ขายเนื้อสุนัข

 

 

 

               ต้นกำเนิดการกินเนื้อหมา

    นับเป็นเวลากว่า 100,000 ปีแล้ว ที่หมาได้พิสูจน์คุณค่าของตนเองให้แก่มวลมนุษยชาติได้รับรู้ว่า “หมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์” สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับสถานภาพการปกป้องชีวิตอย่างดีและปลอดภัยที่สุด แต่เหตุเพราะใดมนุษย์กลุ่มหนึ่งกลับฆ่าเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเองได้อย่างไร้ความปรานี

    ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาตร์ของประเทศเกาหลีว่าการกินหมาเป็นประเพณีหรือวัฒนธรรม รู้เพียงแต่ว่าคนเกาหลีใช้เนื้อหมาทำเป็นอาหารมาเป็นเวลานานมากแล้ว หากบอกว่าคนเกาหลีกินเนื้อหมามานานกว่าประเทศอื่นๆ ก็คงจะไม่ผิดนัก อีกทั้งไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ใดๆ ว่าการกินหมามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ความเป็นจริงก็คงเป็นแค่ความพิสดารและความเชื่อที่งมงายของมนุษย์กลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง

     สมัยก่อนตลาดโมราน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซล ประเทศเกาหลี เป็นแหล่งขายเนื้อหมาโดยเฉพาะ เพื่อนฉันนับร้อยตัว ทุกขนาด ทุกอายุ โดนกักขังอยู่ในกรงอย่างแออัดที่มีอุณหภูมิร้อนถึง 38 องศาเซลเซียส โดยปราศจากน้ำดื่ม เพื่อนตัวใหญ่ของฉันบางตัวโดนกักขังอยู่ในกรงเหล็กที่มีความสูงเพียง 40 เซนติเมตร เรียกว่ายืนไม่ได้เลย ต้องนอนเรียงกัน นอนทับกัน ตัวที่อยู่ล่างสุดก็แย่หน่อย เพราะหายใจไม่ออก บางตัวก็ขาดใจตายในกรงเหล็กก็มีเหมือนกัน แต่ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นหมา เพื่อนฉันต่างพยายามผลัดกันเลียเพื่อนตัวอื่นๆ เพื่อทำให้ร่างกายได้รับความเย็น

     การทรมานมีหลายรูปแบบ เช่น ถ้าเป็นลูกหมา จะโดนเจาะเยื่อแก้วหูและหลอดเสียง เพื่อไม่ให้มีเสียงเมื่อโตขึ้น บ้างก็โดนหักแขนหรือขาเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวได้ บ้างก็โดนแขวนคอแล้วตีด้วยไม้กระบอง บ้างก็โดนช๊อตด้วยกระแสไฟฟ้า บ้างก็กินอาหารที่ผสมกรดกัมมะถัน บ้างก็โดนต้มทั้งเป็น หรือแม้กระทั่งแทงที่ต้นขาเพื่อให้เลือดไหลอย่างช้าๆ และถลกผิวหนังขณะที่ยังมีสติอยู่ เรียกได้ว่ากรรมวิธีการฆ่าทุกรูปแบบนั้น เป็นการฆ่าอย่าง
โหดร้ายป่าเถื่อนมากๆ เท่าที่ “สมองของมนุษย์” จะสรรหาสารพัดวิธีมาทรมานได้ เพียงเพราะความเชื่อที่งมงายของมนุษย์ที่ว่า “ยิ่งเจ็บปวดทรมานมากเท่าไหร่ รสชาติของเนื้อหมาก็จะอร่อยมากยิ่งขึ้นเท่านั้น” ฉันได้ยินมนุษย์พูดกันว่า “ถ้าให้พวกมันตายแบบง่ายๆ ไม่เจ็บปวดอะไรเลย ก็ไม่อร่อยสิ รสชาติก็คงจะไม่แตกต่างจากเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ทั่วๆ ไป”