ความเศร้า ความเหงาแห่งจิตใจเป็นอะไร อะไรที่แสน “ทุกข์...”
บรรยากาศยามเย็นที่แสงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้า อะไรต่ออะไรที่เคยเห็นแจ่มชัดก็มืดเมาและ “มัว” ไป...

อากาศมัว ๆ เช่นนี้ทำให้จิตใจยิ่ง “สลัว” ยิ่งนัก
จิตนี้ที่เหงาหงอยนี้อยากนอนพัก ทิ้งกายาแนบแผ่นดิน

ความเหนื่อยหนักจากการที่ต้องทนอยู่ภายในกำแพงที่เปรียบเสมือน “คุก” ทางจิต ทางใจนั้นช่างโหดร้ายและ “ทารุณ...”
จะมองไปที่ใดก็แสนเศร้า จะมองไปที่ใดก็เห็นแต่ตัวเราและเงาไม้ที่จางลง...

เสียงนกดุเหว่าเร่าร้อง เป็นทำนองว่าเขาจะได้กลับ “บ้าน”
แต่เสียงจิตใจที่เต้น “ตุ้บ ๆ” ของเราช่างอ้างว้าง แสนเปล่าเปลี่ยว เดียวดายและ “อาดูร...”

แสงพระอาทิตย์ที่ริบรี่ ก็เปรียบได้ดั่งดวงจิตที่ริบรี่ยิ่ง
จิตหนอจิต พาความคิดให้ประวิง มิยอมทิ้งความเศร้าสร้อย ความหงอยใจ...

ความสนุก สนาน เพลิดเพลินในชีวิตนี้อยู่ไหนหนอ...?
ความครื้นเครง เจ้าไปจอดรอเรา ณ ท่าหนไหน
หากเจ้านึก สงสาร บอกเรา จะตามไป
อยู่แห่งใด โปรดบอกเถิด สงสารกัน...

เสียงครืนครืน บนฟากฟ้า พาห่อเหี่ยว
ดั่งจุดเลี้ยว ทางสองแพร่ง นรกสวรรค์
โอ้ชีวิต นี้หนอ อะไรกัน
ความโศกศัลย์ ความสุขสันต์ แห่งชีวิต คืออะไร...?

ความห่อเหี่ยว เปรี้ยวจิต สะกิดนึก
นึกตรองตรึก เสี้ยวชีวิต กาลหนหลัง
โอ้เราหนอ จักทนสู้ ทำไมกัน
หมดพลัง หมดเรี่ยวแรง กำลังใจ

นักต่อสู้ ที่ท้อแท้ ย่ำจิตแย่
ต้องพ่ายแพ้ ตายคามุม หลุมสนาม
กายมีแรง แต่จิตท้อ หมดหนทาง
แม้นด้ายขวาง ก้าวไม่พ้น ล้มขมำ

แสงสีส้ม แกมสีฟ้า ใกล้มืดมิด
เหมือนดวงจิต ที่ใกล้มอด ซึ่งไฟนั่น
จิตหมดเชื้อ ใจหมดแสง ทางมืดพลัน
ชีวิตฉัน ช่างแสนทุกข์ หมดสุขจริง...