สะดุดใจที่ปลายฟ้าชายคาโลก จามรีขนข้องอยู่ หยุดปลด ชีพบ่รักรักยศ ยิ่งไซร้ สัตว์โลกซึ่งสมมติ มีชาติ ดูเยี่ยงสัตว์นั้นได้ ยศซ้องสรรเสริญ โคลงโลกนิติบทนี้คือความคิดที่บังเกิดขึ้นในทันทีที่ได้สัมผัสความอ่อนนุ่มของขนจามรี และได้คำตอบว่าอย่างนี้นี่เองจามรีจึงรักขนของมันยิ่งนัก ระหว่างปิดภาคเรียนครูแป๊วได้ไปตามความฝันของตัวเอง ที่อยากไปเยือนเทือกเขาหิมาลัยซึ่งคนอินเดียจินตนาการเป็นเขาพระสุเมรุ ของแถมที่ได้รับคือการได้เห็นฝูงจามรีกำลังและเล็มหญ้าอยู่กลางทุ่งหญ้า เป็นจามรีสีดำล้วนเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงส่วนน้อยที่มีขนสีขาวปะปน ถ้าอยากเห็นจามรีขนสีขาวปุกปุยทั้งตัวคงต้องไต่ขอบฟ้าขึ้นไปให้ถึงหลังคาโลก(ทิเบต) แต่ครูแป๊วไปแค่ดินแดนชายคาโลกที่เรียกว่าทิเบตน้อย คือ เมืองจงเตี้ยน หรือ แชงกรีล่า จึงเห็นแต่จามรีสีดำทั่วไปหมด จามรี หรือ yak เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คล้ายวัว อยู่ในแถบภูเขาหิมาลัย ที่ระดับสูงกว่า 3000 เมตร เป็นสัตว์เลี้ยงของชาวทิเบต มีขนหนานุ่ม อดทนต่อสภาพอากาศหนาว ทุกส่วนของจามรีใช้ประโยชน์ได้หมด น้ำนมทำผลิตภัณฑ์จากนมต่าง ๆ เช่น เนย โยเกิร์ต ขนม เนื้อนำมาปรุงเป็นอาหารหลายชนิดทั้งอาหารสดอาหารแห้ง หนัง ขนทำเครื่องนุ่งห่มนานาชนิด ส่วนเขาและกระดูกทำอาวุธ เครื่องประดับ หวี ของที่ระลึก ธรรมชาติของจามรีเป็นสัตว์ที่รักขนของมันมาก ถ้าขนยาว ๆ ของมันติดน้ำแข็ง มันจะไม่ยอมขยับไปไหนเพราะกลัวขนจะขาด ในโคลงโลกนิติข้างต้นจึงเปรียบจามรีรักขนกับคนที่รักเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตนเอง กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ มีบทบรรยายกระบวนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ดังนี้ สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม พู่ห้อยของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์นั้นทำจากขนหางของจามรีซึ่งเป็นขนส่วนที่สวยงามที่สุดและมีราคาแพงที่สุด นอกจากนี้พระแส้จามรีเป็นเครื่องราชูปโภค(เครื่องใช้ประจำพระองค์ของพระมหากษัตริย์) หนึ่งในเบญจราชกกุธภัณฑ์ พระแส้จามรีทำด้วยขนหางของจามรี ด้ามเป็นแก้ว (ต่อมาได้เปลี่ยนจากขนจามรีเป็นขนหางช้างเผือกแทน) ใช้คู่กับพัดวาลวิชนี ซึ่งประดิษฐ์จากใบตาล ด้ามเป็นทองลงยา จามรีจะยังรักขนของมันเหมือนเดิมหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะจามรีหลายตัวถูกเจ้าของกร้อนขนจนเกรียน มองดูเวลาที่ไร้ขน จามรีก็ไม่ต่างจากวัวบ้านเราเท่าใดหรอกค่ะ
จามรี นี้มัน คล้ายๆ วัวใช่ไหมครับ
เเล้ว เอามาเลี้ยงบ้านเราได้ไหมครับ ?
ผมอยากเปิดร้าน สเต็กเนื้อ จามรี ตีตลาดอาหารไทยดู ~!!
สวัสดีจ้ะวิศรุต
จามรีนั้นคล้ายกับวัว ความต่างอยู่ที่ขนของมันอ่อนนุ่มและยาวมาก
มันเป็นสัตว์ประจำถิ่นที่ราบสูงที่มีความสูงเกิน 3000 เมตร อยู่ในภูมิอากาศที่หนาวเย็น
หากนำมาเลี้ยงที่เมืองไทยคงจะไม่เหมาะกระมัง เพราะบ้านเราร้อนมาก
สเต็กเนื้อจามรีคงไม่ไหวนะ คนชอบลองของแปลกมีไม่มาก
เสียดายที่ครูไม่ยอมชิมเนื้อจามรี กลิ่นสาบมันสุดยอดมาก ติดตรึงใจจริง ๆ
เนื้อจามรีนั้นชาวธิเบตทำเป็นอาหารหลายชนิด มีทั้งแฮม ไส้กรอก เนื้อตากแห้ง ที่คล้าย ๆ เนื้อสวรรค์ก็มี
ส่วนนมจามรีเขาทำเป็นนมพาสเจอร์ไลท์ เนย และเครื่องดื่มต่าง ๆ
หากมีโอกาสลองไปสัมผัสดินแดนชายคาโลกด้วยตนเองสักครั้ง รับรองว่าลืมไม่ลงเหมือนครูแป๊ว...