บทเรียนชีวิต : การก้าวย่างที่ไม่ประมาท

ว.วชิรเมธี กล่าวว่า"น้ำทุกหยดมักมีต้นน้ำ" แต่น้อยครั้งที่น้ำหยดหนึ่งจะไหลหวนทวนสู่ต้นน้ำ แม้กระทั่งน้ำตา ที่กลั่นมาจากความรู้สึก ก็ไม่อาจทวนกลับไปสู่ตา ที่มันหลั่งมาได้
ไม่มีใครที่ไม่เคยหลั่ง"น้ำตา" และไม่มีน้ำตาที่หลังไปแล้วเก็บใส่ขวดไว้เป็นของที่ระลึก ในตู้โชว์ ส่งให้คนที่เรารัก เพราะมันมีไม่มาก มากจนที่เราทำอย่างที่คิดได้
มีโอกาสได้พบกับ"ผู้กล้าและแกร่งเรื่องชีวิต" เขาต่อสู้กับชีวิตที่ไม่มีร่องรอยแห่งความระทม สะอื้นและท้อแท้ ชีวิตผู้กล้าหลายคนลืมคำว่า "เจ็บ"และลืมว่ายังมีน้ำอีกอย่างหนึ่งที่กลั่นมาจากใจ มีค่ามากกว่าสิ่งใด นั่นคือ "น้ำตา"
บางคน"หลั่งน้ำตาแทบเป็นสายเลือด"เมื่อมีสิ่งมากระทบ อ่อนไหว อ่อนแอ และไม่สามารถบังคับบัญชามันได้ มันช่างพรั่งพรูมากับเสียงสะอื้น มันเจ็บมาก มากพอกับโดนมีดกรีด และเจ็บที่ไม่สามารถบอกใครได้ว่ามันเจ็บปวดสักแค่ไหน เมื่อสิ่งนั้นมากระทบ วันนี้หากนึกถึงมัน "น้ำตา"และความเศร้าจะเข้ามาเยือนในไม่ช้า
น้ำทุกหยดมักมีต้นน้ำ "น้ำตา"ก็มักจะมีต้นเหตุ หมั่นตรวจดูต้นเหตุอย่างรอบคอบ ใช้ความชาญฉลาดที่ได้เล่าเรียนมา นำประสบการณ์ที่เข้มแข็ง นำบทเรียนจากคนรอบข้าง จากหนังสือ บทกวี และสามัญสำนึกของเรา มาลบล้าง"น้ำตา"และความรู้สึกเหล่านั้น เมื่อทำใจได้ ปลงชีวิต กล้า เข้มแข็ง"น้ำตา"ก็เดือดหายไปโดยไม่รู้ตัว จงลืมในสิ่งที่ควรลืม และจงจำในสิ่งทีควรระลึกถึง และพึงระลึกเสมอว่า "น้ำไม่เคยหวนสู่ต้นน้ำ"ยกเว้น น้ำตกที่เราทำขึ้นมาเอง
สวัสดีค่ะอาจารย์
"น้ำตาคลอพอปริ่มอยู่ริมขอบ
สนองตอบรอบด้านสะท้านไหว
หลากอารมณ์ขมขื่นหรือชื่นใจ
หยาดน้ำใสไหลหยด...ทุกบทตอน"
น้ำตาเปรียบอย่างนี้ได้ไหมค่ะอาจารย์
*******************
น้ำตาไม่เคยหวนสู่ดวงตาฉันใด
สายน้ำไม่เคยไหลกลับฉันนั้น
แรงน้ำทะลายเขื่อนพังได้ฉันใด
แรงแห่งความเสียใจย่อมทะลายหัวใจได้...ฉันนั้น...
"น้ำตา"ที่เกิดจากความปลาบปลื้ม ทุกคนอยากมี ขอบคุณสำหรับแนวคิของ Miss Silvia Irfan Befani ที่http://gotoknow.org/profile/silvia_irfan ครับ
ขอบคุณ"คุณอ้อยเล็ก" คำที่ว่า
"น้ำตาไม่เคยหวนสู่ดวงตาฉันใด
สายน้ำไม่เคยไหลกลับฉันนั้น
แรงน้ำทะลายเขื่อนพังได้ฉันใด
แรงแห่งความเสียใจย่อมทะลายหัวใจได้...ฉันนั้น..."
++++++++++++++
กินใจมาก