เช้านี้ตื่นก่อนเวลานิดหน่อย  สวดมนต์เสร็จสรรพแล้ว

เดินกลับมาที่กุฏิเห็นไก่แจ้ตัวนึงบนต้นฝรั่งหน้ากุฏิ  ยืนขาเดียวอยู่

ตัวอื่นส่งเสียงเจื้อยแจ้ว  แต่ตัวนั้นเงียบยืนหลับขาเดียว

เลยสงสัยว่าทำไมถึงยืนขาเดียว  คิดไม่ออกเลยเปลี่ยนคำถามให้ตัวเองว่า

ทำไมไก่แจ้ตัวนั้นไม่หดขาทั้งสองข้าง   คำตอบก็มาทันทีเลยว่า..

..หากหดขาทั้งสองข้างมันก็ตกจากต้นไม้นะซิธรรมฐิต(ทำไมโง่จัง)

ได้ทำลายความเขลาแต่เช้าตรู่เลยวันนี้

กลับมานั่งย้อนดูชีวิตของเราบางครั้งเราสัมผัสกับเหตุการณ์ต่างๆมากมาย

แล้วเกิดความสงสัย  หรือมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นกับตัวเรา

หากเราลองเปลี่ยนมุมมองแห่งการตั้งคำถามให้แก่ตัวของเราเอง

บางครั้งเราจะเข้าถึงต้นตอแห่งสิ่งนั้นๆได้ดียิ่งขึ้น

หลายครั้งที่เราผิดหวัง(เพราะคาดหวังมากไป)จากคนที่เรารักหรือคนรอบข้าง

แล้วมานั่งน้อยใจเศร้าใจรำพึงรำพันในใจว่า

..เพราะอะไรเขาจึงไม่เข้าใจเราบ้าง..

คิดไปมากๆก็ตอกย้ำความทุกข์ให้เกิดแก่ตนเองอยู่ร่ำไป

ลองเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า..แล้วตัวเราเข้าใจเขามากน้อยเพียงไรละ..

หากเรารู้จักตั้งคำถามชีวิตของเราก็อาจเปลี่ยนแปรงได้อย่างคาดไม่ถึง..

..ทำแล้วเราจะได้อะไรบ้าง..เปลี่ยนใหม่ว่า

ทำแล้วใคร(ส่วนรวม)จะได้ประโยชน์จากสิ่งที่เราทำบ้างละ.

อย่าพยายามนึกว่าการแก่ขึ้นเราหลีกเลี่ยงไม่ได้..

แต่ลองนึกว่าการเติบโตขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่เราเลือกได้

หลายคนคิดว่าเราอยู่ได้ด้วยสิ่งที่เราได้รับมา..

แต่ธรรมฐิตคิดว่าเราอยู่ได้เพราะสิ่งที่เราให้ไปด้วยใจบริสุทธิ์ต่างหากละ...

เปลี่ยนมุมมองให้กับความคิดชีวิตก็จะเปลี่ยนตาม

แต่จะเป็นไปในแนวทางไหนก็อยู่ที่คำถามนั้นๆว่าสร้างสรรค์มากน้อยเพียงไร..

ธรรมะสวัสดีขอรับ..