคุกมาก่อน หมายความว่า จำเลยไม่ได้รับโทษจำคุกมาก่อนคดีที่ศาลกำลังจะพิพากษา
               ๓.เงื่อนไขเกี่ยวกับเหตุ คือ อายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือเหตุอื่นๆที่ควรปราณี
               - ศาลอาจคำนึงถึงเหตุใดเหตุหนึ่งเพียงเหตุเดียว หรือหลายเหตุรวมกันก็ได้ 
               - เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ ม.๕๖(๒)

               การพักการลงโทษ หมายถึง การปลดปล่อยออกไปก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาศาลภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติที่กำหนด การพักการลงโทษมิใช่สิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นประโยชน์ที่ทางราชการให้แก่นักโทษเด็ดขาดที่มีความประพฤติดี มีความก้าวหน้าทางการศึกษา ทำงานเกิดผลดีแก่เรือนจำหรือทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษ

               ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

               - เป็นนักโทษเด็ดขาด

              - ชั้นเยี่ยม เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 3

              - ชั้นดีมาก เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 4

              - ชั้นดี เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ใน 5

              ดังนั้น การรอการลงโทษและการพักการลงโทษ จึงมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน(แม้ว่าคำจะดูใกล้เคียงกันเหลือเกินก็ตามที) ซึ่งการรอการลงโทษนั้นเป็นวิธีการหนึ่งของการกำหนดโทษของศาล ซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาลว่าจะลงโทษจำเลยในคดีอย่างไร ตามแต่เงื่อนไขและพฤติการณ์ข้างต้น แต่ส่วนของการพักการลงโทษนั้น เป็นกรณีที่จำเลยรับการลงโทษเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้ว แต่ภายหลังมีพฤติการณ์ว่าประพฤติตัวดี จึงเป็นเสมือนการมอบรางวัลให้แก่การประพฤติดีนั้นนั่นเอง