บริบทด้านต่างๆ "กฎหมายกับการบริหารงานอุดมศึกษา"

บริบทด้านต่างๆ   “บริบทด้านกฎหมายและหลักนิติธรรมที่มีผลกระทบต่อการบริหารงานอุดมศึกษา”

วิทยากร           ดร.เจษฎ์  โทณะวณิก

                     วันที่ 29 กันยายน 2552 เวลา 9.00-12.00 น

สรุปบทเรียนโดย

            1.นางนวลรักษ์ ชอบชื่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            2.นส.ฉันทนา ภู่ธราภรณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

            3.นส.สิริกร ชูแก้ว มหาวิทยาลัยนเรศวร

            4.นส.พรพิพัฒน์ ทองปรอน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

    บริบทของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร ดังนี้

    ๑.คนจะต้องทราบว่ากฎหมายและระเบียบแต่ละฉบับจะใช้อย่างไร

    ๒. การบริหารเป็นคนละเรื่องกับการใช้กฎหมาย แต่ถ้าอยากจะบริหารให้ดีก็จะต้อง

มาพิจารณาหลักกฎหมายและหลักนิติธรรม โดยจะต้องใช้ให้ถูก ให้เป็นธรรม

     ๓. ธรรมะ คือเครื่องมือที่ทำให้ดี ยุติธรรม คือวิธีที่จะทำอย่างไรในการยุติเรื่องราว

     ๔. การใช้กฎหมาย ต้องมีดุลพินิจในการใช้

     ๕. มาตรา ๗ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญต้อง

ไปหาประเพณีที่สืบทอดกันมา คือถ้าไม่มีกฎหมายต้องพิจารณาที่ประเพณีที่ทำกันมา

     ๖.การกำหนดกฎหมายจะไม่มีผลย้อนหลัง ถ้าย้อนหลังเป็นโทษ แต่ถ้าย้อนหลังแล้ว

เป็นผลดีก็จะใช้ได้  ถ้าไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ว่าเป็นความผิดให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่มีความผิด

     ๗. กฎหมายจะเป็นเรื่องการปกครองด้วย เช่น ตัวอย่างเรื่อง ไฟเขียว ไฟแดงกับ

จราจร คือเมื่อมีไฟเขียวแล้วจราจรยกมือห้ามไม่ให้รถวิ่ง คนขับรถจะเชื่อจราจรหรือไฟเขียว ซึ่งคนขับรถจะต้องเชื่อจราจรเพราะเป็นเรื่องการปกครอง

    ๘.การเพิกถอนสิทธิบุคคลใดบุคคลหนึ่ง สามารถกำหนดให้ทำได้ถ้าเป็นการกระทำ

ที่ย้อนหลังก่อน ปี ๒๕๓๕ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้แต่ ในปี ๒๕๔๐ จะกระทำไม่ได้แล้วเพราะ รัฐธรรมนูญกำหนดในเรื่องการเพิกถอนสิทธิไว้

    ๙.การนำหลักนิติธรรมมาใช้ ดังนี้

              - ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้

              - กฎหมายที่มีอยู่ไม่อาจใช้ได้

              -กฎหมายที่มีอยู่นั้นออกมาโดยมิชอบหรือไม่ได้พิจารณากับกฎหมายที่จะนำมาใช้

    ๑๐.  การใช้กฎหมายไม่จำเป็นต้องมีหัวใจที่เป็นธรรม

    ๑๑.  กฎหมาย หรือนิติธรรม  หรือ ธรรมะ ไม่ได้ทำให้คนเป็นคนดี ตัวของคนคนนั้นเป็นคนทำให้เป็นคนดี  จะนำกฎ ระเบียบไปบังคับให้คนเป็นคนดีไม่ได้แต่จำเป็นต้องมีเพื่อให้คนรู้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี  และกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดให้ความดี ให้คุณ กับคนที่ทำดีมีแต่กำหนดโทษไว้เพราะต้องการควบคุมคน ซึ่งสรุปว่า หลักกฎหมายและหลักนิติธรรมเป็นหลักควบคุม

    ๑๒.  เจตจำนงของกฎหมาย คือ ปรับ เปลี่ยน เมื่อทำไม่ได้ต้องตัด (ติดคุก,

ประหารชีวิต)

    ๑๓.  สิ่งที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบจะต้องใช้หลักนิติธรรมเข้าแก้ไข

    ๑๔. หัวใจเป็นธรรมกับความยืดหยุ่น ในหัวใจที่เป็นธรรมจะต้องมีความยืดหยุ่นซึ่งอยู่ที่บริบทของการใช้เปรียบเสมือนหนังสติ๊กถ้ายืดหยุ่นมากเกินไปจะทำให้หนังสติ๊กขาดได้จึงต้องใช้ความยืดหยุ่นที่พอดี