ลูกน้องผมสอนผมเรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้ง

      เมื่อวานผมพาเจ้าหน้าที่ในกลุ่มไปทานข้าวกลางวันครับ  ช่วงหนึ่งผมก็เปรยๆ มาว่า งานในกลุ่มบางเรื่องก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่  ผมต้องการจะ "เคลียร์" ข้อขัดแย้งต่าง ๆ   ให้หมดไป   ด้วยการพูดคุยกันอย่าง "เปิดใจ"

 

      เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดว่า   ไม่ต้องไปเคลียร์หรอก   ให้ทนๆกันอยู่ไปแบบนี้แหละ   จะให้คนอื่นมาเปิดใจเคลียร์   ไม่มีใครเขามาเปิดใจด้วยหรอก 

 

      ผมกลับมาคิดดู  ผมว่าก็น่าจะจริงอย่างที่เจ้าหน้าที่ในกลุ่มว่าไว้ครับ  คือ  ผมเคยคิดว่าการพูดคุยอย่างเปิดใจจะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้   แต่เมื่อมาคิดอีกที  กับคนที่ไม่เปิดใจ   ผมว่าไม่น่าจะใช้ได้ผลครับ

 

     ที่นี่ จะจัดการกับปัญหาความขัดแย้งอย่างไร   ผมก็คงต้องวิเคราะห์ดูก่อนครับว่าเป็นความขัดแย้งประเภทใหน  แก้ได้ หรือ แก้ไม่ได้

 

     ถ้าขัดแย้งกันที่วิธีการ(Mean)  แต่ ยังคงมีเป้าหมาย(End) เดียวกัน   ผมว่าพอจะแก้ได้ครับ

 

     แต่ถ้าขัดแย้งกันที่เป้าหมาย (End) ผมว่าเป็นความขัดแย้งที่แก้ไขได้ยาก หรืออาจจะแก้ไขไม่ได้เลยครับ

 

 

     ต่อไป  ผมก็คงจะต้องใช้ "การสื่อสารที่พอดี"(Optimal Level)  มาเป็นประเด็นหลักในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่แก้ไขไม่ได้ครับ

 

    เพราะเช้านี้ผมมานั่งอ่านบทความ   การสื่อสารจะช่วยลดความขัดแย้งได้จริงหรือ  พบว่าในหลายองค์กรที่ชอบเอาผู้ที่มีความขัดแย้งกันมานั่งคุยกัน จะพบว่า เป็นการแก้ไขปัญหาได้ชั่วคราวเท่านั้นเองครับ โดยเฉพาะจะไม่ได้แก้ปัญหาไปที่รากของมัน แถมเชื่อว่าในปัจจุบันบางองค์กรเข้าสู่ขั้นที่มีการสื่อสารกันมากเกินไปแล้วครับ (เขาเรียกว่า Over-communicate)

 

   ผมอ่านดูแล้วมานั่งคิดดู  ผมก็ว่าลูกน้องผมก็เก่งเหมือนกันนะครับ ที่สอนงานผมได้ โดยเฉพาะมาสอนเรื่องการบริหารงานว่าด้วยการขัดแย้งเสียอีก  สอนได้ตรงตามตำราเลยครับ  ทั้งๆที่ไม่ได้เรียนเรื่องบริหารมาจากใหน  

 

      ครับ ผมว่าบางครังในเรื่องของการแก้ปัญหา   เราต้องฟังมุมมองของคนอื่นๆบ้างครับ  คิดคนเดียว มองคนเดียว  มันไม่ถูกชัวร์ 100 % ครับ  แถมอาจจะผิดเสียอีก   และ คนที่เรารับฟัง  ไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้ทรงภูมิไปด้วยภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน  หรอกนะครับ   

 

    ใครก็ได้  ที่ "คิดเป็น" 

 

 

                              ขอบคุณครับ