...ฉันรักต้นไม้ใหญ่...เป็นประโยคที่เขียนไว้ใต้รูปของคนชื่อ บีสมาร์ค..เมื่อวานชวนตาไปเที่ยวสวนผีเสื้อเล็กๆแห่งหนึ่งชานเมืองแฮมบอรก(เยอรมัน)..ป่าแถบนี้มีชื่อว่า..ซักส์ซัล...ที่นี่ต้นไม้กำลังจะถึงฤดูผลัดใบ...อากาศชื้นๆ...มีละอองฝนบางๆเป็นช่วงๆ...พอแดดออกต้องใบไม้จะมีสีสรรค์สดใส..เหลืองบ้างแดงบ้างที่ยังเขียวก็จะแลดูหม่นๆไป...สิ้นเดือนตุลา..ไปถึงพฤศจิกา..ใบไม้ก็จะเป็นสีเหลืองเสียส่วนใหญ่...ป่าเปลี่ยนสีเป็นสีทอง...สุกอร่าม...ธรรมชาติดูแลซึ่งกันและกัน....(แย่งชิงกันแลเป็นเจ้าของ..ไปไม่ได้...ดังจินตนาการ..จะรักจะหลงอย่างไร...)....และสุดท้ายเมื่อความหนาวมาเยือน...ต้นไม้ยืนต้นสท้านกับความหนาว..ปราศจากใบที่นุ่งห่ม...เหมือนไม่อาลัยใยดี..ที่เคยมีต่อกัน....ยายธีก็อยากจะพูดประโยคนี้เหมือนกัน...ฉันรักต้นไม้ใหญ่(น้อยและทุกๆต้น)...(ฉันไม่อิจฉาตัวเองที่มักจะได้เห็นต้นไม้ผลัดใบสองครั้งเสมอ...ในเมืองหนาวและเมืองร้อน..ซึ่งจะผลัดใบระหว่างมีนาเมษา..)...ต้นไม้ที่ผลัดใบยืนต้นสู้ความหนาว..รอคอยความอบอุ่นของอากาศ..รอหยาดน้ำหยดแรกในฤดูฝน...ก็คงจะเป็นเฉกเช่นมนุษย์เรา...(ยายธีนึกถึงคำพูดของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกถามว่า..เธออยากเป็นอะไร..เขาตอบว่า..ฉันอยากเป็นต้นไม้...อยากจะตอบแทนต่อไปว่า...คิดดีแล้วเหลอ...)..อีกประโยคใต้รูปปั้นบีสมาร์ค..ในป่าลึกของจิตวิญญาณ...ไม่เคยเหงา...รู้สำนึกและไร้สำนึก...หากเป็นต้นไม้(ที่มีโอกาศยืนต้นใหญ่ได้)..ก็คงจะรู้สึกเช่นกัน...หากจะให้เลือกรัก...ฉันคงจะเลือกรักเธอ..ต้นไม้.....
ต้นไม้ใหญ่
ฉันรักต้นไม้ใหญ่
มาเยี่ยมยายธีครับ
สวัสดีค่ะคุณยายธี
อ่านแล้วอยากมีโอกาสไปเยี่ยมสวนสาธารณะในยามที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี...
ใบไม้ก็จะเป็นสีเหลืองเสียส่วนใหญ่...ป่าเปลี่ยนสีเป็นสีทอง...สุกอร่าม...ธรรมชาติดูแลซึ่งกันและกัน....
บันทึกนี้โรแมนติก คล้ายสำนวนของคุณสุวรรณี สุคนธา ... เลย...5555...ไม่ได้อ่านงานเธอหรอกค่ะ
ตอนเด็ก ๆ โรงเรียนให้เล่นละคร มีแต่คนอยากเป็นเจ้าหญิง เจ้าชาย ทหาร พระราชา ... คนไม่มีรากเป็น ต้นไม้ ทุกที เพราะไม่ค่อยมีคนยอมเป็นค่ะ แต่คนไม่มีรากชอบเพราะไม่ต้องพูด ยืนนิ่ง ๆ เฉย ๆ ได้ดูคนโน้นคนนี้...สนุกจะตายไป...
คนไม่มีราก...รักต้นไม้มากค่ะ ... ต้องเปลี่ยนนามแฝงเป็น "ต้นไม้ใบหญ้า"...ทำนองนี้ดีไหมคะ
(^___^)
...สวัสดีค่ะคุณคนไม่มีราก..เอไม่ได้อ่านแล้วทราบได้อย่างไรคะ..ชักงงๆๆๆๆ...แต่อะไรอย่างหนึ่ง..เราคงมีหัวใจดวงเดียวกันรักต้นไม้ต้นเดียวกันคงเป็นได้...ว้าว.....หรือ...ต้นไม้ใบหญ้า....ไม่ต้องเปลี่ยนค่ะชอบ..เซกซี่ดี..อิอิ..คนไม่มีราก...(มีรูปๆหนึ่งจะต้องลองส่ง..วันนี้เพิ่งไปถ่ายมา...จะสำเร็จหรือไม่คงต้องลอง..แฮะ)......ยายธีตอนเด็กๆบทที่ถูกให้เล่นเพราะคนอื่นไม่ยอมเล่น..บทอีแจ๋วค่ะ..๕๕๕๕๖
สวัสดีค่ะคุณยายธี
กลับมาอ่านอีกครั้ง....
ความจริงจะว่าไม่เคยอ่านเรื่องของคุณสุวรรณี สุคนธา ก็ไม่ถูกค่ะ
ตอนเด็ก ๆ อ่านแต่นิทาน การ์ตูน ตอนเป็นวัยรุ่นก็อ่านนิยาย แต่เป็นของคุณโบตั๋น กฤษณา อโศกสิน กิ่งฉัตร แต่เคยได้อ่านบทความต่าง ๆ โดยเฉพาะของ รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่เขียนถึงคุณสุวรรณี สุคนธาค่ะ และยังได้ยกตัวอย่างสำนวนมาไว้ด้วย...
คนไม่มีรากอ่านแล้ว คิดว่า...สำนวนของคุณสุวรรณี สุคนธานี่...คล้ายคนรำพึงรำพันกับความคิดของตัวเอง และมีความกล้าหาญในการใช้ "คำ" ที่กระแทกใจ ....
หากมีโอกาสคงได้หางานของเธอมาอ่านค่ะ แต่ตอนนี้...ต้องอ่านสำนวนนักวิชาการที่ยาก ๆ และทำความเข้าใจไม่ค่อยได้...ไปก่อนค่ะ
รักษ์โลก ด้วยการรักต้นไม้....ค่ะ
(^___^)
ปล.รักคุณยายธีค่ะ
..สวัสดีทุกคนค่ะ..ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนยาย...(ทำให้อยากเปลี่ยนชื่อเป็นคุณปลื้ม..อิอิ..แต่สงสัยว่าจะถูกจดทะเบียนไปแล้ว..เหอๆ)..คุณสามสักคะที่ถามมา..ตาไปหาคำตอบมาให้ยาวยืด..เอาสั้นๆนะคะ..Otto Eduard Leopold von Bismark-Schönhausen..ระหว่าง...1871-1890 เป็น Reichskanzler คนแรกระหว่างนั้นในเยอรมันสมัยนั้นค่ะ(ขอโทษนะคะทับศัพย์เพราะใช้ภาษาไทยไม่ถูกแน่ๆเพราะไม่ใช่นักแปล)....แต่ยายธีเคยลองใช้ชีวิตเป็นศิลปิน..ใส้แห้ง..ดู..(ตอนที่โดนเตะออกจากตำแหน่งที่เมืองไทยที่เรียกว่าซีสี่..เชียวนะ..เงินเดือนห้าพัน..๕๕๖)...ใส้แห้ง..อาชีพนี้ดีนะคะ...ทำให้หายเป็นโรค...รัก โลภ โกรธ หลง...(เพ้อเจ้ออีกแล้วเรา)...ตรงนี้คือคำว่า..เรียนรู้..ของยายธี....๕๕๕๕๕๖๗.....อิอิ....คุณสามสักจะเรียนไหวเร้อ...ในธรรมชาติน่ะมีแต่ของแข็งๆทั้งนั้น....
มาเยี่ยมยายธี ใส่รูปซะจะเป็นคนแก่จริงๆ http://gotoknow.org/blog/lelaxy/275347
ยายธี คำตอบสุดท้ายของชีวิต ถ้ารู้ว่าตนเองเหลือเวลาที่จะมีลมหายใจ อยู่ได้ไม่นาน
รักธรรมชาติ รักยายธี ด้วยคะ