ทางแห่งชีวิต
ข้าพเจ้าเกิดที่ต่างจังหวัดทางภาคอีสาน ที่ยังไม่มีไฟฟ้า มีถนนลูกรังและทางเกวียนมีรถที่จะเข้าตัวเมืองวันละหนึ่งเที่ยวและนานจะมีรถวิผ่านมาสักคันข้าพเจ้ายังจำได้ว่าได้วิ่งดมกลิ่นควันรถที่วิ่งบรรทุกไม้ผ่านหมู่บ้าน หมู่บ้านที่มีต้นไม้ใหญ่เช่นต้นมะม่วงป่า มะข่ามและยังมีกอไผ่ที่ขึ้นรอบหมู่บ้านและถ้าเดินออกจากหมู่บ้านตามทางเกวียนไกลสักห้าร้อยเมตรก็จะเป็นเขตป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกครุมจนมองแทบไม่เห็นท้องฟ้า ในหน้าหนาวหรือหน้าร้อนทางเกวียนจะเต็มไปดว้ยทรายขาพเจ้ากับเพื่อนชอบไปนอนเล่นบนทรายที่มีความเย็นในร่มต้นไม้ใหญ่ ซึ่งค่อยๆหายไปที่ละต้นด้วยการล่าซื้อและจำยอมขายโดยเจ้าของพื้นที่เพื่อแลกกับเงินหลักสิบหลักร้อยเพราะความจำเป็นในการดำรงค์ชีพและไม่เห็นประโยชน์ที่จะเก็บใว้
เส้นทางนี้ที่เดินเพลิดเพลินนัก
สิ่งที่รักกวักมือกระพือไหว
บนความต่างวางเด่นล้วนเป็นไป
มีทั้งให้ใคร่รับ...สลับกัน
สวัสดีค่ะอาจารย์..แวะเข้ามาทักทายค่ะ^-^
ธรรมชาติ..ที่สวยงาม..
สดชื่น..ไม่เคยทำร้ายใคร..
เข้ามาทักทายค่ะ..
..จากเชียงใหม่เจ้า
ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ค่ะ
สวัสดีค่ะ...ทุกสรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง...แปรสภาพเสมอ...ด้วยเพราะเหตุปัจจัย
ยินดีต้อนรับและยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
สวัสดีค่ะ...
ทางแห่งชีวิต...ทางที่เป็นไป...ใช่เลยค่ะ
ยินดีที่รู้จัก แวะผ่านมาทักทายค่ะ
ขอบคุณที่เข้าทักทายครับ พอดีช่วงที่หาย ไปต่างจังหวัดเลยไม่ได้เข้ามาดูครับ
แวะมาเยี่ยม ทางที่เป็นไปครับ...