กรรมลิขิตขีดเส้นเกณฑ์ชีวิต
กรรมลิขิตขีดเส้นเกณฑ์ชีวิต
หากจะคิดยึดมั่นจิตหวั่นไหว
ดั่งดั้นเดินหนทางกลางแนวไพร
พงหนามไหน่ข้างหน้าฝ่าผจญ
อดีตผ่านกาลก่อนฤๅย้อนกลับ
ล่วงเลยลับทับลบจบเพียงผล
ทั้งดีชั่วกระทำกรรมปะปน
ด้วยเหตุต้นความอยากล้วนมากมี
อนาคตสุดวิสัยใครจะคาด
หากประมาทพลาดไปใจหมองศรี
ตั้งสติใช้ปัญญาทุกนาที
คงชีวีล้ำเลิศที่เกิดมา
ธรรมดาโลกนี้มิแน่หนอ
กายที่ก่อเรือนว่างทั้งนั้นหนา
อาศัยอยู่ถึงคราวพรากจำจากลา
มรณาคือผุพังฝังลงดิน
ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่และเกิดดับ
ทุกสิ่งสรรพแปรผันหมั่นถวิล
อนิจจาไม่เที่ยงเสียงยลยิน
รวยสวยสิ้นทั้งหมดล้วนปลดปลง
รู้เท่าทันพลันสว่างพบทางแก้
สมมุติแท้หลอกอำทำให้หลง
วิ่งไขว่คว้าล่าไล่ให้งุนงง
ชั่งมันส่ง...ให้สงบพบสุขเย็น

การรู้เท่าทัน&ชั่งมันเถิด รู้เท่าทัน ช่างเหมาะสมกับการนำไปใช้ในสังคมไทยยุคนี้เหลือเกินครับทำให้มีความหวังจะได้พบกับความสงบสุขในเร็ววัน ไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้าคนในสังคมไม่ขาด2สิ่งนี้ สามารถรับมือกับความทุกข์ได้อย่างรู้เท่าทันมีเหตุมีผล มีสติ และมีตาชั่งวิเศษประจำตัวไว้ใช้ชั่งPOTATO ทำให้เราไม่ยึดมั่นถือมั่นเชื่อมั่นจนเกินเหตุให้เป็นประจำ ชั่งบ่อยๆ
คนเราพอตายไปแล้วคงเหลือไว้อยู่แค่ 2 สิ่งให้คนกล่าวถึง คือความดี กับความชั่ว อยู่ที่จะเหลือสิ่งได้ไว้มากกว่ากัน ชวนกอบโกยความดีให้มากๆดีกว่าอย่างอื่น
ขอบคุณ สำหรับเรื่องราวดีดีครับ...ท่านอาจารย์