แม่ครัวหัวป่า หรือ แม่ครัวหัวป่าก์ เรื่องราวที่ทรงคุณค่า

“แม่ครัวหัวป่า” เป็นอาหารพื้นบ้านจังหวัดสิงห์บุรีมีตำนานเรื่องราวที่กล่าวขานถึงความอร่อยในการปรุงอาหารของกลุ่มคนในอดีตซึ่งเป็นที่รู้จักกันจนถึงปัจจุบันของชาวตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีโดยอ้างจากคำบอกเล่าว่า เมื่อคราวรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองสิงห์ พ.ศ. 2449            ชาวหัวป่าทำอาหารถวายพระองค์ และเป็นที่โปรดปราน จึงพระราชทานชื่อคณะแม่ครัวว่า  "แม่ครัวหัวป่า”

 “แม่ครัวหัวป่าก์” เป็น “ตำราอาหาร” เล่มแรกของไทยของท่านผู้หญิงเปลี่ยน            ภาสกรวงศ์ ซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่เมื่อปลายรัชสมัย ร.๕  ท่านผู้หญิงเปลี่ยนภาสกรวงศ์ ภรรยาของเจ้าพระยา  ภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) เสนาบดีกระทรวงธรรมการได้เขียนตำราอาหารเล่มแรกของไทย เมื่อปีพ.ศ. 2451-2452 โดยตั้งชื่อหนังสือว่า “แม่ครัวหัวป่าก์”   มีจำนวน 5 เล่ม ซึ่งปัจจุบันเป็นหนังสือที่หายาก  

 

หน้าตาของตำราเล่มแรก  แต่ปัจจุบัน หน้าตาตำราเล่มนี้ได้จัดพิมพ์ หน้าตาปัจจุบันตำราเป็นแบบนี้นคะ โดยฉันขอถ่ายรูปตำรานี้ จาก อาจารย์อุทัยวรรณ คะ

แต่เมื่อได้สอบถามถึง เรื่องราว แม่ครัวหัวป่า กับ  แม่ครัวหัวป่าก์ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใดคะ .....

               ฉันได้เข้าไปตำบล ๆ หนึ่งที่นั่นคือ ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และบุคคลสองท่านที่ฉันอยากให้รู้จักคือ ท่านเป็นนักวิชาการชุมชนก็ว่าได้  อดีตท่านทั้งสองเป็นข้าราชการบำนาญ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี แต่ทุกวันนี้ท่านทั้งสองไม่เคยหยุดที่จะทำงานเพื่อสังคม และเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่า ท่าคือ อาจารย์บรรหาร และอาจารย์อุทัยวรรณ  ตันหยง โดยท่านอาจารย์บรรหาร ตันหยงเป็นลูกหลาน ชุมชนหัวป่า ท่านให้การต้อนรับฉันอย่างเป็นกันเอง

 

ท่านได้เล่าถึงตำนานแม่คัวหัวป่าให้ฟังว่า ... “แม่ครัวหัวป่า” เป็นอาหารพื้นบ้านจังหวัดสิงห์บุรีมีตำนานเรื่องราวที่กล่าวขานถึงความอร่อยในการปรุงอาหารของกลุ่มคนในอดีตซึ่งเป็นที่รู้จักกันจนถึงปัจจุบันของชาวตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีโดยอ้างจากคำบอกเล่าว่า เมื่อคราวรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองสิงห์ พ.ศ. 2449 ชาวหัวป่าทำอาหารถวายพระองค์ และเป็นที่โปรดปราน จึงพระราชทานชื่อคณะแม่ครัวว่า “แม่ครัวหัวป่า”

 และปัจจุบันมีทายาทของตระกูลแม่ครัวหัวป่า ยังมีชีวิตอยู่ (ตอนนี้รุ่นเหลนค่ะ )

 

 คุณลุง เสวก ทายาทแม่ครัวหัวป่า อำแดงอึ่ง

คุณยายพยุง ทายาทแม่ครัวหัวป่า อำแดงสิน

คุณยายบัวเขียว ทายาทแม่ครัวหัวป่า

ทั้ง 3 ท่าน ปัจจุบันยังปรุงอาหารฝีมือแม่ครัวหัวป่า อร่อยและรสชาดดีมากและยังเป้นครูภูมิปัญญาที่สืบทอดจากตระกูลและถ่ายทอดฝีมือให้รุ่นลูก หลานเราในปัจจุบันคะ

เมื่อไปถึงที่จริง ก็ ได้มีโอกาสได้ดูการแสดงโชว์ฝีมือการปรุงอาหารที่ทูลเสวย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระพุทธเจ้าหลวง) รัชกาลที่ 5 ณ วัดพรหมเทพาวาสคะ เรามาดู หน้าตาแกงกันคะ

อาหารที่ทูลเสวย เช่น แกงบวน ส่วนผสมหลักของเครื่องปรุงแกงบวนจะมีเครื่องในของหมู และใบมะตูมเพื่อลดกินเครื่องใน และเครื่องปรุงที่เป็นสมุนไพร เช่น ข่า ตะไคร้ ฯลฯสำหรับแกงบวนในอดีตไม่ได้ทำกันกินกันทั่วไป จะทำครั้งหนึ่งจะต้องมีการล้มหมูทั้งตัว เพราะฉะนั้นในสมัยอดีต ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ดีๆ คนธรรมดาทั่วไปจะกินได้คะ

เรื่องราวของแม่ครัวหัวป่า ของคนตำบลหัวป่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ คะ เราซึ่งเป็นคนไทย ส่วนหนึ่งน่าจะมีการอนุรักษ์เรื่องราวเหล่านี้ ดังคำพูดของอาจารย์ อุทัยวรรณที่กล่าวว่า "ต้นไม้ยังมีรากเหง้า คนเราก็ มีรากเหง้า เพราะฉะนั้นรากเหง้าที่น่าภาคภูมิใจนี้ เราควรจะสืบสาน และสืบทอด เป็นมรดกของคนไทย เป็นเรื่องราวที่ทรงคุณค่า"