เข้าค่ายธรรมะ3วัน2คืน

       ในวันที่  18 กันยายน 2552 คุณครูได้แจกเอกสารการไปเข้าค่ายธรรมะ 3 วัน 2 คืนในวันที่ 24-26 กันยายน พ.ศ. 2552 ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสิริธรรมมุณีจังหวัดสระบุรี  ทีแรกผมก็ว่าจะไม่ไปแต่พอคิดว่าจะได้ไปเพราะปกติที่โรงเรียนก็ไม่มีอะไรจะทำก็เลยเปลี่ยนใจพอก่อนถึงวันเข้าค่ายธรรมะผมได้ไปซื้อของที่จะนำไปเข้าค่ายด้วย ที่โลตัสสระบุรี วันนั้นก็ไปกับแม่ไปเลือกของจนดึกพอสมควร วันนั้นก็เลยได้กลับบ้านดึกมาก  พอถึงบ้านก็เลยรีบอาบน้ำเข้านอน 

      และแล้วก็ถึงวันที่ 24 ก.ย.  พ.ศ. 2552  ผมตื่นแต่เช้ามาอาบน้ำแปรงฟัน และแม่พาผมไปส่ง พอเข้าไปในศูนย์ปฏิบัติธรรม ก็เห็นว่าในนั้นมีต้นไม้เยอะมากทำให้รู้สึกสดชื่น จากนั้นก็ไปลงชื่อก่อนแล้วคุณครูก็บอกให้จัดแถวจากนั้นก็เดินเข้าไปยืนเรียงแถว  พระอาจารย์บอกว่าให้ทุกคนนั่งบนอาสนะแต่มีข้อแม้ว่าห้ามเหยียบอาสนะ  ก็ได้ฟังพิธีเปิดงานพระอาจารย์ให้ทุกคนเขียนป้ายเลขที่ของตัวเอง  เริ่มจากหัวแถว123...14 และเขียนชื่อลงไปด้วยไปจนถึงเวลา 11.30น. พิธีเปิดก็ได้จบพอดีจากนั้นทุกคนก็ได้ไปกินข้าวเที่ยง ก่อนกินพระอาจารย์ก็จะให้ท่องว่า"พวกเราชาวพุทธบุตร จะรับประทานอาหารมื้อนี้ ด้วยความตั้งใจว่า 1. ไม่ดัง 2.ไม่หก 3.ไม่เหลือ  แล้วก็ได้กินข้าวแต่แถวผู้ชายกับแถวผู้หญิงเสียงดังพระอาจารย์ก็เลยบอกให้หยุดกินและก็ต้องท่อง พวกเราชาวพุทธบุตรใหม่พอถึงตอนเย็นพระอาจารย์ก็ปล่อยให้นักเรียนไปอาบน้ำ ซึ่งผู้หญิงได้อาบในบ้านพัก แต่ผู้ชายอาบในห้องน้ำซึ่งมีห้องที่มีฝักบัวอยู่4ห้อง ส่วนข้างหลังให้อาบรวม แต่ผมไม่อยากอาบรวมเลยต้องรอต่ออาบห้องน้ำ แต่ว่าไม่รู้ทำไมคนอาบรวมเยอะกว่าคนอาบห้อง และก็มีคนอาบในห้องน้ำที่ไม่มีฝักบัว หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วพวกเราก็ได้ทำวัตรเย็นทุกคนพอถึงเวลา 21.30 น. พระอาจารย์ก็ให้นอนซึ่งผู้หญิงนอนในบ้านพัก   ผู้ชายนอนที่ศาลาแต่ผมนอนไม่หลับ  กว่าจะหลับคงประมาณ 5  ทุ่มกว่า

    พอเช้าวันที่ 25 ทุกคนก็ตื่นแต่เช้าและต้องไปอาบน้ำ  สำหรับคนที่อาบน้ำในห้องน้ำฝักบัวก็ต้องรีบอาบไม่งั้นต้องรอนาน  กว่าจะได้อาบพออาบเสร็จ  เพลงก็ถูกเปิดซึ่งมีกฏว่าถ้าเปิดเพลงทุกคนต้องมารวมตัวกันที่อาสนะของตนและก็ต้องทำวัตรเช้า  จากนั้นทุกคนก็ได้เดินจงกรม  และเข้ามาในโบสถ์  พระอาจารย์ก็ให้นักเรียนไปพักได้ 15 นาที พอหมดเวลาทุกคนก็เข้ามาแล้วก็ได้ออกไปตักบาตร  และกินข้าวก็ต้องท่องเหมือนเดิมแล้วก็หยุดกินแล้วก็กินได้เป็นไปเรื่อยๆพอกินเสร็จแล้วก็ได้ไปทำกิจกรรมต่างๆจนเย็นและก็ได้อาบน้ำซักทีและก็ทำวัตรเย็นก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากจนดึกแล้วก็นอน เช้ามาวันสุดท้ายวันที่ 25 ตื่นมาก็รีบไปอาบน้ำเกือบไม่ทันจากนั้นก็ได้ทำวัดเช้าและเดินจงกรมและตักบาตรจนได้กินข้าว(ขอบอกข้าวอร่อยมาก) พอกินเสร็จก็ล้างจานและล้างมือ  พอเสร็จก็ทำกิจกรรมต่างๆ อาบน้ำจนมาถึงทำวัตรเย็นพอสวดมนต์ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกง่วงอย่างมากจนหัวเริ่มโยกไปโยกมาเหมือนจะล้มลงไป  แต่ก็ทนจนถึงเวลานอน  ก็นอนอย่างมีความสุขที่สุด(ง่วงมากๆ) พอถึงเช้าก็ได้อาบน้ำและกินข้าวพระอาจารย์แกล้งรึเปล่าไม่รู้เพราะบอกว่าทุกคน  ตักคำที่ 1 อย่าพึ่งกิน...กินได้  เคี้ยวให้ระเอียด ถึงคำสองอย่างนี้ไปเรื่อยๆ  จนถึงคำที่ 5 ก็ได้กินอย่างอิสระจนกินเสร็จก็ไปทำกิจกรรมจนถึง 15.30 น. ก็ได้ปล่อยเด็กกลับบ้านก่อนที่แม่จะมารับ  เพื่อนคนนึงก็ซื้อไอติมมาเผื่อ  เพราะเหลือแค่ 4 คน  พอแม่มารับก็ดีใจมากเลยเป็นวันที่มีความสุขมากเลย