อยากได้กำลังใจ
เริ่มต้นชีวิตชาวบล็อกวันนี้ หลังจากดื่มด่ำกับการเข้าบล็อกของคนอื่นมาเป็นเวลานาน
มีอะไรเยอะแยะ ที่อยากบอกเล่า แลกเปลี่ยน
อยากได้กำลังใจบ้างค่ะ
เริ่มต้นชีวิตชาวบล็อกวันนี้ หลังจากดื่มด่ำกับการเข้าบล็อกของคนอื่นมาเป็นเวลานาน
มีอะไรเยอะแยะ ที่อยากบอกเล่า แลกเปลี่ยน
อยากได้กำลังใจบ้างค่ะ
วันวาน พาครอบครัวทั้งครอบครัวตัวเอง 3 คน
และครอบครัวน้องสาวอีก 4 คนไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติรามคำแหง
ที่ อำเภอคีรีมาศ สุโขทัย เหตุเพราะลูกสาวร่ำร้องอยากออกจากบ้านไปสู่
ธรรมชาติบ้าง หาข้อมูลทางเนตปุ๊บ หาเส้นทางจากกูเกิลปั๊บ เช้าวันร่งขึ้น
ออกเดินทาง ทางที่กูเกิลบอก คดเคี้ยวเลี้ยวลดจัง ผ่านหมู่บ้านเห็นชาวบ้าน
ปลูกดอกไม้สวยงาม สดชื่นที่หน้าบ้านเกือบทุกบ้าน แค่นี้ก็เริ่มมีความสุข
แล้ว
จากบ้านถึงอุทยานฯรามคำแหง หรือชื่อเดิมเขาหลวง ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง
(อำเภอเมืองพิษณุโลก ถึง อำเภอคีรีมาศ สุโขทัย) มองเห็นยอดเขาปกคลุมด้วย
หมอก คิดในใจว่าเดี๋ยงคงได้สัมผัส ปุยเมฆที่ละล่องผ่านชนิดเอื้อมมือสัมผัสได้
เหมือนที่อ่านเจอในเนต โธ่ถังแค่เดินจากลานจอดรถไปตามเนินลาดน้อยๆสู่ที่ทำการ
อุทยานสัก 200 เมตร ก็รู้สึกถึงพลังปอดที่ยอดแย่ หอบและนึกออกในทันใดว่า โรคหอบที่อุตส่าห์รักษามา
เป็นสิบปี ถึงตอนนี้ก็ยังคงเหนียวแน่นอยู่กับตัวเรา
วาสนาคงแค่รอคณะอยู่ริมดอยเชิงเขาแน่นอน
อยากขึ้นไปสัมผัสอากาศยอดบริสุทธิ์บนยอดเขานารายณ์ แต่คงไม่มีหวัง
ได้แต่อวยชัยให้พร ลูกหลาน สามีและน้องเขย ให้สนุกและมีความสุขเมื่อถึงยอดเขา
แล้วก็เดินกลับลงมาคุยกับเจ้าหน้าที่อุทยาน ได้ความรู้มาเยอะ สุดท้ายมาเอนพักในรถ
หยิบหนังสือ มาอ่าน ครู่เดียวฝนก็ตกและตกหนักขึ้นเรื่อยๆ นึกถึงคนบนเขา
ลองโทรหา ไม่มีสัญญาน ที่โทรนี่เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าที่นั่นสัญญานดีแทคดีมาก
เลยลองดู อ่านหนังสือต่อคิดว่าถ้าข้างบนมีฝนตกคงจะรีบลงมากันเอง
ครู่ต่อมา ฝนเทหนัก ชะโงกดูลำธาร ด้านล่างที่ไหลผ่านที่จอดรถเห็นน้ำไหลปกติ
แต่ใจนึกห่วงคนข้างบน แล้วพลันก็ได้รับสัญญานโทรจากลูกสาว บอกว่าติดอยู่บนเขา
คนที่เดินลงจากเขาผ่านมาบอกว่าข้างบนหมอกจัดมองอะไรไม่เห็น ไม่ต้องขึ้นไป
แถมยังบอกว่าเดี๋ยวน้ำป่าจะมา เฮ้อ ตายละจะเหมือนข่าว นสพ.หรือเปล่า บอกให้รีบลง สักครู่กดไปอีก
คราวนี้ลูกหัวเราะแล้วขอโทษบอกว่า แหะๆ หนูลงมาถึงพื้นล่างแล้วค่ะ อำเล่น
มันน่าเอาใบไม้เคาะหัวนิ
สรุปว่าทริปนี้ มาถึงที่แต่ขึ้นไปไม่ถึงแท่นข้างบน ลูกบอกไปได้แค่ 1 กิโลเมตรยังไม่ถึง 1 ใน 4
ตอนเดินทางกลับออกมาพ้นอุทยานไม่เจอฝนสักแหมะ
เลยได้รู้ว่าต้นไม้ใหญ่หนาแน่นบนเขามีพลังดึงดูดฝนให้ชุ่มฉ่ำ
ส่วนที่ราบข้างล่างที่ไม่มีต้นไม้ก็ไร้ฝนเปรียบเทียบให้เห็นกันจะๆไปเลย
ขอบคุณคุณก้ามกุ้งมากๆๆเลยค่ะ กำลังพยายามน่ะค่ะ
ก็หนูติดอยู่บน(ตีน)เขาจริงๆนี่คะหม่ามี๊ เอิ้กอ้าก
~น้ำเสียงในโทรศัพท์ของแม่ตอนนั้นฟังดูตระหนกจริงๆนะคะ~~*0*
~ล้อเล่นกับความรัก ความห่วงใยของแม่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย แต่วันหลังจะทำบ่อยๆนะคะ บริหารหัวใจแม่~
----รักแม่ค่ะ
มาให้กำลังใจนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไอดาโออย่างเดียวดาย
เขาต้องการที่จะพรวนดินเพื่อทำสวนมันฝรั่ง แต่มันเป็นงานที่หนักมาก
ลูกชายคนเดียวที่เคยช่วย ต้องโทษติดคุก
ชายชราเขียน จ.ม. ถึงลูก อธิบายถึงสถานการณ์
"ลูกรัก
พ่อรู้สึกแย่มากเพราะดูเหมือนว่าพ่อจะปลูกมันฝรั่งไม่ได้ในปีนี้
พ่อแก่เกินไปที่จะขุดไถแปลงสวน
ถ้าลูกยังอยู่ คงจะไม่มีปัญหา พ่อรู้ว่าลูกคงจะขุดพรวนแปลงสวนให้
รัก/ จาก พ่อ"
หลังจากนั้น 2-3 วัน ชายชราได้รับ จ.ม. จากลูกชาย
"พ่อครับ
เพื่อเห็นแก่พระเจ้า พ่ออย่าได้ขุดพรวนแปลงสวนนะครับ ผมฝังศพไว้ที่นั่นหลายศพ !!
รัก/จากลูก"
ตี 4 เช้าวันรุ่งขึ้น จนท. เอฟบีไอ และตำรวจท้องที่
แห่กันมาขุดค้นไปทั่วทั้งสวนแต่ไม่พบศพเลย
จนท. ขอโทษชายชราและจากไป
วันเดียวกัน ชายชราได้รับ จ.ม. อีกฉบับจากลูกชาย
"พ่อครับ
ตอนนี้คุณพ่อลุยปลูกมันฝรั่งได้เลย ตอนนี้ผมคงช่วยพ่อได้แค่นี้ละครับในสถานการณ์เช่นนี้
รัก/ จากลูก"
ที่มา thaireaderclub.com
เข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆได้ตรงนี้นะคะ คนนี้เก็เขียนบล๊อกเหมือนกัน แปะเรื่องน่าสนใจไว้เยอะดี ฮ่ะๆๆๆๆ
http://pbmath.exteen.com/20090414/entry-1
แว่บมานอกลู่นอกทางกะแม่นิสนึง ว่าแล้วก็ตีลังกาม้วนหลังกลับไปนอนอู้...เอ้อ...ทำงานต่อค่ะ
---รักหม่ามี๊ที่สุดในโลก----
**ปล. ถ้าแม่อ่านถึงตรงนี้รบกวนเดินไปหอมแก้มพ่อข้างซ้ายขวาอย่างละทีนะคะ..หรือจะมากกว่านั้นก็ไม่ว่า...(ต๊ายแก่แดดแก่ลม>v<)
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทาย
และมาให้กำลังใจค่ะ
พยายามเข้านะค่ะ
ขอเอาใจช่วยค่ะ
มาให้กำลังใจค่ะ
หยาดน้ำตา...หลั่งได้..คราใจเศร้า
ทุกย่างก้าว...หยุดได้...ไม่ใช่ถอย
รวมพลัง....แรงใจ....ใช่สำออย
แล้วค่อยๆ...ก้าวอีกครั้ง....อย่างมั่นคง
..................สู้ๆค่ะ.....
ก้าวอย่างมั่นใจ ในคุณค่าของตน ท่านคือคนสำคัญ
ขอให้มีความสุขกับงานเขียนครับ
ขอเป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ..สู้สู้...
กลับมาอีกที่
คิดถึงและอยากมาหา
คราวนี้มีอะไรคิดไว้ในใจเยอะแยะ
ที่อยากเล่าอยากบอก
อยากเปิดประตู..เดินไปหาอดีตแล้วจูงมือมาที่ปัจจุบัน ลูกรักแม่มีอะไรมากมายจะเล่าให้ลูกฟัง
....ปีอะไรจำไม่ได้ อายุแม่คงราวๆสัก 13-14 ปี
แถวบ้าน(บ้านอยู่ไกล้ค่ายทหาร) และไม่ไกลบ้านนัก มีน้ำขังตามที่ลุ่มทั้งในค่ายทหารและแถวๆบ้านชาวบ้านนอกค่าย แต่แม่ก็ไม่เคยเห็นหรอกนะว่าน้ำขังอยู่แถวบ้านใครหรือแถวไหนบ้าง เพราะแม่ไม่ค่อยชอบเที่ยวเล่นซุกซนสักเท่าไร
แต่พอหน้าฝน ฝนตกลงแรงมาระยะหนึ่งน้ำก็จะไหลลงคูน้ำข้างถนนเล็กในค่ายและไหลออกนอกค่ายลอดผ่านท่อใต้ถนนใหญ่
อีกฝั่งของถนนใหญ่เป็นที่ลาดลุ่มลึกลงไปสัก 3 - 4 เมตร ตรงนี้ละ ปลามากมาย
ไหลพุ่งลงมาตามกระแสน้ำ มากมาย มากมายซะจนเด็กอย่างแม่ตื่นเต้นสุดๆ
พ่อของแม่ ก็คุณตาของลูกนั่นแหละจ้ะ เอาไม้มาทำกระบะขนาดกว้างยาวซักเมตรกว่าๆใช้แผ่นตะแกรงรองด้านล่าง แล้วเอาไปวางรับน้ำที่พุ่งลงมา ไม่มีแต่น้ำกับเศษกิ่งไม้ใบไม้เท่านั้น
แต่มีปลาหลากหลายทั้งปลาดุก ปลาช่อน ปลากระดี่บ้างก็มีปลาหมอปนๆมาบ้าง ปูก็มี
พอหล่นถึงกระบะ แม่ก็ตาลุก ช่วยคุณตาของลูกเอาจานเก่าๆตักใส่กะละมังที่เอาไปวางรอไว้ ตักเอาตักเอา ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งตื่นเต้น สนุก เปียกปอน แถมต้องคอยทรงตัวไม่ให้ลื่นไถลลงไปด้วย คุณตาเอาปลามาขอดเกล็ด บอกแม่ว่าจำหมักปลาทำปลาร้า ได้ปลาเกือบๆ 8 โอ่งมังกรแน่ะ ก็คงมีคุณยายช่วยทำด้วยนั่นแหละ
จากตื่นเต้นสนุกสนาน พอมาถึงตอนนี้แม่ชักเหนื่อยซะแล้ว นานๆเข้าก็เริ่มเหม็นปลาเล็กๆที่ตายและเริ่มส่งกลิ่นบ้าง แต่ลูกจ๋า..มาถึงวันนี้ มันเป็นประสบการณ์ที่แม่ไม่เคยลืม
ปลาที่หล่นจากฟ้า..(ก็ปลายท่อสูงๆนั่นแหละ) ลงมาในกระบะมากมาย อย่างนั้น
และมาถึงสมัยลูก แม่ก็เสียดายแทน ที่สิ่งที่เล่ามาไม่มีให้ลูกเห็นและตื่นเต้นเหมือนแม่
ถึงอย่างไร แม่ก็จะเล่าให้ลูกฟังอีก ลูกฟังแล้วคิดว่าอย่างไรบ้างจ๊ะ