วันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ฉัน พี่เกศ อาร์มเเละครูพร ได้รับเกียรติจากคณะเเพทยศาสตร์ในการเข้าร่วมเป็นวิทยากรเเลกเปลี่ยนในหัวข้อ จิตอาสากับงาน palliative care ในเด็ก เราทั้ง 4 คนถือว่าเป็นตัวเเทนของทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรม ในการเล่าเรื่องการทำงานจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายเเละครอบครัว    

                         พี่เกด ฉัน อาร์ม เเละพี่ครูพร ( ยืมรูปจากบล็อกพี่เกด ขอบคุณนะคะ)

          เเต่ละคนก็ได้รับมอบหมายให้พูดในบทบาทของตัวเอง เริ่มต้นจากพี่เกด พี่เกดเป็น co- ordinator ของทีมเเละพูดในบทบาทของ APN จิตอาสาที่ลงพื้นที่ให้การดูแลจิตใจเด็กระยะสุดท้าย พี่เกดฉายหนังตัวอย่างเพื่อให้ผู้ฟังเห็นถึงภาพรวมการทำงานของทีมเรา

      วันนี้หัวข้อที่เราพูดมีผู้ให้ความสนใจประมาณ 35 คน ท่านอาจารย์ สุรพล เวียงนนท์ หัวหน้าทีม มาให้กำลังใจเราด้วย คนที่ 2 ที่พูดคือน้องอาร์มนักสังคมสงเคราะห์ อาร์มเล่าให้ผู้ฟังได้เห็นถึงความเป็นจิตอาสากับงานการเยี่ยมบ้าน การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเเต่ละครั้งเราได้ช่วยอะไรคนไข้บ้าง การที่เราไปเห็นบริบทที่เเท้จริงของเขาทำให้ทีมเข้าไปให้การช่วยเหลือได้ถูกจุด การประสานทีมจิตอาสาใกล้ตัวผู้ป่วย เคื่อข่ายจิตอาสาระดับการพยาบาลปฐมภูมิ อาร์มยกตัวอย่างการออกเยี่ยมบ้านคนไข้ระยะสุดท้ายที่เราไปเมื่อวันที่9 ตุลาคม ที่ผ่านมาซึ่งพี่เกดบันทึกไว้ในบันทึกนี้เเล้ว

        คนที่ 3 ที่พูดคือครูพร ครูพรเป็นครูโครงการ child life program โรงพยาบาลของเรา ซึ่งมีท่านอาจารย์ศรีเวียง ไพโรจน์กุลเป็นประธานโครงการ ครูพรเป็นคนที่เด็กๆรักเเละครอบครัวให้ความไว้วางใจจะเรียกว่าเป็นเเม่อีกคนของเด็กๆเลยก็ว่าได้ งานที่โดดเด่นมากๆตอนนี้คืองานกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลาย กิจกรรมงานฝีมือสร้างอาชีพ ซึ่งผลิตภันฑ์ต่างๆที่ผลิตออกมาเป็นเส้นทางหารายได้ให้กับคุณพ่อ คุณเเม่เด็กป่วยของเราได้เป็นอย่างดี

       ฉันเองบรรยายเป็นคนสุดท้าย จิตอาสากับงานการดูแลครอบครัวสูญเสีย  ซึ่งฉันมักจะพูดอยู่เสมอว่าในระบบการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย ถ้าไม่พูดเรื่องการดูแลครอบครัวสูญเสีย ก็เหมือนไม่ได้ดูหนังตอนจบ ฉันเปิดการบรรยายด้วย multivision เเสนรักเเสนอาลัยน้องนิ๊ง ฉันคิดว่า multivision เเสนรักเเสนอาลัยน้องนิ๊ง กลายเป็นผู้ช่วยที่เเสนดีในการเล่าเรื่องสำหรับฉันไปเสียเเล้ว

ขอบคุณภาพจากบันทึกพี่เเดง

ฉันจบการเล่าเรื่องงานจิตอาสากับการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายของเราทั้ง 4 คนด้วยบทกลอนบทนี้

   จิตอาสา     คือผู้ให้      ใหญ่หลวงนัก  

      คือ          ความรัก      ที่มอบให้ไม่กังขา

        พลัง         แห่งความดี   ก่อเกิดได้ด้วยศรัทธา

สร้างโลก    นี้ให้มีค่า      น่าอยู่เอย