แบงก์ชาติหนุนรัฐบาลเทเงินงบประมาณเข้าระบบเศรษฐกิจ
ยันไม่กระทบเงินเฟ้อ คลังปลดล็อกอีอ๊อกชั่น
เพิ่มวงเงินให้ผู้ว่าซีอีโอถลุงสบายมือ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
กล่าวว่าการที่ภาครัฐจะออกมาตรการทางด้านการคลังมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น
มองว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะเป็นตัวช่วยให้เศรษฐกิจสามารถที่จะขับเคลื่อนต่อไปได้
และ ธปท. ก็เห็นด้วยกับมาตรของภาครัฐที่ออกมาในตอนนี้
เพราะว่าในตอนนี้ทุกอย่างก็สามารถที่จะขับเคลื่อนไปได้แล้ว
แต่เมื่อมีมาตรการที่จะออกมากระตุ้นก็จะให้ทุกส่วนสามารถที่จะเดินหน้าได้เต็มที่
สำหรับการที่ออกมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจในตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจของเราแย่ลง
เพราะดูได้จากตัวเลขทั้งการส่งออกยังสูงต่อเนื่อง
การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนยังขยายดีอยู่
”เห็นด้วยกับภาครัฐที่จะออกมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจ
ออกมาตรการมาเราก็ยินดี ทำให้ทุกอย่างสามารถที่จะเดินหน้าได้เต็มสูบ”
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ทั้งนี้การออกมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ได้เป็นการทำให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นและไม่ใช่มาตรการที่กดดันเงินเฟ้อ
การใช้งบประมาณในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นการช่วยกระตุ้นงบประมาณที่ยังไม่ได้นำมาใช้
ให้นำมาใช้ได้เร็วยิ่งขึ้น
เพราะว่าในตอนนี้ไม่มีสภาที่อนุมติงบประมาณตามปกติได้
ก็ต้องใช้งบประมาณที่สามารถเบิกจ่ายได้ให้ถูกนำมาใช้ในระบบได้เร็วขึ้น
สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 7
มิถุนายนนี้
คงไม่สามารถที่จะให้คำตอบในตอนนี้ได้ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกหรือไม่
เพราะก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ กนง. ซึ่งในการประชุม
กนง. ในครั้งนี้ก็มีหลายประเด็นที่จะต้องพิจารณา
ทั้งเงินเฟ้อซึ่งก็ไม่สามารถจะคาดเดาได้ว่าเงินเฟ้อต่อไปจะเป็นอย่างไร
แต่ก็เป็นสิ่งที่ ธปท.
จะต้องให้น้ำหนักในการที่จะพิจารณาอยู่แล้ว
นายอำพน กิตติอำพน
เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า
นายกรัฐมนตรีขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งในเดือนเมษายน
2549 ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบดุไบขณะนี้ อยู่ที่ 62
เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และ
อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นในไตรมาส 1 ที่ 5.9%
รวมทั้งปัญหาของดัชนีผู้บริโภคและการลงทุนที่เริ่มชะลอตัวลง
จึงจำเป็นต้องมีการเร่งรัดและแก้ปัญหาดังกล่าว
นายทนง พิทยะ
รักษาการรัฐมนตรีว่การกระทรวงการคลัง
เปิดเผยว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้กระทรวงการคลังได้เสนอเรื่องการเพิ่มวงเงินการประมูลโครงการระหว่าง
2-5 ล้านบาท
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ดุลยพินิจได้ว่าจะทำการประมูลแบบอีอ๊อกชั่นหรือไม่ก็ได้
ซึ่งถือเป็นการทำให้มีการนำเงินงบประมาณมาใช้ ได้เร็วขึ้น
ส่วนเรื่องโครงการเมกะโปรเจกท์นั้นในที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันถึงกรณีที่โครงการที่ได้มีงบประมาณปี
2549
อยู่แล้วแต่ถูกนำไปรวมไว้ในโครงการเมกะโปรเจกท์ก็ให้เร่งให้ดำเนินการใช้งบประมาณไปได้เลย
“ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงตอนนี้คงจะยังไม่ออกมาเพิ่ม
หน้าที่ของเราตอนนี้คือการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามที่กำหนดให้ได้
หากทำได้ตามที่กำหนดก็จะทำให้ผลกระทบที่เคยคาดไว้ว่าจะทำให้เศรษฐกิจถดถอยหากใช้งบประมาณไม่ทันก็จะลดลง”
นายทนงกล่าว
แนวหน้า 24 พ.ค. 49