หนังสือเล่มเล็ก “สิทธิบัตรยา : เล่ห์อุบายการผูกขาด” เรียบเรียงโดย กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล บอกให้เราทราบว่า ระบบยาของประเทศเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ มากมายยุ่งเหยิง ซับซ้อน และซ่อนเงื่อน ไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ดำทมึนของบริษัทยาข้ามชาติด้วย เกี่ยวข้องกับความผิดพลาด (ที่ยังไม่ได้แก้) ของระบบการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของชาติด้วย
นี่คือโจทย์วิจัย สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัย : ระบบการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยที่ควรจะเป็น
ถามว่า ประเทศไทยมีสิทธิทำ CL หรือใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรหรือไม่ คำตอบคือมี มีอย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ และควรใช้หลังจากการเจรจาไม่เป็นผล
แต่การทำ CL เป็นปลายเหตุ ต้นเหตุมีลึกซึ้งกว่านั้น และเกี่ยวข้องกับระบบการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาระดับประเทศ ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ได้เอาใจใส่ หรือยังไม่มีความรู้
จึงต้องมีการวิจัยเพื่อสร้างความรู้ระดับนโยบายสาธารณะ
วิจารณ์ พานิช
๒๗ ก.ย. ๕๒

รูปปกหนังสือ
การให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้สิทธิบัตรยา หอื่นรือสิทธิบัติรอืนๆควรเผยแพร่ให้ความรู้กับประชาชนผ่านช่องทางสื่อที่ใกล้ชิดประชาชนสุด คือ สื่อสารมวลชน ทุกแขนง เพราะเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนพึงได้รับรู้ เพื่อสร้างความตระหนัก ขอสนับสนุนอาจารย์ครับ
หนังสือน่าอ่านมากคะ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่สนใจในเรื่องยา ดิฉันเคยเจอประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการบริโภคยาในชุมชนชนบท คือชาวบ้านส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านนี้นัก และเมื่อเกิดเจ็บป่วยก็ไม่ค่อยไปพบหมอแต่จะอาศัยการซื้อยามารับประทานเอง แล้วผู้จำหน่ายยาก็ไม่ใช่เภสัชกรหรือผู้ที่มีความรู้ทางด้านนี้มากนัก ส่วนใหญ่ยาที่ชาวบ้านรับประทานกันจะเป็นยาที่เรียกว่า ยาชุดกระจายเส้น ซึ่งยาชุดเหล่านั้นจะเป็นสารสเตียรอย ราคาก็ตกประมาณ 6-7 บาท อันตรายมากคะถ้ารับประทานเกินขนาด ดิฉันเป็นห่วงเรื่องนี้มาก อยากให้มีกฏหมายออกมาควบคุม การให้ความรู้ถึงโทษหรือประโยชน์ เพราะถ้าปล่อยไว้คงไม่ดีเป็นแน่