ถึงแม้ว่าการไปเที่ยวเตร่พเนจรครั้งนี้จะใช้เวลาแค่ 3 วัน แต่ความสุขในคืนวันอันน้อยนิด ก็มากมายจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้หมด ในระหว่างทางที่เดินกลับ ถึงแม้จะใช้เวลาเดินถึง 2 ชั่วโมงก็ตาม แต่ในระหว่างทางในการเดินทาง ถ้าเราไม่ตั้งใจกับเป้าหมายมากเกินไป เก็บรายละเอียดระหว่างการเดินทางให้มากที่สุด เราจะพบสิ่งดี ๆ ที่เราไม่เคยค้นพบมาก่อน ครูสุอยากเรียกว่า ของขวัญในการเดินทางนะครับ ของขวัญที่ว่าคือสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่รายล้อมเรา ทำให้เราอยากไปสัมผัสกับสิ่งเหล่านั้น อย่างเช่น ท้องฟ้า ภูเขา ลำธาร ต้นไม้และดอกไม้ป่าที่ขึ้นข้างทาง ก้อนหิน และรอยดินที่ผ่านการเดินทาง หุบเหวข้างทาง ใบไม้ที่ไหว ๆ เหมือนโบกมืออำลา (ไม่ได้ฟุ้งซ่านนะครับ แค่เปรียบเทียบ) เด็ก ๆ เห็นครูสุตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปแล้วก็นึกสนุกตาม พยายามหาดอกไม้ ใบไม้แปลก ๆ มาให้ถ่าย ครูสุบอกเด็กว่าให้มันอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเด็ดมันขึ้นมา เพราะธรรมชาติมันสร้างให้สวยงามอยู่ตรงนั้น ในระหว่างการถ่ายรูปก็ได้เห็นแมลงเล็ก ๆ บินมาเกาะมาตอมของมัน โดยไม่ได้กลัวเราแม้แต่น้อย เหมือนกับจะบอกว่า นี่ธุระของฉัน ฉันมีหน้าที่เก็บน้ำหวาน เลยจับภาพแมลงเต่าทองตัวนิด เจ้าแมงมุมซึ่งมันก็ยอมให้ถ่ายแต่โดยดี นี่แหละของขวัญที่ได้รับในการเดินทาง คือ การทอดสายตามองความงามของสรรพสิ่ง และการจ้องมองชีวิตสีเขียวอย่างมีความสุขใจ ใครจะให้เรา ถ้าเราไม่ไปดูเอง ... โลกของเรานี้สวยนะครับ ถ้าเรามองแบบภาพใหญ่ มองวิวทิวทัศน์อันกว้างไกล ก็สวย ถ้าเรามองแบบภาพเล็ก ๆ ก็สวยอีกแบบ ถึงแม้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่ได้อยู่อย่างเป็นระเบียบ แต่ท่ามกลางความไม่เป็นระเบียบคือเสน่ห์ของธรรมชาติจริง ๆ (สรุปได้ว่า ใครเจ้าระเบียบจัด ก็ไม่เป็นธรรมชาติ ต้องรู้จักรกรุงรังซะบ้าง ... ฮา)
คือเสน่ห์แห่งชีวิต..ที่ไม่ต้องการการจัดระเบียบใดๆใช่ไหมคะ..อาจารย์ ^-^