การเขียนประวัติศาสตร์ในดินแดนอิตาลีสมัยเรอเนสซองส์ เป็นอย่างไร
ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) หมายถึงการเกิดใหม่ หรือการรื้อฟื้นศิลปะจากกรีกและโรมันไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาทางความคิด คิดค้นและประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ เริ่มตั่งแต่ ศตวรรษที่ 14 - 17 ถือเป็นการเชื่อมต่อประวัติศาสตร์ยุคกลางและยุคใหม่ อิตาลีถือเป็นประเทศแรกของการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ และได้กระจายไปยังในประเทศอื่น ๆ ในยุโรป การฟื้นฟูศิลปวิทยาการแบ่งได้เป็น 4 ระยะคือ
ระยะที่ 1 ระยะคลาสสิก ย้อนกลับไปศึกษาเรื่องราวและผลงานของโรม
ระยะที่ 2 ระยะมนุษยนิยม ย้อนกลับไปศึกษาเรื่องราวและผลงานของกรีกและเอเธนส์
ระยะที่ 3 ระยะศาสนา การย้อนกลับไปสู่ยุคเยรูซาเล็ม
ระยะที่ 4 การฟื้นฟูศิลปวิทยาการทางเหนือ เป็นลักษณะพิเศษแบบเยอรมนี
ที่มาของการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ
-
การสิ้นสุดสงครามครูเสด การเสื่อมของระบบฟิวดัล และการล่มสลายของอาณาจักรบิเซนทีน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในยุโรป
-
มีความก้าวหน้าทางวิทยาการ การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ
-
มีการพัฒนาทางด้านการเดินเรือ นำไปสู่การค้นพบดินแดนใหม่
-
การพัฒนาทางด้านอาวุธ ทำให้กษัตริย์มีอำนาจมากขึ้น เป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมศิลปวิทยาการ
-
คนมีความกระตือรือร้นทางด้านความคิดเกี่ยวกับสังคมและธรรมชาติ ความรู้ที่ได้เป็นประโยชน์อำนวยความสุขของมนุษย์ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับมนุษย์ หรือเรียกอีกอย่างว่า มนุษยนิยม
การเขียนประวัติศาสตร์ในยุคเรอเนสซองส์ตามแนวมนุษยนิยมมีลักษณะดังนี้
-
เริ่มแรกเป็นการเขียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ต่อมาเริ่มขยายขอบเขตความสนใจออกไปโดยที่นักประวัติศาสตร์มนุษยนิยมสนใจอดีตที่ห่างไกลของยุคลาสสิก
-
ศูนย์กลางความเจริญของการเขียนประวัติศาสตร์ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการอยู่ที่อิตาลี
-
การเขียนประวัติศาสตร์จึงมิได้ถูกจำกัดอยู่เพียงประวัติศาสตร์ร่วมสมัยอีกต่อไป ในยุคนี้เน้นการเขียนประวัติศาสตร์ในแง่วรรณคดี มีการปรับปรุงทางด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่าปรับปรุงในด้านวัฒนธรรมหรือการวิจารณ์ด้านสังคม
-
แบบอย่างของการเขียนประวัติศาสตร์สมัยนี้ได้รับอธิพลมาจากลิวิ และตาซิตุสของโรมันมากกว่า เฮโรโดตัสและธูซีดีดิสของกรีก
-
ไม่ให้ความสนในด้านอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แต่ยังให้ความสนใจเกี่ยวกับนิทานปรัมปรา และมักจะละทิ้งข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เพื่อจะให้ได้ภาษาที่สละสลวย
-
ด้านการที่ยุคสมัยนี้เป็นยุคที่ให้ความสำคัญของการเป็นมนุษย์ดังนั้นการเขียนประวัติศาสตร์จึงเป็นอิสระจากศาสนายกย่องวีระบุรุษ เจ้าชายแห่งนครรัฐและกษัตริย์ พยายามสืบหาต้นกำเนิดของมนุษย์อย่างแท้จริงที่ไม่ได้ถือกำเนินมาจากพระเจ้าอย่างสมัยยุคกลางเพื่อพัฒนาตนเองให้ถึงระดับสุดยอด เพื่อศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจต่อคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ
-
เนื่องจากเป็นยุคที่มีการผลิตแทนพิมพ์แล้ว (จอห์น กูเตนเบร์ก ชาวเยอรมนี ประดิษฐ์แท่นพิมพ์แบบเคลื่อนที่ได้ในปี ค.ศ. 1450) จึงทำให้งานเขียนประวัติศาสตร์ได้รับการเผยแพร่อย่างแพร่หลาย
-
คนเขียนประวัติศาสตร์ไม่ใช่พระเหมือนอย่างในยุคกลาง โดยมากจะเป็นนักกฎหมาย นักการเมือง นักปรัชญา
-
งานเขียนประวัติศาสตร์จะใช้ข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ความจริงใด ข้อมูลใดหรือเหตุการณ์ใดไม่สามารถพิสูจน์ได้จะไม่แตะต้อง
-
มีการนำผลการศึกษาทางโบราณคดีและภาษาศาสตร์มาประยุคใช้กับงานเขียนประวัติศาสตร์
ผู้ผลิตงานเขียนประวัติศาสตร์ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการที่สำคัญมีดังต่อไปนี้
มาเคียวเวลลี (Niccolo Machiaveli, 1469 – 1527 A.D.)
มาเคียวเวลลี เป็นบุตรชายผู้พิพากษาชาวเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี นอกจากเป็นนักประวัติศาสตร์และยังเป็นนักการเมือง รัฐบุรุษ นักการทูต กวี นักปรัชญาการเมือง นับว่าเป็นผู้มีความรู้มีความสามารถสำคัญยิ่งในยุคสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เมื่อครั้นอายุได้ 25 ปีเขาได้รับราชการในด้านการต่างประเทศและสงคราม จึงได้มีโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ มีโอกาสได้สังเกตการณ์ด้าน การทูต และการทหารของอิตาลีอย่างใกล้ชิด เขาจึงเป็นนักรวบรวมข้อมูลที่ดี และสร้างสรรค์ผลงานออกมาจนเป็นที่ยอมรับ ผลงานสำคัญของมาเคียวเวลลีเช่น
-
The history of Florence ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1525 เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้แต่ง แต่การแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นสิ่งที่เชิดชูคุณค่าของงาน อีกทั้งยังได้วิเคราะห์และตีความเหตุการณ์โดยใช้ข้อมูลสนับสนุนที่เชื่อถือได้และภูมิหลังทางประวัติศาสตร์
-
The Prince เป็นผลงานด้านปรัชญาทางด้านการเมือง ซึ่งได้ทำให้มาเคียวเวลลีได้รับการยกย้องว่าเป็นนักประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่จากนักประวัติศาสตร์กลุ่มมนุษยนิยม แห่งสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ได้กลายเป็นคู่มือของชนชั้นปกครอง หัวใจของหนังสือเล่มนี้คือ “การทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายโดยวิธีใดวิธีหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม” และได้กลายเป็นหนังสือที่ทำให้เกิดการรวมอิตาลีในครั้งต่อมา ในขณะเดียวกันงานเขียนเล่มนี้ทำให้เขาถูกใส่ร้ายอย่างอยุติธรรม
ปรัชญาการเขียน
-
เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองภายในกับนโยบายต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างนโบบายทางการทหารกับความคลี่คลายทางการเมืองอย่างถ่องแท้
-
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์อันมีผลต่อการเมือง อีกทั้งแสดงความคิดเห็นว่าธรรมชาติของมนุษย์มีบทบาทสำคัญที่ต้องรับผิดชอบอยู่มาก
-
มีความต้องการให้รัฐต่าง ๆ ของอิตาลีได้รวมกันภายใต้การปกครองเดียวกันโดยมีเมืองฟลอเรนซ์เป็นศูนย์กลาง
-
ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนทางการเมืองแก่ปัจจุบัน
ลักษณะและขั้นตอนการเขียน
-
เป็นคนแรกที่มีแนวการเขียนประวัติศาสตร์เป็นสำคัญ
-
ได้แยกการเมืองออกจากศาสนา เลิกวิธีการบันทึกลำดับเหตุการณ์ตามธรรมดามาเป็นการรวบรวมหลักฐานแทน
-
มาเคียวเวลลีได้ทำการไตร่ตรองวินิจฉัยหลักฐานต่าง ๆ และทำการวิจารณ์ตามความเห็นส่วนตัว
-
ไม่ได้เขียนเรียงตามลำดับศักราช แต่ใช้หัวข้อเป็นเรื่องหลัก
-
ไม่ได้เขียนสำนวนไพเราะ มุ่งเขียนความเป็นจริง ใช้หลักฐานไม่มาก แต่เป็นหลักฐานที่ดี แล้วบรรยายอย่างระเอียดพร้อมวิจารณ์
-
ใช้ภาษาที่จริงจัง ก้าวร้าว และรุนแรง