เหลียวหลังก่อนแลหน้า พาสู่เป้าหมายร่วมกัน

     ประมาณเดือนกันยายน  หรือ  เดือนตุลาคม  ของทุกปีจะเป็นช่วงสรุปผลงานประจำปีของโรงพยาบาลแก่งคอย  เป้าหมาย  ได้แก่ทุกงานและทุกทีม(คุณภาพ)  หัวหน้างาน 1 คน  และผู้ปฏิบัติงาน 1 คน  หน่วยงานเล็กอาจมีแค่หัวหน้างานคนเดียว  ผู้นำเสนอส่วนใหญ่เป็นผู้ปฏิบัติ(ลูกน้อง) ที่จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกปี  เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน  และได้ร่วมบรรยากาศการประชุม  และปีนี้กำหนดขึ้นในวันที่ 16-17 ตุลาคม 2552  ณ ชลพฤกษ์รีสอร์ท  จังหวัดนครนายก

  ทีมวิทยากรนำทีมโดยคุณชูศรี   รักษา,  คุณวาสนา  มีนพกิจ,  คุณเลิศชาย   สายสะอาด,  คุณมะลิ  สอวิเศษ, คุณอัญชลี  ห้วยหงส์ทอง,  น้องเปิ้ล(สุจริตพรรณ) ช่างภาพ,  ทีม HRD  ลงทะเบียน  รวบรวมและสรุปความคิดเห็นและคะแนนประกวดต่างๆ

                            

ภาพเคลื่อนไหว

ทีมวิทยากร

   หลังทีมวิทยากรทำ BAR, พบว่าผู้เข้าร่วมประชุม 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ยังไม่เคยทำกิจกรรมแบบที่ทางทีมจะจัด  ดังนั้น  การสรุปผลงานปีนี้จะเปลี่ยนรูปแบบไป    เราจะใช้วงสนทนาแบบ Dialog ร่วมด้วย  เริ่มตั้งแต่  การนั่งฟังการบรรยายสรุปผลงานของแต่ละงานแบบ  Deep Listening (: อยากเห็นองค์กรเป็นแบบไหนในปี 2553) เราจะเปลี่ยนการนั่งประชุมบนโต๊ะแบบรูปตัวยูหรือนั่ง แถวหน้ากระดาน  เหมือนที่เคยปฏิบัติมา  เปลี่ยนเป็นนั่งบนพื้นพรมแบบสบายๆ  จัดเก้าอี้ไว้ชิดผนังทั้งสองด้านเผื่อใครอยากนั่งบนเก้าอี้ก็ตามสบาย  โดยยึดกติกา  คือ ฟังอย่างตั้งใจ  เคารพและให้เกียรติผู้พูดบนเวที  ระหว่างเบรก  หากมีเวลาก็จะกระตุ้นผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดด้วยกิจกรรมเบาๆซัก 3-5 นาที       

                                                                                                                                                 

ภาพเคลื่อนไหว

รูปแบบการประชุม แบบเดิม(ซ้าย)   แบบใหม่ (ขวา)

          ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวัน  นำกิจกรรมการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร  ทั้งหมด  6  ขั้นตอน   โดยการล้างมือแต่ละท่า   จะให้นึกเป็นชื่ออาหาร    ก็จะมีอาหาร 6 อย่าง  ได้แก่ ขมมปัง-ขนมจีบ ซาลาเปา-แซนวิชไส้กรอก-ขาหมู กิจกรรมนี้ต้องขอบคุณ พี่เพชรน้อยจาก รพ.โนนไทยมากค่ะ(http://gotoknow.org/blog/newhome/302520  ทีนี้การล้างมือมันต้องไม่ธรรมดา  มันต้องผลัดกันล้างกับคู่ที่เลือกแล้วว่าใช่    นี่ก็เรียนรู้และเลียนแบบจาก  IC  ของ   รพ.พระโต๊ะค่ะ  (http://gotoknow.org/blog/sha-patoa/305597) เห็นมั้ยคะ  G2K  มีกิจกรรมหลายกิจกรรมให้เรียนรู้มากมาย   ติดตามชมจากภาพถ่ายนะคะ   ก็มีความสุขกันไปตามประสาคนคู่ค่ะ

ผอ.คะ  เค้าให้ล้างมือนะคะ  ไม่ได้เล่นตบแปะ อิอิ

เจ้าพ่อ  เจ้าแม่ IC คะ  แต่ละคู่ล้างมือถูกต้องตามหลัก IC มั้ยคะ

          เมื่อแต่ละหน่วยงานนำเสนอสรุปผลงานแล้ว  จะได้รับการวิพากย์จากผู้ทรงเกียรติ  งานนี้ได้รับเกียรติ จากอดีตผู้ชำนาญการพิเศษด้านสาธารณสุข  ของสำนักงานสารธารณสุขจังหวัดสระบุรี  ลูกแก่งคอย  และคนแก่งคอย  คือคุณกุลทรีย์   เผือกพิบูลย์  หรือป้าเตียงของพวกเรา  ได้ให้เกียรติเป็นผู้วิพากย์ภายนอกหนึ่งท่าน  ท่านเป็นผู้ชำนาญการและชำนาญงานด้านสาธารณสุขมาก  แม้จะครบอายุเกษียณ  แต่ความเก๋าเกมส์และเก๋างานต้องยกให้ท่านเลย  วิพากย์ได้สุดยอด  ให้กำลังใจและชี้โอกาสพัฒนาให้กับพวกเรา   และปัจจุบันท่านก็มาทำงานเป็นจิตอาสาในโรงพยาบาลแก่งคอยด้วย  และร่วมด้วยทีมวิพากย์จากทีมโรงพยาบาลได้แก่  ทพ.ธนกร  สอวิเศษ  หัวหน้าฝ่ายทันตสาธารณสุข  อ.ดวงใจ  สุขตระกูล หัวหน้าพยาบาล   ภก.ธานินทร์  สุขเสงี่ยม  หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมชุมชน   พญ.ศุภพิชญา  พารักษา ประธานองค์กรแพทย์  พ่วงด้วยน้องใหม่ผู้สังเกตการณ์ พญ.ยุพธิดา  วรศรัณย์

  

ผู้วิพากย์จากซ้ายไปขวา อ.ดวงใจ, ป้าเตียง, ภก.ธานินทร์, ทพ.ธนกร, พญ.ศุภพิชญา, พญ.ยุพธิดา

       หลังรับประทานอาหารกลางวัน  ก่อนเริ่มภาคบ่าย  มีกิจกรรมผ่อนพักตระหนักรู้  งานนี้มีเซอร์ไพรส์จาก   ท่านผู้อำนวยการ   นพ.ประสิทธิ์ชัย    มั่งจิตร   ทีมวิทยาการได้เตรียมพาทุกคนเข้าสู่สติ  สมาธิ  และผ่อนคลายด้วยเสียงเทปที่เตรียมเรียบร้อยแล้ว  สักพักกลายเป็นเสียงท่านผู้อำนวยการ อึ้งสักพัก  และตามไปด้วยกับกิจกรรมจนครบเวลา  หลังเบรกมีเสียงอื้ออึงจากเพื่อนๆ  “ผอก.เปลี๊ยนไป๋”  แต่ไปในทางที่ดีนะคะ  ไม่นึกว่าท่านจะมานำแบบ “เอาธรรมนำสุข”            

                                                                                

ภาพเคลื่อนไหว

                                                       ผ่อนพักตระหนักรู้ : หลับตานอก  ผอก.พาตระหนักรู้ด้วยตนเอง

          16.30 น.เสร็จสิ้นการนำเสนอ ของวันแรก  ก่อนกลับที่พัก  ละลายพฤติกรรมเพื่อแบ่งกลุ่มสำกรับกิจกรรมสันทนาการกลางคืน  เนื่องจากต้องการให้ทุกคนที่มาทั้งหมดมีส่วนร่วมทุกคน  จึงแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน  และที่เป็นแบบเรียบง่ายและทุกคนชอบก็คือ

  1. ประกวด “แบบจำเป็น” เป็นการประกวดถ่ายรูปหมู่  ด้วยการโพสต์ท่าหรือ Action ที่คิดว่าเด็ดสุดจะเป็นแบบสวย  น่ารัก  น่าเกลียด  หรือตลกขบขันก็ได้  ส่งประกวดทีมละ 1 ภาพ  เนื่องจากต้องการให้ทุกคนได้เดินพักผ่อนและชมรีสอร์ที่สวย  มีบริการรถกอล์ฟพานั่งตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน  และจะคัดเลือกที่ถูกใจทีมวิทยากรมากที่สุด  แต่กิจกรรมนี้ต้องงดไปเพราะช่วงเย็นฝนตกพรำๆ  ตลอด  เป็นอันว่าคงเหลือกิจกรรมเดียวคือ

  2. ประกวดร้องเพลง  “แก่งคอยเสียงทอง”  งานนี้ไม่มีโชว์เดี่ยว  โชว์เป็นทีม  มีนักร้อง  ต้องมีหางเครื่องหรือแดนเซอร์  ทุกคนร่วมกันแสดงหมด  งานนี้ไม่มีเว้น  ผอก.  สำหรับทีมวิยากรทุกคนงานนี้ไม่ประกวด  แต่ขอโชว์เป็นทีมแรก  งานนี้มีทั้งเสียงโห่และเสียงฮา  แบบน่ารัก  ก็สนุกกันไปถ้วนหน้า  เพื่อผ่อนคลายให้กับทีมที่ยังไม่ได้นำเสนอที่เหลือในวันที่สอง  และมอบรางวัลให้กับทีมผู้ชนะ  มีรางวัลปลอบขวัญทุกทีมที่ไม่เข้ารอบ

        วันที่สองช่วงเช้านำเสนอสรุปผลงานทุกหน่วยงานและทีมคุณภาพที่เหลือทั้งหมด  ซึ่งทุกหน่วยงานนำเสนอได้พอดีกับช่วงเวลาที่กำหนด  ดังนั้นตารางกิจกรรมจึงเป็นไปตามที่กำหนดไว้  ช่วงบ่ายจัดทำเข็มมุ่งของโรงพยาบาลประจำปี 2553     มอบรางวัลผู้นำเสนอดีเด่น     และปิดประชุมเวลา 15.30 น. 

          AAR หลังประชุม  ดูเรื่องบรรยาการการจัดรูปแบบ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ทุกคนชอบรูปแบบการจัดการประชุมแบบนี้  จากที่ต้องนั่งฟังในรูปแบบที่เป็นเชิงวิชาการกับการต้องเตรียมตัวนำเสนอที่มีความเครียดระดับหนึ่งอยู่แล้ว  เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย  สบายๆ  อาจมีหาวง่วงบ้างก็หลับตานอกได้  แต่ไม่หลับตาใน  เหนื่อยก็เอนกายได้  หรือนั่งในท่วงท่าที่ต้องการ  แบบไม่ต้องกังวลใจใดๆ

 

ละลายพฤติกรรม : ด้วยพายเรือไปตามนาวา...เห็นคน 8 คนนอนหัวชนกัน  แบ่งกลุ่มตามนี้

บางส่วนของผู้นำเสนอ...แฟนคลับก็มาด้วย

บรรยากาศการประชุม

ใกล้ใจ  ใกล้คู่

 

ผ่อนคลาย...น้องพอลล่าสะใจ  ที่วันนี้  ผอก.มานวดให้หนูค่ะ 

กิจกรรมสันทนาการ...กลางคืนเปิดฟอร์ด้วยรำวงสระบุรี  แล้ว ผอก.ก็ขอไมค์ร้องเอง (อีกแล้ว)  วาดลวดลายเต็มที่  ใครบ้างดูกันเองนะ

ร่วมกันจัดทำเข็มมุ่งประจำปี 2553

รับรางวัล...แก่งคอยเสียงทอง  ปีหน้าจะมาโค่นแชมป์นะ

รางวัลผู้นำเสนอผลงานดีเด่นประจำปี 2552 

 สิ่งที่ทีมวิทยากร  ได้เรียนรู้  คือ 

  • การจัดรูปแบบนี้อาจใช้ได้ไม่บ่อย  ถ้ากลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนไปอาจใช้รูปแบบนี้ได้  ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเดิมๆ  อาจต้องหากิจกรรมเข้ามาเสริม  เพื่อไม่ให้เกิดความน่าเบื่อที่สามารถเดาได้ว่าจะต้องทำอะไรในช่วงต่อไป  และทุกกิจกรรมควรได้เรียนรู้จากกิจกรรมนั้นๆ   

  • เนื่องจากเป็นเวทีของการนำเสนอผลงาน  ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่จะพกความเครียด  กดดัน  และตื่นเต้นมาพร้อมแล้ว  ทีมจึงต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะเพิ่มความเครียด  จึงเน้นการผ่อนคลายแต่ได้สาระเป็นส่วนมากเป้าหมายเป็นกลุ่มเดิมๆ  อาจต้องหากิจกรรมเข้ามาเสริม  เพื่อไม่ให้เกิดความน่าเบื่อที่สา                                                                                    

                                                                                      ... น้ำชา...