หายไปนาน เพราะหลงเสน่ห์ แฟนใหม่... "ชี่กง"


คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกเช่นเคย ที่ได้มาพบกับ ชี่กง

      หายหน้าไปจาก Gotoknow เสียหลายเดือน ตั้งแต่ ส.ค. เพราะต้องเกาะติดนัวเนีย กับกิจกรรมที่ไปเรียนรู้ตั้งแต่ 1 ส.ค. เป็นต้นมา จนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

   ตามประสานักเล่า ขอเล่าก่อน ตั้งแต่มาเรียน Dialogue ทำให้ได้รู้จัก ไท่ฉีฉวน จาก อ.ฌานเดช ซึ่งมาพร้อมกับทีมขวัญเมือง ทำให้เราได้รำมวยจีนกันตอนไปอบรม แต่หลังจากนั้นก็ยังติดว่า จำท่าไม่ใคร่จะได้ อ.ได้ยิน คงอยากเคาะศีรษะลูกศิษย์  ทำให้ไม่ได้คิดจะฝึกเป็นเรื่อง เป็นราว ประกอบกับไม่มีเวลา

   จนมารู้จัก กัวซา ซึ่งเป็นการใช้วัสดุที่ทำจากเขาสัตว์ นำมาขูดตามจุดต่างๆ ที่เรามีปัญหา ต้องการรักษา เป็นการกวาดพิษ ออกจากใต้ผิวหนัง เวลาขูดแล้ว ผิวจะเป็นจ้ำ แดงบ้าง แดงคล้ำบ้าง เคยขูดให้น้องๆ ที่ร่วมทีม Fa ตอนไปจัดกิจกรรมด้วยกัน

   ที่สถาบันนี้มีการสอนชี่กงด้วย อยู่แถวถนนทรัพย์  เห็นแล้วก็สนใจ แต่จำไม่ได้ว่า ผ่านไปตั้งหลายเดือนทำไมไปเรียน  อ๋อ นึกได้แล้ว ก็เพราะงาน gotoknow forum เมื่อเดือน พ.ค.นั่นเอง ที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ  ได้พบกับ อ.หมอ สกล น่ะสิ ที่บอกว่า ถ้าจะเป็น กระบวนกรล่ะก็ ต้องมีฐานกายที่แข็งแรง จึงจะมีพลังในการควบคุมวง

     ข้าพเจ้าได้ยินดังนั้น ก็คิดว่า มวยจีน เหรอ คงทำไม่ได้ โยคะ ก็ขี้เกียจ แล้วก็เลิกคิดที่จะฝึกอะไรจริงจัง  วันดีคืนดี ที่สถาบันฝึกชี่กง โทรมาถามว่า จะเปิดคอร์สใหม่ สนใจเรียนไหม บังเอิญเสาร์นั้นว่างพอดี ก็ตกลงทันที ไปแบบงง งง

   กระบวนการเรียนรู้ศาสตร์ใหม่ของตัวเอง จึงเริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค. เป็นต้นมา การเรียนแบ่งเป็นขั้นๆ รวมทั้งหมด 6 ขั้น สำหรับขั้น 1 & 2 จะเรียนครั้งละ 2 ชั่วโมง ขั้นละ 6 สัปดาห์ แต่ละครั้งจะมีการพูดถึงหลักการเหตุผล แล้วจึงลงมือฝึก

      ไม่อยากบอก แรกๆ มีหงุดหงิด ทำแล้วไม่เห็นได้ผลอย่างที่ ครูฝึกบอกเลย เช่น ตอนหายใจออก ให้รู้สึกเหมือนมีควันดำพุ่งออกจากปลายนิ้วมือทั้งห้า และกลางฝ่ามือทั้งสองข้าง

      สัปดาห์แรก ฝึกยืนท่าอรหันต์วันละ 10-15 นาที โอ๊ย  เมื่อย แต่ก็คิดว่า ใช้เวลาแค่นี้ พอไหว ไม่เป็นภาระอะไร ก็มีกำลังใจฝึกไป 1 สัปดาห์ พอเริ่มสัปดาห์ที่ 2, 3, 4 ต้องใช้เวลาวันละเกือบชั่วโมง ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4.30 ทำไปทำมา ก็มากกว่าชั่วโมงก็มี  ไม่น่าเชื่อว่าจากการค่อยๆ เพิ่มเวลาทำให้เรารู้สึกว่า ปรับตัวปรับใจได้ และหลงใหล ผลของการฝึก แม้บางวันจะไม่มีสมาธิ ความคิดแว่บเข้ามาตลอด

      โชคดีที่ พอตอนไปเป็น Fa พี่เลี้ยงค่ายน้องใหม่ และอีกหลายๆ กลุ่ม มีโอกาสนำไปสอน และฝึกในที่อากาศดีทุกเช้า ทำให้มีกำลังใจที่จะฝึกทุกวัน

      หลักการฝึกชี่กง เท่าที่ดู คือ เน้นการใช้จิตจดจ่อ เฝ้าสังเกตพลังชี่ที่ขับเคลื่อนอยู่ในตัวเราระหว่างการฝึก บางครั้งระหว่างฝึกจะตกภวังค์ เข้าสู่ความสงบราวกับนั่งสมาธิแบบดูกาย ดูจิต

      ผลจากการฝึกที่ผ่านมาจะจบขั้น 2 แล้ว การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ง่ายสุด คือ ไขมันที่ต้นแขน ลำแขน ต้นขา หน้าท้องยุบลงไป น้ำหนักจึงลดลงเฉลี่ยเดือนละ 1 กก. (สงสัยอันนี้คือแรงจูงใจสูงสุด) นอกจากนั้นทำให้เราฟังเสียงร่างกาย และช่างสังเกต ไวต่อสัมผัสต่างๆ มากขึ้น สุขภาพแข็งแรงขึ้น

      อย่างเมื่อวานรู้สึกปวดศีรษะมาก ลองฝืนไม่นอน แต่มาฝึกขยับนิ้วประมาณ 40 นาที  พอเหงื่อออก อาการปวดก็คลายลงไป (เวลาในการฝึก  สำหรับตัวเอง จะทำทั้งตอนตื่นนอนเช้า และหัวค่ำ)

      นอกจากนั้นสมองก็โล่ง ความคิดอ่านต่างๆ ก็ไวขึ้น ที่สังเกตคือ การคิดเชื่อมโยงจะไวมากในการปะติด ปะต่อเรื่องราว คงเป็นเพราะ เวลาฝึก เราต้องใช้สมองซีกขวาจินตนาการ และมีเสียงเพลงประกอบ ทำให้สมองซีกขวาทำงานคล่องขึ้น

      การเขียนบันทึกนี้ มีจุดมุ่งหมายคือ อยากส่งเสริมให้คนหาวิธีออกกำลังกาย ที่ได้ฝึกทั้งฐานกาย ฐานใจ และฐานคิด เช่น ไท้ฉีฉวน  โยคะ ชี่กง หรืออื่นๆ เพราะช่วยให้นอกจากสุขภาพกาย ใจ ดีขึ้น มีความสุข สงบแล้ว ยังช่วยให้เราใช้สมองได้อย่างมีศักยภาพมากขึ้นค่ะ

หมายเลขบันทึก: 308697เขียนเมื่อ 26 ตุลาคม 2009 18:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 มิถุนายน 2012 16:13 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

ผมอยากฝึกชี่กงเหลือเกินครับ หาหนังสือและหาวิดีโอมาดูแล้ว แต่คิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมีครูครับ แถวหาดใหญ่มีชุมชนชาวจีนแต่ไม่มีการสอนเรื่องนี้ครับ อาจจะหาโอกาสขึ้นกรุงเทพฯ​ ไปเรียนครับ

ตามมาอ่านของ แฟน...หายไปนานเหมือนกันค่ะ..วันนี้ตามอ่านบันทึกของคุณส้ม ก่อนนอน...ขอบคุณค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี