
- วันก่อนพาลูกสาววัย 1 ขวบ 2 เดือน ไปใช้ชีวิตที่บ้านสวน ที่กำลังปลูกกระท่อมหลังเล็ก ๆ หลังที่สอง ใต้ต้นไม้มีมดเต็มไปหมด แม่ยายบอกว่า ถ้ากวาดใบไม้ออก อาจทำให้เจ้ามดหนีไปได้ ผมไม่รอช้าที่จะมองหาไม้กวาดทางมะพร้าวมาจัดการเพื่อเจ้าตัวเล็ก
- ด้วยเหตุที่พึ่งผ่านฤดูฝนมาและใต้ต้นไม้ดังกล่าวไม่ได้กวาดมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ทำให้การกวาดพื้นดังกล่าวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่พอกวาดซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง ก็พบว่า พื้นที่สกปรกนั้นก็ค่อย ๆ สะอาดขึ้น สะอาดขึ้น
- ระหว่างที่ "กวาดพื้น" อยู่นั้น ผมรู้สึกว่ามันคล้าย ๆ กับการ "กวาดใจ" กล่าวคือ ตอนที่เราฝึกจิตฝึกใจให้สะอาดนั้น เราก็ค่อย ๆ ขัด ค่อย ๆ เกลา ตอนที่ฝึกภาวนาใหม่ ๆ ดูเหมือนว่า คงไม่มีวันสะอาดขึ้นมาได้ แต่พอฝึกต่อไปเรื่อย ๆ กวาดต่อไปเรื่อย ๆ กวาดกิเลส ขัดกิเลส ต่อสู้กับกิเลสไปเรื่อย ๆ จากที่กวาดไม่ออก ก็เริ่มกวาดออกได้บ้าง
- แรก ๆ พื้นกับใจมันสกปรกมาก กวาดอย่างไรมันก็ไม่สะอาด มันก็ไม่เห็นทาง บางทีกวาดไป ๆ ใบไม้กิเลสก็หล่นลงมาใหม่ ก็ต้องกลับไปกวาดใหม่
- ต้องอาศัยความเพียร สติ สมาธิ ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ กวาด ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยเป็น ค่อยไป สุดท้ายมันก็จะสะอาดขึ้น ๆ
- หวนทำให้ผมนึกถึงการภาวนาฝึกจิตฝึกใจของเรา
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีครับ อาจารย์
สวัสดีครับ พิชชา
กราบสวัสดีท่านอาจารย์ Panda
เข้ามารฤกถึงหลักธรรมที่มักจะมองข้ามไปครับ เข้ามาแล้วได้ข้อคิดดี ๆ จริง ๆ กวาดบ้านไปพร้อมกับกวาดใจ บ้านสะอาดฉันใด ใจก็สะอาดสดใสฉันนั้น รู้อย่างนี้ หมั่นกวาดใจตัวเองทุกวันเป็นสิ่งดีต่อชีวิตแน่ ๆ
อ่านแล้วรู้สึกดีๆ ค่ะ ชอบซักผ้า ดูน้องฟ้า ยามเช้าไปพลางๆ
ล้างจาน ซักผ้า ถูพื้น ดูใจ ทำใจ ...เพราะบางทีเตลิดบ่อย
มีความสุขนะคะ
สวัสดีครับ nobita
ยิ่งถ้าเราไม่กวาด ไม่ภาวนา สมถะ วิปัสสนา แล้วนั้น คงโดนกิเลสเข้าครอบงำ ทำให้ทำร้ายทั้งของตนเอง และคนอื่นอยู่ร่ำไปครับ
สวัสดีครับ คุณ poo