ครั้งนี้หอศิลป์เปลี่ยนไปมากพอสมควร แต่เป็นไปในทางที่ดีขึ้น

ภาพของพ่อ 

ปิดเทอมนี้ได้โอกาสพาลูกๆและภรรยาไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด พวกเราเลือกที่จะไปที่ตั้งต้นกันที่กรุงเทพฯ เพราะครอบครัวของพี่เมียผมอยู่ที่กรุงเทพฯกัน เด็กๆก็จะได้มีโอกาสพบปะเล่นสนุกด้วยกัน ผู้ใหญ่ก็ได้พบปะสังสรรค์กัน

กิจกรรมแรกที่ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะพาครอบครัวของผมไปก็คือ หอศิลป์กรุงเทพฯ ซึ่งพวกเค้าได้เคยไปแวะชมมาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อตอนไปกรุงเทพครั้งก่อนหน้านี้

ครั้งนี้หอศิลป์เปลี่ยนไปมากพอสมควร แต่เป็นไปในทางที่ดีขึ้น สิ่งที่ผมกังวลว่าพื้นที่ของหอศิลป์จะมีการจัดการแบบผิดฝาผิดตัว โดยการนำไปขายอะไรก็ไม่รู้ ก็ปรากฏว่าพื้นที่ทุกส่วนใช้ไปในรูปแบบที่สอดประสานกับกิจกรรมของหอศิลป์ มีการเปิดร้านขายของ แต่ก็เป็นร้านขายของที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมทางด้านศิลปะ เช่น ขายอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้เขียนรูป ในราคาที่พิเศษกว่าในห้างฯ มีร้านขายแผ่นซีดีเพลง (เป็นเพลงเก่า ลูกกรุง ลูกทุ่ง เช่น ชาย เมืองสิงห์  ธานินท์ อินทรเทพ และอีกหลายๆศิลปิน) มีมุมสำหรับให้ศิลปินอิสระมานั่งวาดรูปเหมือน รูปล้อการ์ตูน เพื่อหารายได้

ตรงนี้ผมชอบมากเพราะเป็นการสนับสนุนให้การเรียนการสอนศิลปะในบ้านเราพัฒนาขึ้นเพราะอย่างน้อยที่สุด พวกศิลปินรุ่นเล็กๆ รุ่นใหม่ๆ ต้องการพื้นที่ในการแสดง และหารายได้

กลับมาเข้าเรื่องสำคัญที่สุดคือ งานแสดงที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ชื่องานสั้นว่า “ภาพของพ่อ” เป็นงานนิทรรศการที่นำภาพวาดจากศิลปินต่างๆที่วาดเกี่ยวกับ พ่อหลวงของคนไทยทุกคน มาจัดแสดง ดูแล้วเกิดความประทับใจมากๆเลยครับ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และนอกจากประทับใจในงานนิทรรศการแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจก็คือการจัดการแสดง เช่นเดิมเหมือนเมื่อคราวที่แล้วมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครพาเดินเยี่ยมชม บอกกล่าวอธิบายความหมายของภาพ ที่มาที่ไปของภาพ ซึ่งสำคัญมากๆในการเยี่ยมชมงานศิลป์สำหรับบุคคลทั่วไปเช่น พวกเรา ถ้าปล่อยพวกผมเดินดูเองก็จะไม่สามารถเกิดความประทับใจได้มากเพราะก็คงได้แต่เดินดูโดยไม่มีข้อมูลอะไรเลย น้องๆอาสาสมัครที่พาพวกเราเดินชมก็น่ารักอัธยาศัยดี มีการเตรียมพร้อม และได้รับการอบรมจากเจ้าหน้าที่ของหอศิลป์ฯมาเป็นอย่างดี น้องเค้ายังเรียนอยู่ชั้นปี๒ ประสานมิตร ขอปรบมือเพื่อชื่นชมให้ดังๆ ไว้ตรงนี้ด้วยครับ น้องเค้ายังแนะนำอีกว่า พวกผมควรจะเดินเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมสิริกิต์ โดยน้องเค้าบอกว่าให้พวกไปเยี่ยมชมบูธของ อาจารย์เกริก ยุ้นพันธ์ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนน้องเค้าอยู่ แฟนผมก็เลยบอกว่าพวกเราตั้งใจจะไปชมพิพิธภัณฑ์ของเล่นของอาจารย์ที่อยุธยาอยู่พอดี ชั่งเป็นอะไรที่น่าบังเอิญจริงๆ

และสุดท้ายที่อยากจะฝากบอกเอาไว้คืออยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กๆ พาลูกหลานๆของท่านแวะไปเยี่ยมชมหอศิลป์บ้าง พาเด็กๆไปดูตั้งแต่เล็กๆ พอเค้าโตขึ้นเค้าก็จะติดเป็นนิสัย จะนัดเพื่อน จะเดินเล่น ผมคิดว่าเค้าคงนึกถึงหอศิลป์เป็นอันดับต้นๆ เพราะไปแล้วสบายใจ อยู่ได้ทั้งวัน ครับ

พวกผมทราบจากน้องอาสาสมัครว่า คนส่วนใหญ่ที่มาดูเองจะเดินผ่านภาพ๒ภาพนี้ไป แต่จริงๆแล้วสองภาพนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นสองภาพที่พระองค์ทรงเป็นแบบให้ศิลปินวาดครับ

ชื่อของศิลปินครับ

เหนือคำบรรยายครับ ไม่รู้จะหาอะไรมาพูดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและพ่อหลวงของเรา ไม่ว่าจะใกล้และไกลแค่ไหน พ่อหลวงของพวกเราอยู่ใกล้ชิดกับคนไทยทุกคน

พระเงาของพระองค์ที่ทรงถ่ายด้วยพระองค์เอง

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ