ลองปฏิบัติดูเถิด ในไม่ช้าจะพบว่าเพื่อนร่วมงานทั้งกลุ่ม ที่ใช้ AAR (และ BAR) ใคร่ครวญการเตรียมงาน และทบทวนผลการทำงานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร ทั้งกลุ่มจะมีโลกทัศน์กว้างขึ้นอย่างมากมาย รวมทั้งมีนิสัยของ “บุคคลเรียนรู้” (Learning Person) อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้


 
            ในการอภิปรายเรื่องจิตตปัญญาศึกษา    ในเวที “สานจิตรเสวนา : มหกรรมความรู้การพัฒนาจิต” เมื่อวันที่ ๑๑ ก.ย. ๕๒   ผศ. ดร. จุมพล พูลภัทรชีวิน รอง ผอ. ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา  ม. มหิดล  กล่าวว่าในการศึกษาทั่วไป ต้องมีการ Learn how to learn    แต่ในการศึกษาแบบจิตตปัญญาศึกษา ต้องมีการ Learn how to unlearn    คือต้องมีการใคร่ครวญทบทวนเพื่อลบความรู้ความเข้าใจผิดๆ ออกไป   ท่านพูดทำนองว่าแต่ละปัจเจกบุคคลต้องทำเช่นนี้

 

          ทำให้ผมนึกออกว่า    การ unlearn ด้วยการใคร่ครวญด้วยตนเองคนเดียวเป็นเรื่องยาก   ต้องการการฝึกฝนที่ยากมาก   แต่ KM ได้มีเครื่องมือที่ทำให้มีการใคร่ครวญเป็นกลุ่ม   และทำได้ง่าย   ช่วยให้สามารถ unlearn แนวคิดเก่าๆ ที่ล้าสมัย   หรือเพิ่มแนวคิดใหม่ๆ เข้าไป   ทำให้มีแนวคิดที่กว้างขวางเชื่อมโยงขึ้น   เครื่องมือนี้คือ AAR

 

          ลองปฏิบัติดูเถิด   ในไม่ช้าจะพบว่าเพื่อนร่วมงานทั้งกลุ่ม ที่ใช้ AAR (และ BAR) ใคร่ครวญการเตรียมงาน และทบทวนผลการทำงานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร    ทั้งกลุ่มจะมีโลกทัศน์กว้างขึ้นอย่างมากมาย    รวมทั้งมีนิสัยของ “บุคคลเรียนรู้” (Learning Person) อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๑ ก.ย. ๕๒