จะเรียนสังคมศึกษาให้ได้ดี นักเรียนต้องเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้

       เมื่อดูคะแนน o-net วิชาสังคมศึกษาของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่า คะแนนต่ำทั่วประเทศ ก็น่าแปลกใจ นักเรียนเรียนในห้องตามหลักสูตร แล้วยังไปเรียนพิเศษต่อกับติวเตอร์คนดัง สอนดี อีก แต่คะแนนไม่สัมพันธ์กัน ทั้งที่เรียนมาก รู้มาก คะแนนน่าจะมากไปด้วย แต่คะแนนกลับต่ำลงอย่างน่าใจหาย บทสรุปเกือบทุกครั้งก็จะบอกว่านักเรียนอ่อนด้อยในการอ่าน คิดวิเคราะห์ ย้อนเสนอแนะให้ครูปรับเปลี่ยนการสอนเพื่อให้นักเรียนมีความรู้และทำคะแนนได้ ผู้เป็นครูมีความเจ็บปวดใจไม่น้อย วิชาที่เราสอนเอง ทำไมผลจึงออกมาอย่างนี้ ก็ไม่โทษใคร โทษตัวเองง่ายที่สุด

       เมื่อมาดูข้อสอบ ก็ต้องยอมรับนะว่ายากเหมือนกัน เช่น คำถามถามว่า กีฬาโอลิมปิกจัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าองค์ใด ยอมรับว่าไม่ได้สอนนักเรียน และที่เรียนพิเศษก็ไม่น่าจะได้สอน ในวิชาประวัติศาสตร์มีอารยธรรมกรีกก็จริง แต่ก็ไม่สอนความรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเช่นนี้ ถ้าสอนความรู้ปลีกย่อยทั้งหมดคงไม่จบหลักสูตรกันพอดี ความรู้เช่นนี้ต้องอาศัยการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ต้องชอบอ่าน ชอบฟัง และสนใจสิ่งต่างๆอย่างรอบด้าน เช่น เมื่อมีกีฬาโอลิมปิค มีการเล่าถึงความเป็นมา เมื่อได้ฟังก็รู้ สมัยก่อนก็คือมีความรู้รอบตัวมากนั่นเอง แต่ในปัจจุบันนักเรียนไม่ค่อยอ่านหนังสือที่นอกเหนือตำราเรียนมากนัก จึงต้องหาทางให้เขาได้เรียนรู้โดยการค้นคว้า เพื่อการอ่าน และนำสู่การวิเคราะห์ได้ในที่สุด

       ฉะนั้นวิชาสังคมศึกษาจึงต้องให้นักเรียนศึกษาค้นคว้านอกเหนือสาระการเรียนรู้หลักในหลักสูตร เช่น ค้นคว้าเรื่องกีฬาโอลิมปิค เจิ้งเหอ พระถังซำจั๋ง กุ๊บไบลข่าน     เจงกีสข่าน เส้นทางสายไหม มาร์โคโปโล แมกเจลแลนด์ แมกนา กาต้าร์ รัสปูติน บอยคอต คว่ำบาตร แซงค์ชั่น ฯลฯ(ข้อสอบเคยออก เช่น บุคคลในข้อใดไม่เคยเดินทาง หรือเดินทางไปในเส้นทางสายไหม เป็นต้น) ข้อสอบวิเคราะห์ในวิชาสังคมศึกษาก็มี แต่เขาไม่ได้ให้ข้อมูลมาเพื่อวิเคราะห์แต่ต้องจำข้อมูลมาเองเพื่อการวิเคราะห์

       ผู้เขียนได้ให้นักเรียนค้นคว้าในสิ่งเหล่านี้และให้นำเสนอให้เพื่อนในชั้นเรียนฟังทุกชั่วโมงก่อนสอนตามหลักสูตร ก็น่าสนใจและสร้างความรู้ให้นักเรียนได้อย่างดีเลยทีเดียว เพราะครูไม่สามารถสอนรายละเอียดได้ทั้งหมด "สอนให้เขารู้วิธีหาความรู้ ไม่ใช่บอกความรู้ให้เขา ถ้าสอนความรู้ ชั่วชีวิตคงสอนกันไม่ได้หมด และคาดหวังว่าคะแนนโอเนตคงดีขึ้นด้วยเช่นกัน นี่เป็นวิธีหนึ่งเท่านั้นเองว่า เราชาวสังคมศึกษาควรให้นักเรียนค้นคว้าอะไรดี