วันหยุดวันเดียวของสัปดาห์สำหรับตัวเองนั้น ถือว่าเป็นวันพักผ่อนจากการทำงานวิชาชีพ แม้ว่าตั้งใจจะเคลียร์งานเอกสารบางอย่างที่หอบหิ้วกลับมาด้วย แต่ก็ให้ลำดับความสำคัญไว้หลังสุด ถ้าเวลาเหลือจึงจะทำ สุดท้ายก็ไม่ได้ทำจริงๆ

วันนี้ช่วงเช้า ใช้เวลาดูแลเจ้ามะกรูดน้อยๆและได้เห็นว่า เมล็ดพริกก็งอกขึ้นมาเป็นต้นเล็กๆแล้วสิบกว่าต้น ชื่นใจดีจริงๆ เพิ่งมาได้รู้สึกถึงความสุขจากการปลูกต้นไม้แล้วเขาโตเอาก็เมื่อชีวิตล่วงมาถึงเลขสี่นี่แหละหนอ ไม่สาย...ไม่สาย...บอกตัวเองอย่างนั้น

ต่อด้วยไปรับผลสอบให้พี่เหน่นที่โรงเรียน เป็นครั้งแรกที่ได้พบคุณครูประจำชั้นม.5 ของพี่เหน่น ได้ฟังคุณครูประจำชั้นพูดถึงนักเรียน พูดถึงความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและครูในการช่วยกันดูแลเด็กๆให้เป็นคนดีและมีความสุข ถูกใจกับวิสัยทัศน์ของคุณครูมากๆที่บอกว่า เน้นให้เด็กเป็นคนดีมากกว่าคนเก่ง ฟังแล้วสบายใจที่ลูกวัยนี้ได้คุณครูแบบนี้เป็นคนดูแล ถือเป็นโชคดีของพี่เหน่น

ซื้อข้าวของใช้ประจำบ้านแล้วก็กลับมากินอาหารเที่ยงฝีมือคุณพ่อบ้าน ต่อด้วยรีดผ้าทั้งสัปดาห์ เป็นกิจวัตรที่นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนอยู่เมืองนอก ไม่ต้องมาเสียเวลากับชุดทำงาน ชุดนักเรียนแบบนี้เลย น่าเสียดายที่เราคนไทยไม่เลือกรับวัฒนธรรมการแต่งกายไปทำงาน ไปโรงเรียนแบบที่ไม่เปลืองทรัพยากรธรรมชาติบ้างนะคะ นี่ขนาดเลือกเสื้อผ้าแบบที่ต้องรีดน้อยแล้วก็ยังถือว่าเป็นภาระไม่น้อยทีเดียว

ช่วงบ่ายที่ดูเหมือนจะมีเวลาเหลือ ก็เกิดนึกฮิตขึ้นมา อยากย้ายที่ของตู้ โต๊ะที่มีอยู่และจะได้ทำความสะอาดไปด้วย ถือโอกาสเคลียร์พื้นที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ย้ายที่วางเครื่องพิมพ์ ย้ายที่เล่นดนตรีของลูก ใช้เวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง เหนื่อยแต่ได้บ้านที่สะอาดขึ้นและการวางข้าวของที่สะดวกขึ้น น้องฟุงช่วยคุณแม่ยกโน่นย้ายนี่ไป ทำหน้างงๆไปด้วยว่า แม่จะเอายังไง แต่ก็เป็นลูกมือที่น่ารักมาก พี่เหน่นไม่อยู่ตั้งแต่ก่อนเที่ยงเพราะขอไปเลี้ยงเพื่อนๆตามนัดจากที่ไปแข่งขันได้รางวัลกลับมาเมื่อปลายเดือนก่อน กลับมาก็ได้เห็นข้างของย้ายที่เรียบร้อยแล้ว นึกขึ้นมาได้ว่า นี่ขนาดแฟลตที่อยู่ตอนนี้มีพื้นที่ไม่มากนัก เรายังเหนื่อยกับการจัดข้าวของขนาดนี้ บ้านใหญ่ๆนี่จะสักขนาดไหน คนเรานี้หนอช่างไม่พอเพียงเอาเสียเลย ความจริงแล้วเราใช้พื้นที่ในแต่ละวันไม่มากเลยนะคะ ...คิดไปโน่น

สรุปว่าเป็นวันพักผ่อนที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนข้าวของในบ้าน เหนื่อยแต่มีความสุขไปอีกแบบ รู้สึกว่า ชีวิตที่ได้เปลี่ยนแปลงกิจวัตรไปเรื่อยๆนั้น มีชีวิตชีวาและมีความสุขไปอีกแบบหนึ่งนะคะ บันทึกไว้เป็นไดอารี่ประจำวันนี้ (ความจริงข้ามวันมาเป็นวันอาทิตย์เสียแล้วนะนี่)