บทเรียนชีวิต : การก้าวย่างที่ไม่ประมาท

           จากเปลที่แกว่งไกว สู่เมรุเผาศพที่คลอเคล้าด้วยเสียงสวดมนต์ของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน แล้วแต่ว่าใครจะไปถึงมันก่อนหรือแล้วแต่ว่าใครจะไปสาย แต่ทุกคนก็ต้องไปถึง ณ จุดนั้นๆเท่ากัน

           วังวนของชีวิตตั้งแต่เด็กแบเบาะ วัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคน วัยชราและสิ้นอายุขัย ธรรมชาติกำหนดให้อายุเป็นเกณฑ์ในการตัดสินโดยคาดอิงเอาอารมณ์ สังคมและสติปัญญาควบคู่กันไปด้วย ใกล้เคียงกับการนับสรรพสัตว์อื่นๆ ที่มีอายุขัยที่แตกต่างกัน

           คงไม่มีใครหนีสิ่งเหล่านี้ไปได้ และคงไม่มีใครหยุดสิ่งเหล่านี้ให้อยู่กับที่ได้ พัฒนาการของวัย จึงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เชื่องช้าในบางขณะและเร่งรีบมาถึงโดยไม่รู้ตัวและบางครั้งเร่งรีบจนปรับตัวไม่ทันและทำใจไม่ได้  ชายชราซึ่งนอนเป็นอัมพฤกษ์ครั้งแรกทำใจวุ่นวายใจกับการมาของโรคและวัยที่รวดเร็ว ด้วยใจที่ยังสู้เพื่อการหาเงินมายังชีพเพื่อลดภาระของครอบครัวที่ผูกพันอยู่อีกมากมาย  หญิงสาวซึ่งถูกสามีทิ้ง โดยอ้างว่าเป็นวัยทองกำลังหงุดหงิดกับภาวะการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย พอๆกับผู้ชายที่ต้องหายาเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของตนเองคงได้แต่ท่องคำว่า "เจอไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น"พึมพำกับเพื่อนในวงสนทนา

         แทบไม่มีใครรู้เลยว่า รอยต่อของวัยอยู่ตรงไหน รู้ต่อเมื่อมีปรากฏการณ์ทางกายเกิดขึ้นแล้ว ปรากฏการณ์ที่ผมเริ่มมีสีดอกเลา ฟันเริ่มโยกคลอน  ตีนกาเริ่มปรากฎตรงหน้าผาก สายตาเริ่มฝ้ามัว ขึ้นบันไดจากชั้นหนึ่งถึงชั้นสามเริ่มหอบเหนื่อย และเริ่มจะพูดกับเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้เรื่อง

        "คลื่นลูกใหม่"กำลังโหมพัดกระหน่ำ"คลื่นลูกเก่า"ฉันใด ชีวิตเด็กรุ่นใหม่จะเข้ามาแทนที่ฉันนั้น  เมื่อมีผู้เกษียณ ก็มีผู้บรรจุเข้าทำงานใหม่ มีผู้ที่สิ้นลมที่โรงพยาบาลวันละหลายๆคนในขณะเดียวกันก็มีเด็กเกิดใหม่ในวันนั้นอีกหลายคนตามมา แนวคิดที่เคยยึดปฏิบัติกันมาถูกแนวคิดใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาลบล้าง เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่เพื่อนำพาผู้คนต่อไปในภายหน้า

        สิ่งเหล่านี้ คือการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง หมุนวนเป็นกงล้อที่ไม่หยุดนิ่ง จงทำใจและยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีเหล่านั้น และจงต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้สังคมอ่อนแอ  เราเป็นผู้สร้างโลกและค้ำจุนโลกไปพร้อมๆกัน