เมื่อภาพยนตร์ไม่ใช่แค่เรื่องบันเทิงอย่างเดียว

               จากการเข้าร่วมกิจกรรม “เมื่อรายการเด็กคิดเล็กไม่ได้” ณ TK park ซึ่งทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ สิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากในกิจกรรม คือ การที่คุณทิชา ณ นคร หรือครูมล จากบ้านกาญจนาภิเษก ครูมลได้เล่าถึงประสบการณ์การใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อในการศึกษาและสอนเด็กๆ ที่กระทำความผิดที่บ้านกาญจนาภิเษก ได้นำเสนอถึงวิธีการคือให้เด็กๆ ได้ดูหนังแล้วตอบคำถามและทำกิจกรรมตามที่กำหนด เมื่อได้เห็นคำถามและคำตอบที่เด็กๆ ตอบทำให้รู้สึกว่าวิธีการนี้ให้อะไรหลายๆ อย่าง เป็นการฝึกให้เด็กได้คิดวิเคราะห์และจับประเด็น ซึ่งมองว่าทักษะนี้เป็นทักษะที่สำคัญและไม่เพียงแต่เด็กในบ้านกาญจนาภิเษกเท่านั้นเด็กคนอื่นๆ ก็ควรจะฝึกฝน และการใช้ภาพยนตร์น่าจะช่วยดึงดูดใจให้เด็กๆ ฝึก

                ภาพยนตร์เป็นสื่อบันเทิงที่ทุกคนๆ เข้าถึงได้ง่าย เนื้อหาสาระก็แตกต่างกันไป ซึ่งครูมลใช้ประเด็นของภาพยนตร์มาสอนเด็ก ภาพยนตร์บางเรื่องถ้าดูอย่างเดียวเราอาจจะแค่สนุก หนังจบก็จบไป แต่การที่ดูแล้วได้แสดงความคิดเห็นได้วิเคราะห์ย่อมมีประโยชน์มากกว่า ภาพยนตร์บางเรื่องอาจจะถูกมองว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหารุนแรงแต่ก็อาจจะแฝงข้อคิดไว้โดยที่เรามองไม่เห็น ในปัจจุบันมีการจัดเรตภาพยนตร์ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่สามารถห้ามได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เหมาะกับเด็กคนนั้นคนนี้ แต่การที่เราดูด้วยกันแล้วช่วยชี้แนะ ช่วยให้เด็กได้คิดก็เป็นผลดีต่อตัวเด็กด้วย

                ประเด็นสุดท้ายเป็นประเด็นที่ประทับใจที่สุด คือ การตอบคำถาม การแสดงความคิดเห็น และการเขียนเรียงความของเด็กบ้านกาญจนาภิเษก ซึ่งทำให้รู้สึกว่าภาพยนตร์ช่วยดึงความคิดเหล่านั้นของเขาออกมา เด็กที่เรามองว่าเขาไม่ดีแต่จริงแล้วไม่ใช่ เด็กแต่ละคนมีข้อจำกัดที่ต่างกัน สิ่งที่เราคิดว่าเค้าเป็นอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เด็กบางคนอาจจะทำผิดแค่ครั้งเดียวแต่โดนตีตราไปตลอด แต่กิจกรรมนี้ทำให้เราได้เห็นความคิดในอีกด้าน ซึ่งทุกคนก็มีความดีอยู่ในตัวแต่ก็มีบ้างที่จะเขวไปบ้างจากหลายๆปัจจัย

               การใช้ประโยชน์ของภาพยนตร์ในรูปแบบนี้จึงเป็นรูปแบบที่น่าสนใจและน่าจะนำไปปรับใช้กับเด็กกลุ่มอื่นๆ ไม่ใช่แค่ดู แต่ต้องรู้จักคิดด้วย