คนเราเมื่อเกิดมา เติบโต และชราไปตามสังขาร เคยได้พิจารณาจุดยืนแห่งตัวตนของตนเองบ้างหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าคิด และจะมาชวนคิดกันต่อ สำหรับผมแล้วกว่าจะหาเจอก็ล่วงเลยมานานเกือบ 30 ปี แต่วันนี้ค่อนข้างมั่นใจแล้ว่าจุดยืนชีวิตคืออะไรกันแน่ ก่อนมาถึงวันนี้ ผ่านการแสดงตัวตนไปตามกระแสโลกกระแสสังคมมานาน ในขณะที่สิ่งที่เป็นจุดยืนก็พบว่าแฝงอยู่ภายในตลอดเวลา ตัวผมเองไม่เคยพบไม่เคยเห็นได้แต่มองข้ามมันไปอย่างน่าเสียดายวันเวลาที่ผันผ่านไป

     ในอดีตสมัยเรียนหนังสือความเกเรทำให้เราพานพบกับชีวิตในอีกหลายรูปแบบ พาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับอบายมุขทุกเรื่อง การพนัน ยาเสพติด เหล้ายากัญชา สารระเหย กาว ทินเนอร์ แม้แต่กระท่อม สารพัดที่ได้รู้จัก แต่ใช่ว่าจะทดลองเสพทดลองใช้ ทอลองทำให้ทุกเรื่อง เพียงแต่เกี่ยวข้อง หลายเรื่องพานพบตอนใช้ชีวิตอยู่ที่วัดต่ำ (ภูผาภิมุข) เป็นเด็กวัด การเป็นเด็กวัด ทำให้เราไม่ถลำดิ่งลึกลงไปในเรื่องเหล่านั้นมากนัก การซอร์ตปลาด้วยไฟฟ้า เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เหมือนเป็นบาปหนัก เพราะยังจำติดตา เมื่อได้ปลาตัวโต ๆ เป็นปี๊บ หลายปี๊บ เราเอาไปขาย แล้วหมุนวนมาเป็นเหล้า ล้วนแต่อบายมุข

     ไปเรียนหมออนามัย ที่ จว.ยะลา ก็ไปอีกเรื่อง มีการยกพวกไปแก้แค้น มีการใช้มิตรภาพของตนเองเข้าแลกกับเพื่อนสนิท เพียงเพื่อปกป้องน้อง ๆ ที่มาจากจังหวัดเดียวกัน ขัดแย้งกันเพราะตัวเลขรุ่น “คี่” กับ “คู่” จนกับเพื่อนที่กินอยู่ด้วยกันนอนด้วยกัน ต้องมาหมางเมินไป (กระปูด 47) จนเพื่อนเสียชีวิตไปแล้ว ก่อนหน้านั้นเรายังไม่ได้กลับมาเหมือนเดิมกัน น่าเสียใจ น้อง ๆ (บางคนในรุ่น 48) ที่ว่าก็ใช่ว่าจะเห็นคุณค่าอะไรมากมายนักในปัจจุบัน กลับถีบส่ง ครั้งหนึ่งยังจำได้ เมื่อภรรยาของน้องคนนั้นซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับผม (เป็นเภสัชกร ลาออกจากราชการไปแล้ว) หยุดทักทายและคุยกันกับผมเพียง 5-10 นาที ตอนผมอยู่เวรฯ สำนักงาน ก็ถูกบีบแตรไล่เสียเสียงดังลั่น แถมเปิดประตูมาดึงให้ขึ้นรถ ก็ได้ยินเสียงเขาทะเลาะกันว่าเสียเวลา ผมได้แต่พูดว่าเสียใจนะ หลังจากนั้นก็ห่างเหินกันไป จริง ๆ นะผมทราบว่าเพราะอะไรในส่วนตัวเขา แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะยกเว้นสำหรับผมได้ เพราะ “เพื่อน และ พี่” ไม่ใช่เหรอ

     จบมาทำงานเป็นหมออนามัยแรก ๆ ก็มีฝีมือ คนไข้ติดใจเมื่อป่วยอีกแม้จะย้ายที่ทำงานไป ก็ยังตามมาที่บ้าน ทำให้ฮึกเหิม ชวนพี่พยาบาลเปิดสถานพยาบาล ใจมุ่งแต่หาเงิน สุดท้ายพบว่าหาไปทำไม ไม่ค่อยได้จ่ายเอง มีแต่เพื่อนที่มารุมกันจ่าย เพื่อนเก่าเพื่อนแก่มาชวนเที่ยวก็ไม่ค่อยมีเวลา การตามไปสมทบทีหลัง และอยู่นานไม่ได้ตามมารยาทคือต้องจ่ายไว้ก่อนกลับ ตกลงไม่มีเวลาเหลือเลยต้องทำทั้งงานส่วนตัว และงานหลวง ไม่มีความสุข ก็เลิก จะเห็นว่าอายุปาเข้าไปจะ 30 แล้วยังหาจุดยืนให้แก่ตัวเองไม่ได้ สมัยไปเรียนต่อ ป.โท ที่ มอ. ด้วยความลำบาก แต่อยากเรียน ก็ได้พบกับมิตรที่ไม่เคยคิด คอยช่วยเหลือให้ได้ขับมอเตอร์ไซด์รับจ้างในหาดใหญ่หลังเลิกเรียนเพื่อหารายได้เสริม ดูเขามีความสุขมากกันทั้งวิน ที่ได้ช่วยให้ผมเรียนได้ และทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ระหว่างรอผู้โดยสารที่วิน เขาก็จัดหาไฟฟ้ามาให้จนสว่างพอ เพื่อให้ได้อ่านหนังสือไปพลาง ๆ ตรงนี้แหละที่ผมเริ่มเห็นจุดยืนของชีวิตตัวเองว่าคืออะไร

     จุดยืนของชีวิตตัวเองว่าคือ การทำให้คนอื่นสบายใจ มีความสุข ตัวเองจะเป็นสุขไปด้วย และเป็นสุขที่อยู่ลึก ๆ จริง ๆ “ความสุขที่แท้จริงคือการทำให้คนอื่นเป็นสุข” พบว่าวิเศษมาก อันนี้ได้เรียนรู้จากวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างในหาดใหญ่ แต่ผมก็ยังเป็นคนธรรมดา หลาย ๆ ครั้งก็ยังหลุด แต่ดีหน่อยตรงที่หลุดไม่นานก็มักจะนึกได้ ต่างจากอดีตที่มักจะมีทิฐิร่วมด้วย จนเกิดแต่ทุกข์มากกว่าสุข ผมว่าง่ายนักที่จะทำให้คนอื่นเป็นสุข คือ 1) อย่าขืนทำ เพราะเมื่อเขารู้ว่าเราขืนทำ เขาก็จะไม่สุขใจ จึงทำด้วยความจริงใจ 2) อย่าทำในสิ่งที่คน (กลุ่ม) หนึ่งสุข แต่อีกคน (กลุ่ม) หนึ่งทุกข์ และ 3) ไม่ต้องคิดการใหญ่ บางครั้งเพียงแค่พูดให้กำลังใจ ง่าย ๆ สบาย ๆ ก็ได้แล้ว แต่ขอให้จริงใจจริง ๆ ก็เป็นพอ