ระบบแท่ง

ได้อะไร? เสียอะไร?...กับการเข้าระบบแท่ง

 

                                เรืองชัย  จรุงศิรวัฒน์

           วันนี้ผมจะขอเล่าเรื่องได้อะไร?เสียอะไร? ...เกี่ยวกับระบบแท่ง ว่าด้วยเรื่องความแตกต่างของแท่งวิชาการกับแท่งทั่วไปซักเรื่องสองเรื่องที่หลายท่านอาจยังไม่รู้หรือรู้แล้วอาจเสียความรู้สึกกับระบบแท่งใหม่ที่กำลังจะถูกนำมาใช้กับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาในไม่ช้านี้         

 

          ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยที่เป็นสายสนับสนุน(ที่เดิมเรียกว่าสายข. และ สาย ค.) ส่วนใหญ่เมื่อเข้าระบบแท่งแล้วจะเข้า“แท่งทั่วไป” และ “แท่งวิชาการ”โดยจะมีส่วนน้อยจะเข้า “แท่งอำนวยการ”ซึ่งจะได้แก่ผู้ที่ครองตำแหน่งทางการบริหารเป็น ผู้อำนวยการกอง และเลขานุการคณะ/ศูนย์/สถาบัน/สำนัก ส่วนสายสนับสนุนที่เป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิต่ำกว่าปริญญาที่เรียกว่า “ผู้ปฏิบัติการระดับต้น”จะจัดเข้าอยู่ใน “แท่งทั่วไป” และสายสนับสนุนที่เป็นตำแหน่งแรกบรรจุด้วยวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปที่เรียกว่า “ผู้ปฏิบัติการระดับกลาง”จะจัดเข้าอยู่ใน “แท่งวิชาการ”ซึ่งผมจะขอเล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างแท่งทั่วไปกับแท่งวิชาการบางส่วนดังนี้....    

 

ความแตกต่างเรื่องแรก

 

           นายก. ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ ระดับ 8อัตราเงินเดือน 47,450 บาท + ค่าตอบแทนเดือนละ 3,500 บาทอัตราเงินเงินเดือนนี้นาย ก.ตันที่ระดับ 8 มาหลายปีแล้วบรรจุครั้งแรกด้วยวุฒิปริญญาตรี(ครุศาสตร์)เมื่อจัดเข้าสู่ระบบแท่งจะอยู่ใน “แท่งวิชาการ”และในกระบอกที่สามเรียกว่า“ชำนาญการพิเศษ” (เป็นชื่อตำแหน่งใหม่ ตามกฎ ก.พ.อ.ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2552มีผลตั้งแต่

 

16 กย.2552)อัตราเงินเดือนของกระบอกนี้จะไปตันที่ 50,550บาท ซึ่งเป็นเพดานเงินเดือนสูงสุดของระดับ9 ในระบบพีซี(เท่ากับว่าได้รับการขยายเพดานเงินเดือนออกไปอีก 1 ซี) ผู้ที่เป็นผู้ชำนาญการระดับ7-8(เดิม)ที่เริ่มต้นจากปริญญาจะถูกจัดให้เข้าในกระบอกนี้และยังคงได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 3,500 บาท นายก.จึงได้ประโยชน์จากการเข้าระบบแท่ง

 

           นาย ข.ดำรงตำแหน่งชำนาญการ เหมือนกับนาย ก.เป็นระดับ 8 เท่ากันเงินเดือนก็เท่ากัน  ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ครูชำนาญการ ระดับ8 อัตราเงินเดือน 47,450 บาท + ค่าตอบแทนเดือนละ 3,500 บาทอัตราเงินเดือนนี้ นาย ข.ตันที่ระดับ 8 มาหลายปีแล้วบรรจุครั้งแรกด้วยวุฒิอนุปริญญา(ปวส.ช่างยนต์)ต่อมาจบปริญญาตรี(บริหารการศึกษา) และ ปริญญาโท(เทคโนโลยีการศึกษา)เมื่อจัดเข้าสู่ระบบแท่งจะอยู่ใน “แท่งทั่วไป”และอยู่ในกระบอกที่สามเรียกว่า“ชำนาญงานพิเศษ” (ขอย้ำว่าชำนาญงาน ไม่ใช่ชำนาญการเป็นชื่อตำแหน่งใหม่ ตามกฎ ก.พ.อ.ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2552มีผลตั้งแต่ 16 กย.2552)อัตราเงินเดือนของกระบอกนี้ยังคงตันที่เพดานเดิมในระบบพีซีคือ 47,450 บาทซึ่งเป็นเพดานเงินเดือนสูงสุดของระดับ 8ในระบบพีซี(เท่ากับว่าเพดานเงินเดือนไม่ได้รับการขยายเพดาน)  ผู้ที่เป็นผู้ชำนาญการระดับ 7-8(เดิม)ที่เริ่มต้นจากต่ำกว่าปริญญาจะถูกจัดให้ลงในกระบอกนี้และยังคงได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 3,500 บาท นายข.จึงไม่ได้ประโยชน์จากการเข้าระบบแท่ง

 

ความแตกต่างเรื่องที่สอง

 

               นาย ค. ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้ปฏิบัติงานบริหาร ระดับ 5(ชื่อตำแหน่งเดิมคือพนักงานธุรการ

ระดับ 5) อัตราเงินเดือน 20,830บาท(เป็นผู้ปฏิบัติงานระดับต้น)เงินเดือนยังไม่เต็มเพดาน โดยที่เพดานเงินเดือนสูงสุดของระดับ 5ในระบบพีซีเป็น 22,220 บาท เมื่อจัดเข้าสู่ระบบแท่งจะอยู่ใน“แท่งทั่วไป” และอยู่ในกระบอกที่สอง ที่เรียกว่า“ชำนาญงาน” (เป็นชื่อตำแหน่งใหม่ ตามกฎ ก.พ.อ.ว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2552มีผลตั้งแต่ 16 กย.2552)

อัตราเงินเดือนของกระบอกนี้จะไปตันที่ 33,540 บาทซึ่งเป็นเพดานเงินเดือนสูงสุดของระดับ7ในระบบพีซี(เท่ากับว่าได้รับการขยายเพดานเงินเดือนออกไปอีก2 ซี) ในกระบอกนี้จะประกอบไปด้วยผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่เป็นระดับ 5 และ ระดับ 6 (เดิม) นายค.จึงได้ประโยชน์จากการเข้าระบบแท่ง เป็นอย่างมาก

 

            นาย ง. ดำรงตำแหน่ง ระดับ 5 เหมือนกับนาย ค.เป็นระดับ 5 เท่ากันเงินเดือนก็เท่ากัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา ระดับ 5อัตราเงินเดือน20,830บาท(เป็นผู้ปฏิบัติงานระดับกลาง)เงินเดือนยังไม่เต็มเพดานโดยที่เพดานเงินเดือนสูงสุดของระดับ 5 ในระบบพีซีเป็น 22,220 บาทเมื่อจัดเข้าสู่ระบบแท่งจะอยู่ใน “แท่งวิชาการ”และในกระบอกแรกที่เรียกว่า “ปฏิบัติการ”(ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของแท่งนี้)อัตราเงินเดือนของกระบอกนี้ยังคงตันที่เพดานเดิมในระบบพีซีคือ 22,220 บาท ซึ่งเป็นเพดานเงินเดือนสูงสุดของระดับ5ในระบบพีซี(เท่ากับว่าเพดานเงินเดือนไม่ได้รับการขยายเพดาน)ในกระบอกนี้จะประกอบไปด้วยผู้ปฏิบัติงานระดับกลาง ระดับ3-5 (เดิม) นาย ง.นอกจากไม่ได้ประโยชน์จากการเข้าระบบแท่งแล้วยังออกจะเสียประโยชน์ด้วยซ้ำไป

 

ทำอย่างไร นาย ง. จึงจะได้รับประโยชน์
จากการเข้าระบบแท่ง
?

 

               เนื่องจาก นาย ง. ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา ระดับ 5ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เริ่มต้นด้วยวุฒิปริญญาตรี ซึ่งจะมีตำแหน่ง“ควบ” เป็นระดับ 3-6 ซึ่ง

 

หมายความว่า นาย ง.จะมีความก้าวหน้าในระบบพีซีไปได้สูงสุดไปถึงระดับ 6 ดังนั้นถ้า นายง.มีคุณสมบัติครบถ้วนในการที่จะประเมินเข้าสู่ตำแหน่ง ระดับ 6ต้องรีบดำเนินการประเมินและแต่งตั้งให้เป็นระดับ6 ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2552 (หนังสือ สกอ.ที่ ศธ0509(2)/ว0218 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2552 เรื่องการกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งขรก.พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาในระหว่างการปรับระบบบริหารงานบุคคลใหม่)

 

              หาก นาย ง. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ระดับ 6 (ภายในวันที่ 31 ตุลาคม2552) เมื่อระบบแท่งมีผลบังคับใช้ นาย ง.จะถูกจัดเข้าสู่“แท่งวิชาการ” และในกระบอกที่สอง ที่เรียกว่า“ชำนาญการ”โดยให้ไปใช้บัญชีเงินเดือนร่วมกับผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ชำนาญการแม้จะไม่ได้เป็นผู้ชำนาญการ โดยอัตราเงินเดือนของกระบอกนี้จะไปตันที่36,020 บาท ซึ่งเป็นขั้นที่ 31ของบัญชีเงินเดือนระดับ 8ในระบบพีซี(เท่ากับว่าได้ขยายเพดานเงินเดือนออกไปอีก 1 ซีกว่าๆ)ในกระบอกนี้จะเป็นผู้ชำนาญการ ระดับ 6 , ปฏิบัติการ ระดับ 6 และหัวหน้างาน ระดับ 7
นาย ง.ถึงจะได้ประโยชน์จากการเข้าระบบแท่ง

 

 

          ******************************