การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษารอบ ๒ ของ กศน.
ปัญหาของการปฏิรูปการศึกษาเป็นประเด็นที่ถูกสังคมตั้งคำถามมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์การเรียนตกต่ำ และปัญหาด้านการตกต่ำของคุณธรรมจริยธรรมของเด็กและเยาวชน ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาในรอบที่สองนี้ จึงมุ่งเน้นให้มีการพัฒนาในทุกด้านของการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการศึกษา ผู้บริหารและคณะบุคลลากรทางการศึกษาจึงควรตะหนักให้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานตามกระบวนการปฏิรูป เพื่อให้ผลผลิตทางการศึกษานั้น มีความสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ ของการจัดการศึกษา คือผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุขเป็นผลผลิตที่เป็นกำลังที่จะช่วยพัฒนาสังคมต่อไป
การปฏิรูปการศึกษารอบสองคราวนี้ จะต้องคิด และปฏิรูปการศึกษานอกระบบให้มากขึ้นด้วย ควบคู่ไปกับการศึกษาในระบบ และนอกระบบโดยรวม ทั้งรูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งจะเป็นแกนหลักนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิต (Life Long Education) และสังคมแห่งการศึกษา (Educated Society) เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Learning community)
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( กศน. ) เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจรับผิดชอบด้านการจัดการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจะขอสรุปภารกิจของ กศน.ได้ดังนี้
๑. จัดการศึกษาพื้นฐานนอกระบบขั้นพื้นฐาน เป็นการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายนอกระบบโรงเรียนด้วยรูปแบบวิธีการที่เหมาะสมและมีสาระหลักสูตรที่หลากหลายสอดคล้องกับความต้องการเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ทักษะพื้นฐานในการดำเนินชีวิต การทำงานและการศึกษา
๒. จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพของบุคคลและกลุ่มบุคคล ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ต่างกัน
๓. จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมความรู้ ความสามารถของบุคคลเพื่อให้สามารถจัดการกับตนเองและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความสุขตามสภาพและความสงบสุข ความปลอดภัยในสังคม
๔. จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้และทักษะจากการศึกษาที่ผู้เรียนมีอยู่ หรือได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนโดยมีรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน
๕. การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการให้บริหารการศึกษาค้นคว้าตามอัธยาศัยแก่ผู้รับบริการทุกคน ในรูปแบบของ ห้องสมุดประชน ศูนย์การเรียนชุน และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ในชุมชน
จุดมุ่งหมายของการบริการของ งานกศน. คือส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่ ได้รับบริการและรู้จักใช้กระบวนการศึกษาด้วยตนเอง ในรูปแบบ “การศึกษาตลอดชีวิต”
ในฐานะที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษา กศน. ข้อเสนอแนะในวิธีการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษามีดังนี้
๑. ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ผู้รับบริการให้มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา คิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตสาธารณะ มีระเบียบวินัย คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม สามารถทำงานเป็นกลุ่มได้อย่างเป็นกัลยาณมิตร มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม มีจิตสำนึกและความภูมิใจในความเป็นไทย ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ตามปรัชญา Education for all ( การศึกษาเพื่อปวงชน ) โดยรูปแบบดังนี้
๑.๑ ใช้รูปแบบการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการของการจัดการเรียนรู้เนื่องจาก นักศึกษา และผู้รับบริการ กศน.นั้น จะมีทุกประเภท ทุกวัย ทุกระบบ และทุกชุมชน จึงมีความแตกต่างกันในหลายด้าน
๑.๒ ปรับปรุงการจัดการศึกษาพื้นฐาน ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เช่น กรรมการสถานศึกษา ภูมิปัญญา และกลุ่มองค์กรในชุมชน
๑.๓ ส่งเสริมการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เน้นกระบวนการการพัฒนาแบบยั่งยืน และการใช้วัสดุในท้องถิ่นเป็นหลัก เช่น การจัดการศึกษาด้านอาชีพ ด้านพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมการค้นคว้าด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การตลาดและการประชาสัมพันธ์ ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ด้านทักษะชีวิต สังคมและชุมชน ให้ชุมชนรู้จักการการมีทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ การรู้ทันเหตุการณ์ข่าวสาร และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม และการปกครองตนเอง สิทธิและหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
๑.๔ ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิต การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย โดยใช้ห้องสมุดประชน ศูนย์การเรียนชุมชน กศน.ตำบล และแหล่งเรียนรู้อื่นๆในชุมชนเป็นฐานและศูนย์ข้อมูล การส่งเสริมการรักการอ่านและผู้ลืมหนังสือให้มีโอกาสได้รับการบริการอย่างทั่วถึง เห็นความสำคัญของการอ่าน และการใช้ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้
๑.๕ นำหลักการ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในชุมชน กลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริมให้ทุกคนนำแนว "เศรษฐกิจพอเพียง" หลักสำคัญคือ ปรัชญา ๓ ห่วง 2 เงื่อนไข ประกอบด้วย หลัก ๓ ห่วง คือ ๑.)ความพอประมาณ ๒.) ความมีเหตุผล ๓.) การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว กับ หลัก ๒ เงื่อนไข คือ ๑.) ความรู้ ๒.) คุณธรรม ไปใช้ในชีวิตปฏิบัติเป็นรูปธรรม เพื่อให้ชุนเป็นชุนที่ยั่งยืน พึงพาตนเองได้ เช่น การจัดตั้งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จัดตั้งกลุ่มต้นแบบ เป็นต้น
๑.๖. นำหลักคุณธรรม จริยธรรมเป็นหลักในกระบวนการจัดการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย ตะหนักในด้านการมีคุณธรรม จริยธรรม เช่น คุณธรรมพื้นฐาน ๘ ประการ
๑.๗ ใช้กระบวนการจัดการความรู้ ในการพัฒนาศักยภาพชุมชนกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริมให้ชุมชนมีการจัดการความรู้ด้วยตนเอง เช่น การถอดองค์ความรู้ การใช้ภูมิปัญญาเป็นแกนนำ
๑.๘ การให้ชุมชนและภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยองค์กร หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการวางแผน กำหนดความต้องการ จัดการบวนการ และการประเมินคุณภาพการศึกษา
๑.๙ ใช้เทคโนโลยี และสารสนเทศในกระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการศึกษา และส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึง สารสนเทศ เทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง เช่น การเพิ่มอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ กาสรจัดตั้งระบบเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่บริการ ในชุมชน
๑.๑๐ ปรับปรุงระบบการนิเทศ และการประเมินผล ใช้กระบวนการนิเทศในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม
๑.๑๑ ปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ เช่น การนำ โครงการ ๓ D มาใช้จัดกระบวนการ การนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้
๒. การพัฒนาคุณภาพครูและบุคลาการทางการศึกษา
พัฒนาครูยุคใหม่ ให้เป็นผู้มีความเป็นครูมืออาชีพ มีความตะหนักในหน้าที่ มีจรรยาบรรณครู และภาคภูมิในในวิชาชีพของตนเอง
๒.๑ การอบรมพัฒนาครู ในด้านต่างๆ เช่น วิชาการ และการจัดกระบวนการเรียนรู้ ด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ด้านหลักสูตรท้องถิ่น ฯลฯ เพื่อให้ครูมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
๒.๒ ส่งเสริมให้ครูมีการพัฒนาตนเอง เช่น การศึกษาต่อ ศึกษาดูงาน และศึกษาค้นคว้าต่างๆ และการมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึงกันและกัน
๒.๓ ส่งเสริมให้ครูมีการวิจัยอยู่เสมอ เช่น การวิจัยแผ่นเดียว การวิจัยในชั้นเรียน และนำผลการวิจัยมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
๒.๔ การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการจัดการศึกษา และมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
๒.๕ ใช้กระบวนนิเทศและติดตามผล เพื่อการพัฒนาบุคลากรให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ และมีระบบการประเมินที่มีเครือข่ายร่วมประเมิน เนื่องจาก บุคลากรของ กศน.นั้น ส่วนใหญ่คือ ครู ศูนย์การเรียนชุนชน
ที่ต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานทุกปี ดังนั้นกระบวนการนิเทศ และการประเมินจึงมีความสำคัญ
๓. การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้
พัฒนาคุณภาพแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ ทุกประเภทให้สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้ตลอดชีวิต และมีคุณภาพ ดังนี้
๓.๑ พัฒนาปรับปรุงสถานศึกษาด้านอาคาร สถานที่ ให้เป็นบรรยากาศที่ส่งเสริม เอื้อต่อการเรียนรู้และปรับปรุงระบบการให้บริการ ให้มีความทันสมัย และประทับใจผู้รับบริการทุกระดับ ความสะอาด ร่มรื่น ความทันสมัย แปลกใหม่ และดึงดูดความสนใจผู้รับบริการ เพื่อสร้างประสิทธิภาพการบริการ และความพึงพอใจ ต่อผู้รับบริการ
๓.๒ พัฒนาแหล่งเรียนรู้ ให้มีศักยภาพ มีความทันสมัย สามารถตอบสนองผู้รับบริการได้อย่างหลากหลาย
- ห้องสมุดประชาชน ส่งเสริมการนำระบบ ห้องสมุด ๓ ดี มาใช้ คือ ห้องสมุดต้อง มี สื่อ ดี
บรรยากาศดี และบรรณารักษ์ดี และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหาร และบริการ
- ศูนย์การเรียนชุมชน เป็นเครือข่ายห้องสมุด และเป็นศูนย์ข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าในชุมชน ต้องมีบริการที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ทุกประเภท มีครูประจำกลุ่ม และอาสาสมัคร ศูนย์การเรียนฯ เป็นเครือข่าย ครู ศรช. มีการบริหารจัดการที่ดี
- แหล่งเรียนรู้อื่นๆ เช่น ภูมิปัญหาท้องถิ่น แหล่งศึกษาอาชีพ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน มีระบบการ
พัฒนาที่ต่อเนื่อง มีเครือข่ายสนับสนุน
ซึ่งการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อให้มีประสิทธิภาพนั้น ใช้กระบวนการโดย ๑) กำหนดกระบวนการบริหาร มีบุคคลเป็นแกนกลางในการทำหน้าที่ ๒) สร้างระบบเครือข่าย เช่น อาสาสมัคร ศรช. องค์กรในชุมชน นักศึกษา กศน. ผู้นำ เป็นต้น
๓.๓ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการบริการในแหล่งเรียนรู้ เช่น การจัดทำเว็บไชต์ การนำระบบ E-learning
E- Commerce มาใช้ในการบริการ และสนับสนุนผู้ใช้ให้รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
๔. พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการแนวใหม่
พัฒนาระบบการบริหาร สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคในการบริหารจัดการสถานศึกษา
๔.๑ ใช้หลักการบริหารตามแนวทาง การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี คือ พัฒนาระบบการบริการจัดการตามหลักธรรมาภิบาล สร้างวัฒนธรรมค่านิยมใหม่ในการบริการ โดยการสร้างความตะหนักแกบุคลากร สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นองค์กรที่มุ่งคุณภาพ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
๔.๒ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ครอบครัว องค์กร เอกชน หน่วยงานต่างๆ สถานประกอบการให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการจัดการเรียนรู้มากขึ้น
๕.๓ ส่งเสริมการมีบทบาทของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล อบต. ให้เข้ามาร่วมจัดและสนับสนุนมากขึ้น ประสานแผนงาน และโครงการกับ อปท.
๕.๔ พัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ เช่น การบริหารโดยใช้สารสนเทศให้ฐานข้อมูล มีการจัดระบบสารสนเทศที่ดี
การบริหารงานสู่คุณภาพนั้น ผู้บริหารต้องปรับบทบาทของตนเอง ให้เป็นผู้นำมืออาชีพ กล่าวโดยสรุปแล้ว อาจใช้ แนวทาง ๓ D ๔ ใหม่ มาใช้
๓ D ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ คือ
๑.Democracy การปลูกฝังจิตสำนึก เชื่อมั่น ศรัทธา ในการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
๒. Decency การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมตามหลักศาสนาของ รวมทั้งการปลูกฝังวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชุมชนและของชาติเพื่อมุ่งหมายให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
๓.Drug Free การป้องกันกำจัดยาเสพติดในหมู่นักศึกษา โดยปลูกฝังวิธีคิดและจิตสำนึกถึงผลร้ายและภัยของยาเสพติด
๔ ใหม่
๑. ทุกคนต้องมีการเรียนรู้ และเป็นคนมีคุณภาพ
๒. ผู้บริหาร – ครู ต้องมีความเป็นมืออาชีพ สามารถบริหารจัดการและจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่าง
เหมาะสม
๓. สถานศึกษา ดี สิ่งแวดล้อมดี บรรยากาศ ดี
๔. กระบวนการบริหารจัดการดี เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย
จะจัดการระบบผลประโยชน์จาก % การซื้อหนังสืออย่างไร เพื่อให้มีหนังสือ ดี ดี เพื่อประชาชน ?
อืม !! เป็นคำถามที่ตรงดีค่ะ
เรื่องผลประโยชน์ จาก % หนังสือ คิดว่าแก้ไม่ยาก
- ถ้า เป็นผู้บริหาร ก็ต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวรายการหนังสือ หรือ บริษัทหนังสือ หรือไปกำหนดว่าจะต้องเอาบริษัทอะไร
ให้เป็นเรื่องของ บรรณารักษ์เขาจัดการเอง เพราะบรรณารักษ์/ครู จะรู้เรื่องความต้องการของผู้ใช้ดี ว่าต้องการสื่อ ประเภทไหน
แล้วงานพัสดุก็เดินเรื่องไปตามระบบ ไม่เห็นมีปัญหา ( ยกตัวอย่าง ที่ตัวเองเคยบริหารนะ)
- ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ ก็ต้องคุยกับผู้บริหารให้เข้าใจ ว่าผู้ใช้ต้องการอะไร อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ ถ้าเป็นผู้บริหารที่ดี จะเข้าใจค่ะ
เท่านี้ก็หมดปัญหา ได้หนังสือตรงตามความต้องการแล้ว ผู้ใช้บริการพึงพอใจ และไม่ต้องไปกังวลกับ %
ผู้บริหารที่ดี จะรู้จุดมุ่งหมายของการบริการประชาชน ให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์ และพึงพอใจ นี่คือเป้าหมายการบริการ
( คงจะแย้งละสิ ว่า ผู้บริหารแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถูกต้องค่ะ อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับจิตสำนึกการเป็นผู้บริหารที่ดีด้วย
ถ้าจะคุยเรื่องผู้บริหารมืออาชีพ คงต้องคุยยาว )