หลังจากที่เราทานอาหารมื้อแรกในวันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ หลังจากที่เราทำการล้างพิษด้วยน้ำมะนาวโดยการอดอาหารมา ๗ วันติดต่อกันนั้น ปรากฎว่าเช้าวันนี้ (๒๐ ตุลาคม) อาหารที่ทานเข้าไปตั้งแต่วันเสาร์นั้นได้เดินทางผ่านลำไส้ที่ลดเลี้ยว เคี้ยวคด ตั้งแต่ต้นจนถึงสุดนี้ใช้เวลา ๓ วัน...
หลังจากที่ ๗ วันที่มี การล้างพิษด้วยน้ำมะนาว นั้น เราจะดื่มยาระบายเกือบทุกวัน (ยกเว้นวันที่ไปตรวจเลือด) ซึ่ง ๗ วันนั้นทำให้แทบจะไม่มีอาหารเก่าหลงเหลืออยู่เลยในระบบลำไส้ทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่
ดังนั้นการทานอาหารเข้าไปใหม่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้นจึงสามารถวัดได้ว่า อาหารนั้นใช้เวลาเดินทางอยู่ภายในลำไส้ที่ยาวเหยียดของเรานั้นโดยใช้เวลาเท่าไร...?
สมมติฐานนี้สามารถสรุปได้อย่างง่าย ๆ ว่า หากเราทานอาหารวันนี้ (วันอังคาร) อาหารของวันอังคารก็จะต้องค้างอยู่ในลำไส้เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน (สำหรับผู้ที่ขับถ่ายเป็นปกติ) ซึ่งถ้าเป็นไปตามสมมติฐานนี้แล้ว อาหารของวันอังคารจะถูกขับถ่ายออกมาตอนเช้าของวันศุกร์
อาหารของวันพุธก็จะถูกขับถ่ายออกมาตอนเช้าของวันเสาร์
อาหารของวันพฤหัสก็จะถูกขับถ่ายออกมาตอนเช้าของวันอาทิตย์
อาหารของวันศุกร์ก็จะถูกขับถ่ายออกมาตอนเช้าของวันจันทร์
และอาหารของวันเสาร์ก็จะถูกขับถ่ายออกมาตอนเช้าของวันอังคารดังเช่น "วันนี้..."
ลองนึกย้อนเปรียบเทียบดูสิว่า...
แค่เราไม่นำข้าวหรือแกงแช่ตู้เย็นไว้สักคืนหนึ่ง ตอนเช้าตื่นมาแล้วก็ "บูด" ไม่สามารถทานเข้าไปได้แล้ว
หรือเราลองทิ้งเศษอาหารนั้นลงในถังขยะทิ้งไว้อีกสักหนึ่งวัน เราลองไปเปิดดูก็ "เหม็น" จนแทบจะ "อาเจียน"
ดังนั้น อาหารที่เราทานเข้าไปในวันนี้ จะต้องบูด ต้องเหม็น ต้องเกิดแก๊สอยู่ภายในร่างกายที่เรารักนัก รักหนา ที่เราคิดว่าสวย ว่างามนี้ไปอีกอย่างน้อย 3 วัน
สมมติฐานนี้ยังไม่รวมถึงคราบเมือกต่าง ๆ ที่เกาะ เกี่ยว พันอยู่ตามผนัง ตามลำไส้ ตามทางเดินหายใจ ที่เหมือนกับเราทิ้งขยะไปแล้ว ถังขยะนั้นก็ "เหม็น" อยู่ดี
กลิ่นเหงื่อเอย ลมหายใจเอยที่ถูกขับออกมานั้นย่อมแสดงให้เห็นถึงความ "เหม็น" ของ "ถังกาย" ใบนี้ได้ว่า "สะอาด" หรือ "สกปรก" เพียงใด
วันนี้ก่อนที่จะทานอาหารลงไปถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่เราจะพิจารณาให้ดี...

ขอบคุณค่ะ