ขอต่อยอดจากบันทึกของท่าน Ka-Poom จากเรื่อง จากโอกาส...สู่โอกาส เรื่องเล่าของ "ต้นน้ำ"


 

คนดีในปัจจุบันนั้น "ฉลาด" มาก ฉลาดรู้ ฉลาดคิด
คิดไปเรื่อย คิดอย่างโน้น คิดอย่างนี้ คิดมากจน "ท้อ..."

สังคมที่รู้มากก็มีตัวอย่างมาก
ตัวอย่างดี ๆ มีน้อย ตัวอย่างคนท้อแท้มีเยอะ
คนดี ๆ ก็เลยไปรู้เรื่องที่ไม่มี คนดี ๆ ก็เลยเอาเรื่องท้อแท้มาเป็นตัวอย่าง มาเป็น "อารมณ์"

คนเรามันก็อยู่ที่ความคิดนี้แหละ รู้มากก็คิดมาก คิดไปเรื่อย...

คนเรากว่าจะ "โง่" เลิกคิดมากได้นี้ก็ อื่ม ต้องใช้เวลากันนานทีเดียว

มีอะไรดีก็ทำไป ทำไปอย่างนั้นแหละ
ไปเห็นคนโน้นคนนี้ได้ดีแล้วก็ท้อแท้
ไปเห็นคนชั่วได้ดีก็ยิ่ง "ท้อแท้"
ดูคนอื่นไปเรื่อย คนดีต้องหันกลับดูจิตใจดี ๆ ของตนเอง...

ดูจิต ดูใจ ดูคำพูด ดูการกระทำของตนเองอย่างนี้แหละ
ดูมันไปเรื่อย ๆ
เลิกฉลาดไปเปรียบเทียบกับคนอื่น
ถ้าฉลาดมากก็หาจอบ หาเสียมมาขุดดิน ปลูกต้นไม้ หรือไม่ก็ไป "ล้วงคอห่าน" ยังดีกว่าเน๊อะ 555

ไอ้ทีวีเนี่ยแหละตัวดี ตัวทำคนดีท้อแท้
เสนออะไรสารพัด สารเพ โดยเฉพาะเสนอรเรื่อง "คนชั่ว" ได้ดี...
โกง กิน คอรัปชั่น แล้วก็อยู่ดี มีสุข มีหน้า มีตา มีเกียรติ มียศ มีคนเคารพนับถือ

คนดี ๆ ก็ "จ๋อง" อยู่อย่างงั้นแหละ ไม่ได้ออกหน้า ออกตาเหมือนอย่างเขา
คนดีไปดูทีวีก็เลย "ท้อแท้..."


อย่าไปหวังว่าคนทำทีวีเขาจะเสนออะไรดี ๆ มาให้เราดู
จิตใจเขายังไม่ดีเลย เขาจะอะไรดี ๆ มาให้เราดู...

สุดท้ายก็ไม่ต้องไปดงมันดูมัน ดูจิตดูใจของเราเนี่ยแหละ
จิตของเราดี ก็ดูเรานี้แหละ ดูมันไปอย่างดี ดูมันก็ยิ้ม ยิ้มให้กับ "ความดี" ของตนเอง...
(ที่มาจากบันทึก จากโอกาส...สู่โอกาส เรื่องเล่าของ "ต้นน้ำ")

เราไม่สามารถทำให้ใครดีได้ แต่เราสามารถทำให้เรานั้น "ดี" ได้...

คนท้อแท้นั้นคือทำดีแล้วจะหวังว่าให้คนอื่นได้ "ดี" ด้วย

พอคนอื่นไม่ดีอย่างที่เราหวัง เราก็ท้อ

เมื่อมีความหวัง เราก็ต้องพร้อมที่จะพบกับ "ความผิดหวัง..."

ตัวเรา เราต้องทำจิตใจให้ดี ทำจิตใจให้เข้มแข็ง สร้าง "ปัญญา" ที่จะเข้าใจ "สัจธรรม" ของคน

พระพุทธองค์ถึงให้เรียนรู้ร่างกายนี้ เรียนรู้จิตนี้ เรียนรู้ใบไม้ในกำมือนี้ เมื่อรู้และเข้าใจแล้วก็จะเข้าใจสัจธรรมแห่ง "สรรพสิ่ง..."

เมื่อรู้ตัว รู้ดีในตัว รู้ดีในตัวดี ใจดี ก็จะสามารถนำใจที่ดี ๆ ไปทำความดีได้อย่างเอนกอนันต์...

ทำไปดีอย่างนี้แหละ ทำไปเรื่อย เหนื่อยก็ทำ ไม่เหนื่อยก็ทำ ทำไป ทำไป ทำไปเพื่อ "ใจดี..."