จากอัมพวา .. ถึงเพลินวาน ^___^ ภาคจบค่า อิอิ

จากบันทึก ภาค 5 ในที่สุดก็ถึงภาคจบซะที อิอิ

เช้าวันที่ 18 ต.ค. 52 เราตื่นกันแต่เช้าเพื่อจะเก็บบรรยากาศทะเลหัวหินค่ะ แต่รอกันไปรอกันมา พระอาทิตย์รีบขึ้นก่อนที่พวกเราจะเดินไปถึงชายหาดซะแล้ว 555

แอบเห็นเมฆกระต่ายน้อยด้วยนะคะเนี่ย ต้องรีบรายงานพี่ชิวซะแร้วววว 555

เราเดินกันไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะข้ามไปถ่ายรูปกะเรือลำนั้นค่ะ อิอิ ระหว่างทางเดินเราพบกับสิ่งนี้ แมงกะพรุนค่ะ ตัวนึงตายแล้ว อีกตัวยังมีชีวิต แต่คิดว่าคงได้รับบาดเจ็บด้วยค่ะ พวกเราเลยช่วยกัน CPR เอ้ย!! ม่ใช่ค่ะ ช่วยกันหาวิธีให้น้องแมงกะพรุนกลับลงทะเลไปได้เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนจะช่วยไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เนอะ เฮ้อ!!! สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

รูปนี้สังเกตน้องหมาให้ดีนะค้า 555 แย่งซีนกันเห็นๆ

หุหุหุ ลอยเลยเป็นไงล่า...555

เห็นภาพครอบครัวใหญ่ๆใส่บาตรริมทะเลแบบนี้รู้สึกดีจังเลยนะคะ

ในที่สุดพวกเราก็ตัดสินใจลุยน้ำข้ามมาที่เรือลำนั้นจนได้ค่ะ เย้!!!

โดดหมู่ 555

รูปนี้โดดเดี่ยวค่า ^___^

หัวหินจริงๆนะคะ อิอิ

ในที่สุดเรือลำนี้ก็เป็นของพวกเรา 555

"สุมหัว" อิอิ

เมื่อเราถ่ายรูปกันจนเต็มอิ่มแล้ว ท้องก็ชักจะเริ่มหิวซะแล้วค่ะ เมนูเช้านี้เราฝากท้องกันที่ 7/11 ค่า

แล้วก็ออกเดินทางกันต่อจุดหมายต่อไปคือวัดห้วยมงคลค่ะ เป็นที่สุดท้ายของทริปนี้ที่เราจะแวะนะคะ ใกล้จะได้กลับบ้านแล้ว อิอิ

วัดห้วยมงคล...เป็น ที่ประดิษฐานรูปเหมือน หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมใช้ชื่อว่า “วัดห้วยคต” ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคต เป็น "ห้วยมงคล" ค่ะ

ประวัติหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด

หลวงพ่อทวด หรือ สมเด็จพะโค๊ะ มีนามเดิมว่าปู เป็นบุตรนายหู นางจัน วัน เดือน ปี เกิดของเด็กชายปู บ้างว่าเป็นเดือน 4 ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ. 2125 บ้างว่าปี พ.ศ. 990 ฉลู สัมฤทธิศก บ้างว่า พ.ศ. 2131 โดยอนุมาน เข้าใจว่าคงเป็นปลายสมัยมหาธรรมราชา อาจเป็นปี พ.ศ. 2125 หือ 2131 ตอนเด็กชายปูยังเป็นทารก มีเรื่องเล่าเป็นปฏิหาริย์เอาไว้ว่าหลังจากนางจันเลิกอยู่ไฟก็ออกเกี่ยวข้าวทันที วันหนึ่งนางไปเก็บข้าวก็เอาบุตรให้นอนในเปลใต้ต้นหว้างูบองสลาขึ้นมานอนบนเปลนั้น มารดา บิดาเห็นตกใจ งูก็เลื้อยหายไป แต่ได้คายแก้ววิเศษเอาไว้ให้ เมื่อเด็กชายปูอายุได้ 7 ขวบ บิดาได้นำไปฝากกับท่านสมภารจวงซึ่งเป็นพี่ชายของนางจันผู้เป็นมารดา (หลวงลุง) วัดกุฏิหลวง (วัดดีหลวง) เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือ เด็กชายปูมีความเฉลียวฉลาดมากสามารถเรียนหนังสือขอมและไทยได้อย่างรวดเร็ว ครั้นอายุได้ 10 ขวบ ก็บวชเป็นสามเณรและบิดาได้มอบแก้ววิเศษให้เป็นของประจำตัว ต่อมาสามเณรปูได้ไปศึกษาต่อกับพระชินเสนที่วัดสีหยัง (สีคูยัง) ซึ่งเป็นพระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงมากมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อได้อายุ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่นครศรีธรรมราช ณ สำนักพระมหาเถระปิยทัสสี ต่อมาก็ได้เข้ารับการอุปสมบท มีฉายาว่า “ราโมธมฺมิโก” แต่คนทั่วไปเรียกว่า “เจ้าสามีราม” เจ้าสามีรามได้ศึกษาอยู่ที่วัดท่าแพ วัดสีมาเมือง และวัดอื่นๆอีกหลายวัด

    เมื่อเห็นว่าการศึกษาที่นครศรีธรรมราชเพียงพอ จึงได้ขอโดยสารเรือสำเภาเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา ขณะเดินทางถึงเมืองชุมพรเกิดคลื่นลมทะเลปั่นป่วนเรือไม่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้ ต้องทอดสมออยู่ถึง 7 วัน ทำให้เสบียงอาหารและน้ำหมด บรรดาลูกเรือจึงตั้งข้อสงสัยว่าการที่เกิดอาเพศในครั้งนี้เป็นเพราะเจ้าสามีราม จึงตกลงใจส่งเจ้าสามีรามขึ้นเกาะ ได้นิมนต์ให้เจ้าสามีรามลงเรือมาดขณะที่นั่งอยู่ในเรือมาดนั้นท่านได้ห้อยเท้าแช่ลงไปในน้ำทะเล ก็บังเกิดอัศจรรย์น้ำทะเลบริเวณนั้นเป็นประกายแวววาวโชติช่วงเจ้าสามีราม จึงบอกให้ลูกเรือตักน้ำขึ้นมาดื่มก็รู้สึกว่าเป็นน้ำจืดจึงช่วงกันตักไว้จนเพียงพอ นายสำเภาจึงนิมนต์ให้ขึ้นสำเภาอีก และตั้งแต่นั้นเจ้าสามีรามเป็นชีต้น หรืออาจารย์ของเจ้าสำเภาอิน สืบมา

อภินิหารที่ท่านสามีรามเหยียบน้ำทะเลจืดเป็นที่โจษขานมาถึงบัดนี้และเหตุการณ์ตอนนี้เล่าเสริมพิสดารขึ้นว่า ตอนแรกนายอินเชื่อมั่นว่าพระสามีรามเป็นกาลกิณีเรือจึงต้องพายุเพราะก่อนมาไม่เคยเป็น เมื่อคลื่นลมสงบจึงคิดจะเอาเจ้าสามีรามปล่อยเกาะ แต่ครั้นเห็นปาฏิหาริย์จึงขอขมาโทษ

    ในยุคนี้และสมัยนี้ เกือบจะไม่มีชาวไทยคนใดเลย ที่จะไม่เคยได้ยินชื่อหรือได้ฟังกิติศัพท์เล่าลือเกี่ยวกับ ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ความศักดิ์สิทธิ์อันนี้ บ้างก็เป็นเรื่องของความคลาดแคล้วจากอุบัติเหตุสยองจากไฟไหม้หรือจากภัยพิบัติ นานัปการ และหลวงพ่อทวดมิใช่จะคุ้มครองเฉพาะด้านอุบัติเหตุเท่านั้น แม้แต่ในทางโชคลาภ ก็ให้ผลอย่างดีที่สุด ดังที่ได้ประจักษ์แก่ผู้เลื่อมใสมาแล้ว

(คัดลอกจากเอกสารวัดห้วยมงคล ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)

ทราบประวัติคร่าวๆกันแล้ว ไปกันเลยค่ะ ตรงทางเดินไปที่ลานหลวงปู่ทวดค่ะ

ตรงทางเดินไปก็สวย ขอเก็บภาพไว้นิดนึง 555

สังเกตดู พบว่าที่นี่มีช้างเยอะจังเลยนะคะ ตรงนี้ก็น้องช้างพ่นน้ำ

ลอดท้องช้าง

มุมนี้ขอเล่าเล็กน้อยค่ะ คือเค้าจะมีการให้โยนเหรียญเข้าปากช้าง หนึ่งก็เลยโยนกะเค้าบ้าง โยนไปครั้งแรก เข้าปากช้างเลยค่ะ (นักบาสเก่าก็งี้อ่ะ 555 เอ้ย!! ไม่ใช่ค่ะ) แต่เหรียญมันกะเด้งออกมาตกลงบนพื้นค่ะ ทีนี้ไอ้เราก็เดินก้มหน้าก้มตาตามหาเหรียญที่ตกลงมาเพื่อจะเอามาดยนใหม่ให้เข้าไปอยู่ในปากช้าง แต่ทว่าขณะที่เอื้อมมือไปหยิบเหรียญที่ตกอยู่ที่พื้นนั้น .. ก็มีมือเล็กๆเอื้อมมาคว้าเหรียญตัดหน้าไปซะงั้น และมือเล็กๆนี้ก็ตามไปเก็บเหรียญที่หล่นลงมาทุกๆเหรียญค่ะ อารมณ์ประมาณลอยกระทงอ่ะค่า ที่พอลอยไปยังไม่ทันไรก็มีมือดีมาคว่ำกระทงเพื่อหาเงินในกระทงอ่ะค่า 555

มองเห็นความยิ่งใหญ่ขององค์หลวงปู่ทวดรึยังคะ

ทำบุญรับดอกไม้ธูปเทียนมาแล้ว ขึ้นกันไปเลยค่ะ

ตรงนี้ขอบอกว่าเค้ามีทองคำเปลวจัดให้หลายใบใช่ป่าวคะ อย่าลืมปิดทองให้ครบทุกองค์ใต้ฐานของหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่นะคะ เดินรอบๆเลยนะคะ

เก็บภาพท้องฟ้าที่วัดห้วยมงคลมาฝากค่ะ

แดดแรงมากจริงๆค่ะ สังเกตผมหนึ่งเปียกเหมือนเพิ่งอาบน้ำสระผมมาเลยค่ะ อิอิ มุมนี้มีที่นั่งพักเย็นสบายค่ะ เราเลยพักหลบร้อนกันนิดนึง ด้วยการแอ๊คชั่นถ่ายรูปกันอีกแร้วววว 555

อีกซักหลายรูป 555

เดินมาอีกหน่อยเป็นศาลาเจ้าแม่ตะเคียนทองค่ะ

เจ้าแม่ตะเคียนทองทริปนี้เราเจอที่วัดโพธิ์ปรกด้วยค่ะ

อืม..ตากล้องคงหิวจนมือสั่นค่ะ หรือไม่ก็เป็นพาร์กินสัน ภาพเลยเบลอๆ 555

 ออกจากวัดห้วยมงคลก็มุ่งหน้าสู่กทม.กันเลยค่ะ

เป็นไงบ้างคะทริป จากอัมพวา  ..  ถึงเพลินวาน ไปแค่ 3 วัน แต่เล่ายาวถึง 6 ภาคด้วยกันทีเดียวค่า 555 จบเอาดื้อๆแบบนี้เลยนะคะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Suwinya's TRIP



ความเห็น (22)

เขียนเมื่อ 
  • แต่ละภาพฮามากเลยน้องหนึ่ง
  • จำได้ว่า
  • ไม่ได้ส่งงานคืนเลย
  • จะส่งคืนไปไวๆๆนี้
  • แก้ไขเสร็จนานแล้ว
  • เพิ่งเคยเห็นรูปปั้นหลวงพ่อทวด
  • องค์ใหญ่มาก
  • อิจฉาคนได้ไปเที่ยวนะเนี่ย
เขียนเมื่อ 
  • ตามไปเที่ยวตั้งแต่ตอนที่ 1 จนถึงตอนจบเลยจ้ะน้องหนึ่ง
  • แต่ละภาพฮามากๆ เหมือนที่ อ.ขจิตบอก
เขียนเมื่อ 

นี่ค่ะ...ตอนนี้ชอบภาพนี้มาก...ดูดู๋...แต่ละคนซะ....อิอิ

เขียนเมื่อ 

ภาพนี้ก็มัน...ฮ่าๆๆๆ

เขียนเมื่อ 

มาอีกแล้วค่ะน้องหนึ่งขา...พี่ๆ กะว่าจะไปอุดร (งานแต่งน้องเดย์) 15 พ.ย. 52 จะมาชวนน้องหนึ่งอีกคน  นี่ค่ะข้อความของพี่สุ  ว่าไงตอบด้วยนะคะ

น้องครูอรวรรณ ตกลงพี่สุไปด้วยนะคะ งานแต่งงานน้องเดย์  ที่โรงแรมบ้านเชียง ไม่รู้อยู่ทางไหน ไปถามเอาข้างหน้า เป็นวันอาทิตย์ว่างอยู่แล้ว  เขาเริ่มงาน 6 โมงเย็นคะ เราไปซักบ่ายหนึ่งบ่ายสอง แต่พี่สุจะถามคือ จะมาแวะบ้านพี่สุไหม ที่อำเภอกระนวน เราไปทางกุมภวาปี มันเป็นทางลัดไปอุดรคะ  จะมานั่งรถกับพี่ ก็มาหาที่บ้าน หรือจะไปรถคนละคัน ก็แล้วแต่นะคะ พี่สุจะนั่งรถจิ๊บแคริบเบียน มันคล่องมือ และคล่องทางดี ไม่เอาเก๋งไป เพราะกลัวที่จอดแออัด เลี้ยวออกเลี้ยวเข้า มันไม่ทันใจกลัวมันบุบบู้บี้คะ

ตกลงเอาอย่างไร บอกผ่านทางเมลย์ก็ได้นะคะ เบอร์โทรศัพท์พี่ก็เคยให้ไว้แล้ว

ตกลงว่าไปนะคะ เดี๋ยวจะไปบอกน้องแดง บอกคนอื่นๆด้วยคะ มีอะไรบอกได้นะคะ

เมลย์  [email protected] ได้เลยคะ คนดี ไปหละ  เย้วๆๆๆๆจะได้พบกันอีกแล้ว

เขียนเมื่อ 

พี่หนึ่ง

สามล่ะไม่เข้าใจเวลาlog in ทำไม ต้องพิมพ์ ฟหกด

ก่อนทุกครั้งเลยเนี่ย

เป็นการตรวจสอบว่า คนไทยหรือป่าวใช่ป้ะคะ หรือตรวจสอบทักษะ การพิมพ์สัมผัสของสาม

ซึ่งก้อแน่นอน สามใช้จิ้มดีด ไม่ได้พิมพ์ พริ้วไหวแต่อย่างใด

จะว่าไปพี่หนึ่งก้อเก็บรายละเอียดในการท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว

หรือแอบมาsearch ข้อมูลเพิ่มเติม บอกมานะ

เพราะว่าเท่าที่ สังเกต ตอนเที่ยวอ้ะ

ถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งเลยนี่นา อิอิ อ้ะล้อเล่น

แต่ช่วงตอนโยนเหรียญเข้าปากช้างอ้ะ

สามโยนสามครั้งถึงจะลงอย่างสวยงาม

ตอนแรกก้อกะจะslam dunk แต่เกรงจะไม่งาม ก้อเลย โยนแบบที่คนอื่นๆเค้าทำกัน

แต่ก้อพบว่าเหรียญไม่ได้เด้งไปไหนไกล แต่เด้งมาปะทะกับหน้าผากบ้าง มือบ้าง

เหมือนหลวงปู่ทวดจะพยายามใช้ปริศนาธรรมให้สามคิดและพยายามใช้สติและปัญญาในการโยนเหรียญ

และสามก้อเดินลอดท้องช้างผิดด้วย

ซึ่งถ้าคุณป้าคนข้างๆไม่วิ่งกรี๊ดมาเตือน

ก้อคง วิ่งลอดท้องช้างด้วยความเร็ว 120kmต่อชม ไปแว้ว(เนื่องด้วยอากาศที่ร้อนเหลือเกิน)

อืม แต่ก้อถือเป็นประสบการณ์ดีๆที่น่าจดจำ

ไว้โอกาสหน้าเราไปเที่ยวกันอีกนะพี่สาว

(เอิ่มเม้นท์ซะห่างเหิน) ปกติก้อไปทุกทริปนี่เนอะ ^__^

สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต

เรื่องงาน ขอบคุณมากๆๆเลยค่า ^___^

ใช่แล้วค่ะ ที่นี่หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศเลยค่ะ

ยังไงมีโอกาสเมื่อไหร่แวะไปเที่ยวได้นะคะ

เห็นเค้าบอกว่าถ้าไปหน้าหนาวจะมีทุ่งทานตะวันด้วยค่ะ คงสวยน่าดูเลยค่ะ

สวัสดีค่ะพี่ครูอรวรรณ

ขอบคุณค่า อิอิ

เรื่องถ่ายรูปนี่ไม่มีใครยอมใครจริงๆค่า 555

ส่วนเรื่องไปงานแต่งน้องเดย์เหรอคะ ได้เลยค่ะ

โรงแรมบ้านเชียงหนึ่งรู้จักค่ะ พี่ครูอรวรรณจะมายังไงคะ

ให้หนึ่งไปรับป่าวคะ

อ่ะนะคะคุณน้องสามขา...

เม้นยาวกว่าบันทึกได้ไงค้า 555

พี่ก็คิดว่างั้นนะ

ถ้าไม่ใช่คนไทยเนี่ย สงสัยจะเข้า G2K ไม่ได้จริงๆ 555

เรื่องถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งนี่เป็นกันทั้ง 5 คนมิใช่เหรอค้า อิอิ

แบบว่า ภาพมันฟ้องอ่ะนะค้าคุณน้องขา 555

อ่านะ ก็ไปด้วยกันทุกทริป อิอิ ทำเป็นๆๆ

ปล.เมื่อไหร่จะเขียน บันทึกซักทีล่ะคะคุณน้อง รออ่านๆๆๆนะจ๊ะ

เขียนเมื่อ 
  • มาฟ้องน้องหนึ่งว่า
  • น้องสามไม่ยอมเขียนบันทึก
  • เลยให้ความคิดเห็นไม่ได้
  • ฮ่าๆๆ
  • แจ้งน้องสามเขียนบันทึกเลย
  • โอโห งานนี้น้องมีบล็อกเกอร์มาแบบสองศรีพี่น้อง
  • ว่าแต่ว่าเปิดเทอมเมื่อไรเนี่ย
  • http://gotoknow.org/profile/sa3amsa3am

อาจารย์ขจิตคะ

หนึ่งบังคับสามแล้วค่ะ

สามบอกว่าของงี้ต้องสร้างอารมณ์ค่ะ ถึงจะเขียนได้ 555

แต่หนึ่งคอนเฟิร์มว่าสามเป็นนักเขียนที่มีพรสวรรค์มากๆค่ะ

เขียนบันทึกเมื่อไหร่เป็นอันแจ้งเกิดแน่ๆๆ อิอิอิ

หนึ่งบอกสามให้แล้วค่าว่ารีบเขียนบันทึกด่วน

เรื่องเปิดเทอมหนึ่งเปิดเทอมเสาร์นี้ล่ะค่า

เครียดเล็กน้อยกะ thesis งือๆๆๆ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณน้องหนึ่งมากครับ นี่ขนาดเครียดนะเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

อิอิ เครียดค่าเครียด อิอิ

เขียนเมื่อ 
  • กลัวเจ้าแม่ตะเคียนทอง
  • เหวอๆๆ
  • H118

ของเค้าแรงจริงๆค่าอาจรย์ขจิต

หุหุหุ ดูสิคะสามเป็นตากล้องให้หนึ่งถ่ายสองครั้งเบลอสองครั้ง 555

แอบเล่านิดนึง คือพอหนึ่งถ่านรูปตรงต้นตะเคียนต้นนี้เสร็จ เราก็ผลัดกันมานั่งถ่ายรูปที่เดียวกันนี่ล่ะค่ะ

แล้วแอ๊คชั่นเราก็จะคล้ายๆกันคือจับ หรือ ชี้บริเวณที่เห็นในรูป

พอเราไปกันยังไม่ทันออกจากศาลา ก็มีคนเข้ามามุงดูตัวเลขบริเวณนี้กันเต็มเลยค่า อิอิ

เสียดายตอนเราแอ๊คชั่นถ่ายรูปทามมายไม่เห็นเลขน้อ 555

เขียนเมื่อ 
  • ฮาตรงที่คนมุงดูเลขนี่ละ
  • แต่ถ่ายไม่ติดนี่แปลกดี
  • เบอลๆๆ
  • ลองไปสร้างเว็บศูนย์มะเร็งที่นี่ดีไหม
  • ทำเป็นเว็บหน่วยงานครับ
  • ตัวอย่าง
  • http://portal.in.th/kha-ku/pages/4815/
  • ที่นี่ http://portal.in.th/main/pages/start/
  • ใช้รหัสเดียวจาก gotoknow ก็ได้
  • ถ้าสใจลองดูนะครับ
เขียนเมื่อ 
  • ลืมเอาportal อันนี้มาให้ดู
  • http://thastro.org/pages/pedbone/
  • ที่คุณหมอเต็มศักดิ์ทำงาน

อาจารย์ขจิตคะ

สนใจค่ะๆๆๆ แต่ว่าจะทำได้รึเปล่าไม่แน่ใจ แหะๆ

คงต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยค่ะ

ขอบพระคุณมากๆค่า ^___^

วิวสวยทุกรูปเลยนะ ครับ

น่าไปเที่ยวมากๆ

เห็นแล้วอยากไปเลยซะตอนนี้(แต่ติดอย่าเดียวไม่มีตัง)

อยากไปมั้งจังพี่Hana ถ้ามีโอกาสพาผมไปหน่อยนะครับ 555+

ทั้งอัมพวา ทั้งเพลินวานเลย ยังไม่มีโอกาสได้ไป ^^

สวัสดีค่ะ นาย ก่อเกียรติ ( กอล์ฟ ) พงศ์พันธุ์

อิอิ ใช่ค่ะ พี่ว่านะคะ เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ค่ะ

ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าพี่จะเก็บตัวเงียบๆ ไม่ไปเที่ยวไหนอีกหลายเดือนแล้วจ้า

อ้างว่าทำ thesis แต่เหตุผลเจงๆนั้น เพราะตังค์หมดแย้ววว เหมือนกัน 555

สวัสดีค่ะน้องเอิร์ท

จะไปจริงๆป่าวคะ พี่กะลังจะได้ไป OD ที่ปราณบุรี เพลินวาน และอัมพวาค่ะ

เป็นกิจกรรมของศูนย์มะเร็งอุดรฯจ้า

มี 2 รุ่น รุ่น 1 ไปช่วง 24-26 กพ.นี้

ส่วนพี่จะได้ไปรุ่น 2 ช่วงวันที่ 3-5 มี.ค.นี้จ้ะ อิอิ