บริบทด้านต่างๆ: บริบทด้านเศรษฐกิจกับการบริหารสถาบันอุดมศึกษา
วิทยากร; ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
วันที่ 22 กันยายน 2552 เวลา 13.00 – 16.00 น.
สรุปองค์ความรู้โดย
1. นางไพเราะ ธนลัทธพงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
2. นายพงษ์ศักดิ์ อยู่ผ่อง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
3. นางทิติยา ศรีอินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
4. นายวิเชียร คำรินทร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
สรุปสาระสำคัญ
บริบทด้านเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของปากท้องที่มีผลต่อสิ่งต่างๆ แม้งานอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยต้องบริหารบนข้อเท็จจริง และเศรษฐกิจกำหนดข้อเท็จจริง
เศรษฐกิจมีผลมาก ตัวอย่างเช่น
- โซเวียตหรือรัฐเซีย แข่งผลิตอาวุธกับสหรัฐอเมริกาจนทำให้ประเทศล่มสลายลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโซเวียตแพ้เพราะเศรษฐกิจ
- สหประชาชาติ และ IMF ประเทศที่จ่ายเงินในการดูแลองค์กร ก็จะมีเสียงดังหรือมีบทบาทสูงมากในองค์กร กล่าวคือ อเมริกา จะมีบทบาทสำคัญใน UN และหัวหน้าใน IMF จะอยู่ในยุโรป ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
- ADB อยู่ในเอเชีย ประเทศญี่ปุ่นใหญ่เสมอเพราะออกเงินมาก ประเทศที่มีบทบาทด้านการชี้นำ จะมีบริบททางเศรษฐกิจ เช่น ไทยช่วยสร้างรถไฟให้ลาว หรือประเทศที่รับความช่วยเหลือ เช่นอัฟริกา จะไม่มีบริบทในทางเศรษฐกิจ
- ระดับองค์กร ผลของบริบท เช่น องค์กรธุรกิจ จะส่งผลให้มีการขยาย ลดขนาดองค์กร
- ระดับมหาวิทยาลัย บริบททางเศรษฐิจ มีผล เช่น มหาวิทยาลัยโดดเด่นหรือไม่ ต้องดูเงินก้นถุงของมหาวิทยาลัย เนื่องจากเงินจะบอกดอกผลเพื่อทำอะไรได้มากมาย เช่นค่าจ้างคน ถ้าสะสมมากก็มีโอกาสเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ จ้างอาจารย์ดี มีผลงานวิจัย เด็กก็อยากเรียน
มหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทำให้ได้รับการจัดอันดับได้ที่ 1 ตลอดเพราะมีเงินมากในการจัดการระบบ เพื่อทำให้มีแต่คนเก่ง ๆ มีแต่เด็กเก่งไปเรียน ทำให้อาจารย์สอนง่าย เครื่องมืออุปกรณ์พร้อม ดังนั้นอธิการบดีรุ่นใหม่ ต้องทำตัวเป็นทูตสันถวไมตรีเพื่อให้มีทุนรอนเพียงพอ ไม่ต้องพึ่งเงินแผ่นดินทั้งหมด ต้องหาแหล่งเงินที่มีเงินไม่ขาดแคลน
การบริหารมหาวิทยาลัยในโลกที่ท้าทาย
1. วิกฤตเศรษฐกิจ
ปัจจุบันวิกฤตเศรษฐกิจ ฟองสบู่แตกที่อเมริกาทำให้เกิด Demand เทียมเพื่อปั๊มเศรษฐกิจโลก ในขณะที่อเมริกันไม่ค่อยบริโภค แต่จีนยังช่วยได้บ้าง ทำให้ไม่ร้ายแรงเท่ายุคก่อน ณ วันนี้แย่น้อยลง คาดว่า 2-3 ปีน่าจะฟื้นฟูสู่ปกติ
ประเทศไทยกู้เงินมาปั๊มเศรษฐกิจในโครงการต่าง ๆ ปัญหาที่ต้องคิดคือการคืนเงิน ทำให้งบประมาณแผ่นดินสู่มหาวิทยาลัยน้อยลง ซึ่งเป็นอันตรายต่อมหาวิทยาลัยทางอ้อม
นักศึกษาที่จะมาเรียนพบปัญหาเศรษฐกิจก็จะไปชุมนุมเรียนบางคณะ ทำให้บางคณะไม่ค่อยมีคนเรียน และปัญหาทางการเมืองไทยที่ไม่นิ่ง ไทยมีวิกฤตโลกและวิกฤตการเมืองไทย
2. เศรษฐกิจเสรี
ปัจจุบัน เศรษฐกิจเสรี เป็นการเปิดเสรีทางการค้า การลงทุน ลดกำแพงภาษี ลดเงื่อนไขกฎระเบียบ เอกชนมีบทบาทเพิ่มขึ้น องค์การค้าโลกมีบทบาท มีการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น รวมทั้งการศึกษา เพราะฉะนั้นตลาดค้าเสรี จะมีการควบรวมบริษัท กลายเป็นบริษัทข้ามโลก
ในต่างประเทศจะมีรายได้จากการศึกษา ประมาณ 1/3 และจะมีการแพร่อิทธิพลลักษณะของหลักสูตรร่วมกับเรา หรือเป็น Campus หรือการ recruit นักศึกษาไปเรียนในประเทศเขา ซึ่งในอนาคตบางมหาวิทยาลัยจะปิดเพราะการแข่งขันจะดุเดือด จึงเกิดการรวมหรือปิด ภาครัฐให้เงินมหาวิทยาลัยน้อยลง ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้วควรจะเทไปที่ระดับประถม และระดับอุดมศึกษาที่มีประโยชน์ส่วนตนให้ตัดออก
มหาวิทยาลัยจะต้องปรับตัวเพราะงบจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ต้องไปเปิดตลาดการศึกษาทั้งในต่างประเทศ แข่งขันกับเขา เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจเสรี ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
3. เศรษฐกิจเครือข่าย
ยุคโลกาภิวัตน์ คนที่ไม่ทำ Network จะไม่ไหล เพราะฉะนั้นต้นทุนจะลดลง ต้องทำ outsource ให้เครือข่าย เช่น การ outsource ภารโรง
4. เศรษฐกิจดิจิตอล เช่น มือถือ
เศรษฐกิจยุคใหม่เป็นดิจิตอล ทุกอย่างเป็น e ถ้าใช้วิธีเดิมต้นทุนจะสูงมาก มหาวิทยาลัยจะทำหลักสูตรเป็น Coureware ลงในดิจิตอลโดยมีวิทยาเขตเปลี่ยนไป เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
- ข้อมูลสอนในเวป
- handout อยู่ในอิเล็กทรอนิกส์
- Reading ก่อนเข้าห้องเรียน ทำให้ห้องเรียนเป็นสถานที่ถกเพราะอ่านมาหมดแล้ว
- เทปการสอน
- ประเมินอาจารย์
5. เศรษฐกิจฐานความรู้
ตามทฤษฎีคลื่น 7 ลูก ปัจจุบันเป็นคลื่นลูกที่ 4 ไทยลูกที่ 1-2 กล่าวคือมหาวิทยาลัยจะเข้ามาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ อยากดูอนาคตให้ดูมหาวิทยาลัยในวันนี้ เพราะมหาวิทยาลัยจะมีบทบาทมาก
มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งหมดอยู่ในอเมริกา ( 8 แห่ง) อังกฤษ 2 แห่ง ซึ่งจะเรียงตามเงินที่มีอยู่ มหาวิทยาลัยในอเมริกาจดลิขสิทธิ์ทางปัญญามากกว่า 200 มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยจะต้องเน้นการสร้างนวัตกรรมทางความรู้ จึงจะเดินบนเศรษฐกิจฐานความรู้ โดยจัดระบบ เช่น แรงจูงใจโดยมีส่วนแบ่งให้กับอาจารย์ การจัดระบบภายในหรือนักศึกษาโดยส่วนแบ่งให้เกิดแรงจูงใจและเกิดนวัตกรรมได้ ซึ่งการจดลิขสิทธิ์ต่าง ๆ มหาวิทยาลัยต้องทำ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยต้องทำ
6. เศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมและเหลื่อมล้ำสูงขึ้น
รายได้ 2 ดอลล่าร์/วัน มีครึ่งโลก ซึ่งมหาวิทยาลัยทำให้เกิด เช่น
- ลูกชาวนาเข้าเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ได้
- มีการเก็บค่าเล่าเรียน การอุดหนุนค่าเล่าเรียนชนชั้นนำ
- โครงสร้างการจัดการอุดมศึกษาไม่มีวันก้าวทันได้ เช่น โครงสร้างราชภัฎ เหนื่อยมาก
- ประกาศมหาวิทยาลัยวิจัย 9 แห่ง ที่รัฐให้งบประมาณ แต่มหาวิทยาลัยที่เหลืออีก 3 พันกว่า
แห่งให้ไปแย่งงบประมาณกันเอง
ดังนั้นเวลาที่จะปรับตัวให้ไปสู่ความเป็นเลิศ ควรจะมีการเกลี่ยปรับระดับเพื่อเป็นมาตรฐานและ เพื่อความเป็นธรรมในการแข่งขัน
แนวทางการบริหารงานกับอุดมศึกษาภายใต้บริบท
1. การบริหารงานหลักสูตรการสอนสร้างคน
มหาวิทยาลัยมองคนสร้างคนให้เป็นคนชั้นนำ เช่น คนดี คนเก่ง คนกล้า ต้องมีกระบวนการสอนให้คนเป็นอย่างนี้ให้ได้ กระบวนการคัดเลือกคนเข้ามาเรียน โดยวัดคะแนน เพื่อให้ได้คนเก่งมาเรียน แต่การสร้างคนเก่ง คนดี และคนกล้า
ในระดับมัธยม ควรจะต้องมีสมุดพกคนดี (ทำงานเพื่อส่วนรวม) ต้องเอาคะแนนมานับด้วย ซึ่งในมหาวิทยาลัยไม่มีมติบูรณาการในมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยต้องทำให้มากกว่าการสอน เช่น 4 ปี มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมในลักษณะชมรม
การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและการนำความรู้ไปช่วยสังคม มหาวิทยาลัยสนับสนุนโดยอาจแสดงหรือระบุกิจกรรมการทำความดีหรือเพื่อส่วนรวมในใบแสดงผลการศึกษา (transcript) หรือการรับเด็กเข้าเรียนที่มีความกล้าที่จะทำอะไร เช่น กล้าที่จะคิดทำอะไร ดูจากเรียงความถ้าจบออกมาจะได้ลิขสิทธิ์ทางปัญญา
มหาวิทยาลัยไทยประสบปัญหา
- รัฐมนตรี
- นายกสภามหาวิทยาลัย (ชี้นำทิศมหาวิทยาลัย ต้องเอาตัวจริงมาทำ)
- อธิการบดี (เป็นการแข่งขันการเมือง จัดสรรแบบการเมือง)
2. การประกันไม่ให้ผู้เรียนมีปัญหาเข้าถึงการศึกษา
การกู้เงินเพื่อการศึกษา เป็นการแก้ปัญหาโดยทุ่มงบประมาณอาจไม่เพียงพอและไร้คุณภาพ เพราะฉะนั้น รัฐจึงต้องจัดระบบใหม่ โดยงบประมาณต้องเข้าถึงได้อย่างแท้จริงและมีคุณภาพอย่างแท้จริง เช่นให้คนมีฐานะมาช่วยคนที่ไม่มีฐานะ
- การระดมทุนสู่มหาวิทยาลัย โดยภาคเอกชน ศิษย์เก่า เศรษฐกิจไทย/เศรษฐกิจโลกมาช่วย การทำ วิจัยร่วมกับกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจเก่า-ใหม่ รอบบ้านเรา
- การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ เนื่องจากเด็กจบมามีงานทำ ธุรกิจเกิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
- การพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง เช่น มหาวิทยาลัยท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยยาง มหาวิทยาลัยข้าว
- การพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยวิจัย
- จัดการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย เน้นนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง เด็กเลือกเรียนวิชาหนึ่งวิชาใด ณ ที่ใดก็ได้ เปรียบเสมือนตัดเสื้อพอดีตัว มิใช่ตัดเสื้อโหล
- การจัดการศึกษาที่มุ่งเชิงพาณิชย์ หรือตลาดการศึกษา เพื่อให้จบตรงกับความต้องการของตลาด ต้องมีการแข่งขัน
- การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มคนทำงาน โดยจัดให้คนอายุ 40-50 เข้ามาศึกษาใหม่อีกรอบ เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนโดยต้องให้เรียนอย่างจริงจัง
10. การจัดการหลักสูตรระดับนานาชาติ ไทยไม่ใช่มหาอำนาจในอีก 10 ปี ข้างหน้า เพื่อให้เข้าถึงนานาชาติได้ มีการทำวิจัยเป็นภาษาอังกฤษ
- จัดต้นทุนแบบการศึกษา
- มุ่งเรียนตามศักยภาพของผู้เรียน เป็นการจัดการศึกษามุ่งเรียนตามศักยภาพเด็ก และมุ่งสร้างศักยภาพตามธรรมชาติของผู้เรียน
แนวทางประยุกต์ใช้
ระดับองค์การ
1.สถาบันอุดมศึกษาควรศึกษาบริบททางด้านเศรษฐกิจเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลอย่างแท้จริง เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาของตนเองได้ปรับตัวให้เหมาะสมโดยเฉพาะบริบทดังกล่าวส่งผลกระทบกับการรับนักศึกษาเนื่องจากอาจมีบางสาขาที่ไม่มีนักศึกษาเข้ามาเรียน หรือมีจำนวนนักศึกษาเข้ามาเรียนน้อย ทั้งนี้ผู้เรียนอาจได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ผู้ปกครองไม่สามารถส่งลูกเข้าเรียนได้
2.การจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาไทยในอนาคตควรมีลักษณะดังนี้
จัดการศึกษาที่มุ่งสนองความต้องการของผู้เรียน
จัดการศึกษาที่ต้องมีจุดมุ่งเน้นทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน
จัดการศึกษาที่มีความเชื่อมโยงกันทั้งภายในและภายนอก
ระดับกลุ่มงาน
1.หน่วยงานภาครัฐควรพิจารณาผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่มีต่อสถาบันอุดมศึกษา ควรที่จะต้องหาทางช่วยเหลือสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับผลกระทบในด้านการรับนักศึกษาที่ไม่มีนักศึกษามาเรียน การให้ความช่วยเหลืออาจจะต้องหาวิธีการที่เหมาะสม เช่น การจัดสรรกองทุนกู้ยืมให้นักศึกษา เป็นต้น
2.การบริหารจัดการต้องปรับตัวให้ทันกับความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลง ทันยุคสมัยของบุคคลที่จำเป็นต้องมีองค์ความรู้ที่มีบูรณาการ 3 ลักษณะคือ
- ความเป็นนักวิชาการ
- ความเป็นนักปฏิบัติ
- ความเป็นมืออาชีพ
ระดับบุคคล
1.บริบทด้านเศรษฐกิจปัจจุบันอาจส่งผลกระทบทุกด้าน โดยเฉพาะระดับบุคคล เช่น นักศึกษา บุคลากร ฯลฯ ในระดับบุคคลจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่เพื่อให้ตนเองสามารถอยู่กับสภาพดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจจะต้องนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน
2.สถาบันการศึกษาต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาบุคลากรดังนี้
- พัฒนาทักษะด้าน IT และภาษาต่างประเทศ
- ส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการทำงานอย่างต่อเนื่อง
- คัดเลือกบุคลากรมืออาชีพที่มีความสามารถให้เหมาะสมกับการทำงาน
- การประเมินและทดสอบความสามารถของบุคลากรเป็นประจำ
- จัดสรรทุนสนับสนุนการศึกษาต่อในสถาบันให้แก่บุคลากร
- มีระบบสร้างแรงจูงใจ ให้เงินเดือน/โบนัสแบบก้าวกระโดดตามความสามารถของบุคลากร
- มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกสถาบัน