นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.ว่าที่ประชุมเห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อดำเนินโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 เพิ่มเติมอีก 2.27 แสนล้านบาท จากเดิมที่ครม.ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วจำนวน 1.06 ล้านล้านบาท รวมเป็นประมาณ 1.28 ล้านล้านบาท ซึ่งครอบคลุมใน 14 สาขา ทั้งด้านทรัพยากรน้ำและเกษตร ด้านระบบขนส่งทางราง ขนส่งทางถนน พลังงาน การสื่อสาร โครงการสร้างพื้นฐานด้านการ ท่องเที่ยว ด้านสาธารณสุข การศึกษา สวัสดิภาพของประชาชน สาขาสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ การลงทุนในระดับชุมชน เป็นต้น
         นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้กระทรวงการคลังนำเงินจากพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท มาใช้ในโครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 350,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 50,000 ล้านบาท จะนำสมทบเป็นเงินคงคลัง หลังจากที่รัฐบาลมีรายได้ดีขึ้นจึงไม่ต้องสมทบเต็มจำนวนที่ 2 แสนล้านบาท และที่สำคัญปัจจุบันฐานะเงินคงคลังมีมากถึง 290,000 ล้านบาท เป็นระดับที่เพียงพอในการบริหารงบประมาณกระแสเงินสดของรัฐบาลในปี 53
         ส่วนสัปดาห์หน้าจะเสนอให้ครม. พิจารณาจัดสรรเงินลงทุนในโครงการจำนวน 150,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการต่าง ๆ เช่น การประกันรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวน 41,000 ล้านบาท โครงการบ้านมั่นคง โครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) วงเงิน 19,000 ล้านบาท จัดสรรให้กับองค์กรปกครอง      ส่วนท้องถิ่น (อปท.) 30,000 ล้านบาท เพื่อให้นำไปใช้ในการดูแลประชาชนให้ทั่วถึง นอกจากนี้คาดว่าภายในปีงบประมาณ 53 (ต.ค. 52-ธ.ค.53) จะเบิกจ่ายเงินกู้ตามโครงการไทยเข้มแข็งรวมทั้งสิ้น 158,625.97 ล้านบาท
         ส่วนแผนการเบิกจ่ายของโครงการในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 53 (ต.ค.-ธ.ค. 52) คาดว่าจะมีจำนวน 47,817.86 ล้านบาท และยังมีวงเงินกู้คงเหลืออยู่อีก 15,128.36 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มอีก 30,000 ล้านบาท จากสถาบันการเงินในประเทศและสถาบันการเงินของรัฐเพื่อนำมาใช้ในโครงการต่อไป ซึ่งครม.เห็นชอบกับการกู้เงินครั้งนี้ด้วย
         รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวด้วยว่า ครม.ยังเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงโครงการลงทุนตามแผน ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จำนวน 3 โครงการ คือโครงการปรับปรุงทางที่ไม่ปลอดภัยสำหรับการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑลของ ร.ฟ.ท. และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และโครงการพัฒนาระบบบริการด้านสาธารณสุข ระดับตติยภูมิของมหาวิทยาลัยนเรศวร
         สำหรับโครงการลงทุนตามกรอบการลงทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีก 2.27 แสนล้านบาท นั้นพบว่าสาขาการลงทุนในระดับชุมชน ได้รับงบประมาณมากสุด 81,183.60 ล้านบาท รองลงมาคือสาขาขนส่งและโลจิสติกส์ ได้รับงบประมาณรวมกันกว่า 70,000 ล้านบาท การประกันรายได้เกษตรกรและชดเชยภาระดอกเบี้ยเงินกู้ได้รับงบ 41,932.66 ล้านบาท ส่วนสาขาพลังงานได้รับงบน้อยสุดวงเงิน 574.30 ล้านบาท สาขาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว 1,336.50 ล้านบาท
เดลินิวส์ ข่าวหุ้น คมชัดลึก โพสต์ทูเดย์ ไทยรัฐ ข่าวสด
วันที่ 14 ตุลาคม 2552