การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2552 อนุมัติกรอบการจัดสรรเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 วงเงิน 149,999.8371 ล้านบาท ให้แก่โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 โดยมีรายละเอียดดังนี้
แผนการลงทุนจำแนกตามวัตถุประสงค์และสาขา (ปี 2553-2555) ดังนี้
เงินสำรองจ่ายตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง2555 พ.ศ. 2552 8,500.0000 ล้านบาท
1. การสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานอนุรักษ์ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม 1 การบริหารจัดการน้ำ/น้ำเพื่อการเกษตร 230.0000 ล้านบาท
2.การปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยและจำเป็นต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
การขนส่ ง/ Logistic 6,644.4946 ล้านบาท
-ระบบราง 160.0000 ล้านบาท
-ขนส่งทางถนน 6,484.4946 ล้านบาท
- สาขาพลังงาน 174.3000 ล้านบาท สาขาการสื่อสาร สาขาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว 1,280.0000 ล้านบาท สาขาพัฒนาด้านสาธารณสุข 3,455.0000 ล้านบาท สาขาสวัสดิภาพของประชาชน 2,372.7966 ล้านบาท
3.การเร่งรัดและสร้างศักยภาพในการหารายได้จากการท่องเที่ยว 9 สาขาพัฒนาการท่องเที่ยว 3,227.8210 ล้านบาท
4.การสร้างฐานรายได้ใหม่ของประเทศจากเศรษฐกิจความคิดสร้างสรรค์หรือเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ 10 สาขาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ 1,080.5950 ล้านบาท
5.การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งระบบให้ทันสมัย 11 สาขาการศึกษา 7,996.0183 ล้านบาท
6.การปฎิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุขที่มีมาตรฐานสูงสำหรับคนไทย 12 โครงการพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุข - - - -
7.การสร้างอาชีพและรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับชุมชน การลงทุนในระดับชุมชน 75,038.8116 ล้านบาท
8.วัตถุประสงค์อื่นตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด 14 การประกันรายได้ ให้แก่เกษตรกร 40,000.0000 ล้านบาท
รวมทั้งสิ้น 149,999.8371 ล้านบาท
การจัดสรรเงินกู้ให้แก่โครงการในครั้งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องเร่งดำเนินการในปีงบประมาณ 2553 เช่น โครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร วงเงิน 40,000 ล้านบาท การเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง วงเงิน 19,559 ล้านบาท โครงการพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยคนจนในชุมชนแออัด “โครงการบ้านมั่นคง” วงเงิน 3,000 ล้านบาท โครงการเงินอุดหนุนสำหรับดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองสวนท้องถิ่น ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงิน 23,000 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมเพิ่มศักยภาพการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวงเงิน 10,613 ล้านบาท รวมทั้งโครงการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีความพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการได้ ในปีงบประมาณ 2553 ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2552 สำหรับโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 และ 15 มิถุนายน 2552 ซึ่งยังไม่ได้รับการพิจารณาจัดสรรวงเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 ในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีแผนจะเริ่มดำเนินงานและเบิกจ่ายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3-4ของปีงบประมาณ 2553 รวมทั้งโครงการที่มีแผนการลงทุนและการเบิกจ่ายต่อเนื่องในช่วงปีงบประมาณ 2554 – 2555 จึงเห็นควรพิจารณาจัดสรรเงินกู้จากร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. …. ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาในโอกาสต่อไป
สำหรับการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนสำหรับดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นวงเงิน 23,000 ล้านบาท โครงการส่งเสริมเพิ่มศักยภาพการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวงเงิน 10,763 ล้านบาท และโครงการพัฒนากรุงเทพมหานครวงเงิน 600 ล้านบาท คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินโครงการให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 พ.ศ. 2552 โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการใช้จ่ายเงินตามแผนงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2553 และมอบให้คณะกรรมการกลั่นกรองและบริหารโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิบัติต่อไป
คณะรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่ได้รับจัดสรรวงเงินกู้จากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบมูลค่างาน กำกับ ติดตามการดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และป้องกันการกระทำอันเป็นทุจริต โดยให้หัวหน้าส่วนราชการรับผิดชอบในโครงการที่ได้เสนอมาและได้รับจัดสรรเงินกู้เพื่อดำเนินการ และเพื่อประโยชน์ในการติดตามโครงการของสาธารณชนให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำประกาศแจ้งรายละเอียดของโครงการ ณ ที่ตั้งโครงการให้สาธารณชนทราบด้วย
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ดังกล่าวข้างต้น เพื่อนำเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดำเนินการ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 3 ของพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552