จะว่าไปมะขามแขกเป็นสมุนไพรที่ใช้เพื่อหวังฤทธิ์ ขับถ่าย หรือระบาย
ใช้ได้ทั้งส่วนใบและ ฝัก ก็จะมีปริมาณสารสำคัญแตกต่างกันบ้าง แต่ก็ออกฤทธิ์ได้เจ้าค่ะ
มะขามแขก เขามีชื่อที่เรียกเป็นสากลว่า Senna alexandrina

ที่มาของรูป : http://www.indigenousremedies.com/files/Senna.jpg
มีนักวิทยาศาตร์รายงานว่ามีสารสำคัญคือ sennoside A และ B, aloe emodin, dianthrone glycoside เป็นกลุ่ม แอนทราควิโนน
ตัวสำคัญที่ออกฤทธิ์เท่าที่มีรายงานชัด ๆ คือ sennoside A และ B เจ้าค่ะ (มีทั้งในใบและฝัก)
ความน่าทึ่งของสาร 2 ตัวนี้คือ จะออกฤทธิ์จำเพาะที่ลำไส้ใหญ่
เพราะเมื่อถึงลำไส้ใหญ่เขาจะถูกทำให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ได้โดย แบคทีเรียที่มีในลำไส้ใหญ่เท่านั้นเจ้าค่ะ
(แสดงว่าถ้าเขาอยู่ที่อื่นจะไม่สามารถสำแดงเดชได้ เรียกว่า (inactive form) เจ้าค่ะ)
อันนี้หนูคิดเล่น ๆ เหมือนเราได้ความรู้มากมาย ที่สะสมในจิตมา แต่ไม่มีปัญญาใช้เพราะรู้แค่ว่ามี แต่ไม่พร้อมใช้งาน พอสาร 2 ตัวเคลื่อนถึงลำไส้ใหญ่ แบคทีเรีย ตัดตัวล็อคออก ฉั๊บ ก็พร้อมทำงาน เรียกว่า Active form นึก ๆ แล้ว เหมือนปัญญาของมนุษย์ ถ้าไม่มีอะไรกระตุ้น กระสุนก็ด้าน ปัญญาไม่ค่อยโดนปลุก ความรู้ในจิต ไม่เคยถูกดึงมาใช้ แต่เมื่อใดที่ ทุกอย่างถึงที่ ถึงเวลา ความรู้ที่มีในจิต ก็ถูกดึงมาใช้อัตโนมัติ อืมน่าทึ่งจริง ๆ เจ้าค่ะ แฮะ ๆ ขอแทรกเพราะพึ่ง แว๊บ)
แถมทั้ง sennoside A และ B สามารถ เปลี่ยนสลับกันไปมาได้ค่ะ เพราะโครงสร้างคล้าย ๆ กัน เหมือนเพื่อนไปด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งตังค์หมด ยืมตังค์อีกคนใช้ได้ ผลัดกันยืมตังค์กัน เฮอะ ๆ เกี่ยวไหม ค่ะ (ฮา) แต่ทำหน้าที่ได้ทั้งคู่เจ้าค่ะ
หน้าที่เขาคือเมื่ออยู่ในหน้าตาพร้อมใช้งาน (Active form) จะทำให้ลำไส้ใหญ่บีบตัว (โดยเฉพาะส่วน โคลอน) ทำให้ร่างกายต้องการขับอุจจาระออกมาเจ้าค่ะ
แต่ยาถ่ายก็คือยาถ่าย
หากทานบ่อย ๆ หรือ ทานมากไป อาจจะทำให้ขาดพลังงาน หรือ แร่ธาตุ เช่น โปแตสเซียม
หรือบางทีถ้าทานเป็นประจำ ร่างกายจะปรับสมดุลคือ ถ้าไม่กินยาถ่าย ก็ถ่ายไม่ออก ประมาณนี้เจ้าค่ะ
ข้อเสียของพืชชนิดนี้คือ ถ้าเก็บไว้นานสารสำคัญสลายตัวเจ้าค่ะ จะออกฤทธิ์ได้ไม่ดีประมาณนี้ ดังนั้นแนะนำให้ดูวันผลิตก่อนซื้อเจ้าค่ะ