การจัดการความรู้  ( Knowledge Management ) กับ การประกันคุณภาพการศึกษา ( Quality Assurance ) เป็นคนละเรื่องเดียวกันถ้ารู้จักการบูรณาการ วันนี้ผู้บันทึกได้มีโอกาสไปช่วยประเมินคุณภาพภายใน ของคณะแห่งหนึ่งในมหาวิทยาลัย ขณะทำการสัมภาษณ์คณาจารย์ มีข้อคิดเห็นจากอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวถึงการนำ KM เข้ามาในคณะนั้น ประเด็นก็คือ ท่านไม่เข้าใจว่า KM คือ อะไร ทำไมต้องทำ KM แล้ว KM มีประโยชน์อะไร ในฐานะที่ดำเนินการในเรื่องการจัดการความรู้มาระยะหนึ่ง จึงอยากจะแลกเปลี่ยน ให้ท่านอาจารย์ที่ยังมีความสงสัยดังนี้

 ประโยชน์ของการจัดการความรู้ ก็เพื่อ

   ๑. พัฒนาคน

   ๒. พัฒนางานประจำของเรา

   ๓. พัฒนาองค์การ

 กระบวนการประเมินของการประกันคุณภาพการศึกษา ถ้าจะเปรียบเทียบกับการจัดการความรู้ ก็เหมือนกับกระบวนการทำ Peer Assist โดยมีทีมเข้าไปรับฟังภาควิชา หรือ หน่วยงานที่รับประเมิน โดยใช้กระบวนการเล่าประสบการณ์จริงในปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยกระบวนการเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในปีการศึกษาที่ผ่านมา เหมือนกับกระบวนการ เล่าเรื่อง Storytelling มีการฟังอย่างลึกซึ้งที่เรียกว่า Deep Listening จากผู้ประเมิน และ กระบวนให้ข้อมูลย้อนกลับที่มุ่งเน้นพัฒนา โดยเน้นการพัฒนาคน คือ ครู นักเรียน หรือ บุคลากรทางการศึกษา การพัฒนากระบวนการทำงานต่างๆ มีกระบวนการ P D C A เป็นวงจรต่อยอดพัฒนามาตรฐาน และ คุณภาพการศึกษาในทุกๆปี มีการบันทึก Knowledge Asset โดยทำเป็นรายงานประจำปี สิ่งที่สำคัญคือ ต้องมีการนำเอา KA มาใช้เป็นฐานเพื่อพัฒนามาตรฐานและคุณภาพการศึกษาให้เห็นการกระทำให้ยั่งยืน และ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทีมผู้ประเมินซึ่งเหมือนทีมที่มาเป็น PA พยายามชี้ช่องทาง หรือ ลปรร ในสิ่งที่เป็น Best Practice ตามประสบการณ์ตรง เพื่อพัฒนามาตรฐานและคุณภาพการศึกษา ตาม พรบ การศึกษาแห่งชาติ

   โดยสรุปเรื่อง KM และ QA การศึกษาเป็นเรื่องเดียวกัน และ เป็นเครื่องมือที่เกิดขึ้นมาเพื่อการพัฒนาจริงๆครับ ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดคือ นักศึกษาซึ่งจะเป็นกำลังของชาติไทยในอนาคตจะได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ ครูเป็นผู้ที่ตื่นตัวทำกุศล ใช้เครื่องมือ คือ KM หรือ QA เข้ามาเป็นตัวช่วย

JJ