อาจารย์แคเตอรีน คอลลินส์ หัวหน้านักกำหนดอาหาร โรงพยาบาลเซนต์จอร์จ ลอนดอน (UK) ตีพิมพ์เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องอาหาร ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ MailOnline ]

...

(1). กินตอนดึกทำให้อ้วน

การกินตอนดึกไม่ได้ทำให้อ้วน ตราบเท่าที่กำลังงานรวม (แคลอรี) ที่ได้รับใน 1 วันไม่มากเกินกำลังงานที่สูญเสีย หรือใช้ไปในแต่ละวัน

แต่การกินอาหารมื้อใหญ่หลังพระอาทิตย์ตกดินเพิ่มเสี่ยงปวดท้อง ท้องอืด นอนหลับไม่สนิท รวมทั้งทำให้โรคกรดไหลย้อนแย่ลงได้

...

(2). ห้ามออกกำลังหลังอาหาร

เลือดจะถูกนำไปเลี้ยงระบบทางเดินอาหาร เพื่อช่วยในการย่อยอาหารเพิ่มขึ้น 10-15% ในชั่วโมงแรกหลังอาหาร

การออกแรง-ออกกำลังเบาๆ เช่น เดินช้าๆ หรือที่เรียกว่า "เดินย่อยอาหาร" นั้นทำได้ ส่วนการออกแรง-ออกกำลังอย่างหนักหลังอาหารทันทีน่าจะไม่ดี เนื่องจากเพิ่มโอกาสท้องอืด หรือไม่สบายในท้องได้

วิธีที่ดีคือ หัดกินอาหารให้ "เกือบอิ่ม" แล้วหยุด ดื่มน้ำตามเล็กน้อย จะทำให้ร่างกายสดชื่นกว่าการกินอาหารจนอิ่มเต็มที่

...

(3). กาแฟ/กาเฟอีนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ

กาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะน้อยมาก ปัจจัยหลักที่ทำให้คนเราปัสสาวะมากขึ้นหลังดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา ชอคโกแล็ต เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง ฯลฯ ขึ้นกับปริมาณน้ำที่ดื่ม ไม่ใช่ปริมาณกาเฟอีน

ถ้ายังไม่หายกังวล... ให้ดื่มน้ำตามหลังดื่มกาแฟเพิ่มอีก 1/2 แก้ว จะได้หายเครียด

...

(4). นมทำให้เสมหะมากขึ้น

คนสหรัฐฯ 1 ใน 3 ของทั้งหมดเชื่อว่า นมเพิ่มการสร้างเสมอหะ การศึกษาที่ผ่านมาไม่พบว่า นมเพิ่มการสร้างเสมหะ

ทว่า... ไขมันนมจับกับผนังเยื่อบุในช่องปากได้ ทำให้รู้สึกคล้ายเสมหะมากขึ้น และอาจติดเป็นคราบไคลบนลิ้น ทำให้ดูลิ้นขาวขึ้นได้

วิธีที่ดีคือ ดื่มนมแล้วบ้วนปากแรงๆ หลายๆ ครั้งเสมอ

ถ้ายังไม่หายเครียด... ให้หาช้อนพลาสติก คว่ำช้อนลง แลบลิ้นออก แล้วขูดลิ้นเบาๆ หลังแปรงฟันก่อนนอน

...

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

...

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 26 ตุลาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.