เที่ยวงานวัด..นมัสการหลวงปู่ม่วง..สืบช่วงอารยธรรม..บ้านถ้ำคีรีวงศ์
หลังจากได้มีโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียน
ก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวงานวัด..งานนี้เขาเรียกว่า..งานประจำปีปิดทองหลวงปู่ม่วง..นั่นเอง ตั้งแต่จำความได้..เกิดมาครูเล็กก็มีโอกาสไปเที่ยวงานนี้ในทุกๆปี การจัดงานจะมี 3 วัน 3 คืน..โดยจะมีขึ้นในวันแรม 13 ค่ำ เดือน 5 ถึง ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 เป็นประจำทุกปีไม่ว่าจะไปตรงกับเดือนใดก็ตาม
งานปิดทองหลวงปู่ม่วง..มีขึ้นที่วัดถ้ำคีรีวงศ์ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ
ผู้ที่มาเที่ยวงานก็จะเป็นชาวบ้านในละแวกนี้และไกลไปถึงจังหวัดชุมพร
ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับบารมีของหลวงปู่ม่วงนั่นเอง..แต่ละคนก็มีความเชื่อแตกต่างกันไป แต่บอกได้อย่างหนึ่งก็คือ..ชาวบ้านในแถบต.ธงชัย แทบทุกคนจะมีหลวงปู่ม่วงห้อยคอกันทั้งนั้น รวมทั้งครอบครัวของครูเล็กทุกๆคนด้วยค่ะ..
สืบสาวอารยธรรมถ้ำโบราณและเกียรติภูมิพระสุปฏิปันฺโน(หลวงปู่ม่วง)
วัดถ้ำคีรีวงศ์ ในหมู่ 1 ต.ธงชัยเป็นวัดที่เก่าแก่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในภาคพื้นนี้มีถ้ำคีรีวงศ์ที่สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ 1 ราชบุรีได้มาสืบค้นและตรวจสอบพบร่องรอยที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จพระราชดำเนินมาถึงและทรงโปรดลงพระนามพระปรมาภิไทยย่อ จ.ป.ร.ไว้ที่ผนังถ้ำ
ประวัติหลวงปู่ม่วง..เป็นผู้ทรงศีลมีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบถือเป็นพระเถระที่ทรงธรรมอภิญญารูปหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 มีบุญญาบารมีที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่เพชรบุรี ถึงชุมพรเลยทีเดียว
กฤษดาภินิหารและบุญญาบารมีของหลวงปู่ม่วงมีจริง มิเช่นนั้นคงไม่มีการถือปฏิบัติเคารพกราบไหว้มาหลายชั่วอายุคนจนถึงทุกวันนี้..
..ความเชื่ออยู่ที่ใจความเป็นไปได้อยู่ที่ความศรัทธากฤษดาภินิหารและบุญญาบารมีของหลวงปู่ม่วงมิได้มีในตอนมีชีวิตอยู่แม้ละสังขารไปแล้วก็ยังแสดงปาฏิหาริย์ช่วยเหลือให้ผู้ศรัทธารอดพ้นจากภัยพิบัติอยู่เนืองๆ
หลวงปู่ม่วงเป็นใครยังเป็นเรื่องที่สืบสาวไม่ได้ แต่รายงานสำนักโบราณคดีราชบุรี ความตอนหนึ่งระบุว่า"..แต่เชิงเขาขึ้นไปถึงปากถ้ำมีบันไดก่อด้วยหินขึ้นได้สะดวกพระพุทธรูปหล่อและบันไดขึ้นถ้ำนั้น พระม่วงมาจากจังหวัดชุมพรได้จัดการบอกบุญเรี่ยไรสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2437.."จึงพออนุมานได้ว่าหลวงปู่ม่วงมาจาก จ.ชุมพร และมาจำพรรษาที่วัดคงคาราม(ปัจจุบันเป็นวัดร้าง)เมื่อปี 2412 ตามตำนานพื้นบ้านบอกเล่ากันสืบต่อมาว่า..มีพระ 3 รูปเป็นพี่น้องกันได้เดินทางมาจาก จ.ชุมพร คือ หลวงปู่อินทร์ หลวงปู่ม่วงและหลวงปู่ในกุฎ(นาค) แล้วแยกย้ายกันจำพรรษาตามวัดต่างๆ หลวงปู่อินทร์จำพรรษาที่วัดเขาโบสถ์ อ.บางสะพาน หลวงปู่ม่วงจำพรรษาที่วัดคงคาราม หลวงปู่ในกุฎ จำพรรษาที่วัดกุยบุรี ตามตำนานบอกว่าหลวงปู่ในกุฎเป็นพี่อาวุโสสูงสุด พระทั้ง 3 รูปล้วนแต่ทรงธรรมอภิญญาเป็นที่ศรัทธาของปวงชนในแถบจังหวัดเพชรบุรี ถึงจังหวัดชุมพร




สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ..ครูคิมที่มาเยี่ยมเยียน
เรื่องเล่า..อันยาวนานแห่ง..ตำนานบ้านถ้ำ..ถิ่นกำเนิดของครูเล็กค่ะ
เคยมาไหว้พระที่นี่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗
อีกที่หนึ่งจำไม่ได้เสียแล้ว ใช่ถ้ำม้าร้องไหมคุณครูเล็ก ถ้าผิดขออภัยด้วย
เจริญพร
นมัสการ..ท่านอาสโย
จากวัดถ้ำคีรีวงศ์..ถึง..วัดถ้ำม้าร้อง ห่างกันราว 30 กม.ค่ะท่าน
ก็น่าจะใช่เพราะเป็นวัดโบราณที่ผู้ต้องการไปนมัสการจะไปกันค่ะ
มาเที่ยววัดกันต่อเลยค่ะ
..ขณะที่หลวงปู่ม่วง จำพรรษาอยู่ที่วัดคงคารามนั้นก็ได้ค้นพบ..ถ้ำคีรีวงศ์..
และได้เดินทางไปมาอยู่เสมอๆในขณะเดียวกันก็พัฒนาทางขึ้นถ้ำ โดยเอาหินมาก่อเป็นบันไดขึ้นถ้ำและจัดการปรับสภาพพื้นที่ในถ้ำให้เรียบร้อย ประมาณปีพ.ศ.2422..และบอกบุญเรี่ยไร..เพื่อพัฒนาถ้ำและหล่อพระพุทธรูปไว้ในถ้ำอันเป็นความเชื่อด้วยความศรัทธาตามคติสังคมวัฒนธรรมสมัยนั้นซึ่งถือว่าเป็นการสืบทอดพระศาสดาแล้วเสร็จในปี 2437..ภายใต้ความร่วมมือและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ถือเอาหลวงปู่ม่วงเป็นที่พึ่งในยามนั้น
และในที่สุด..ถ้ำคีรีวงศ์..ก็ได้กลายมาเป็นวัดในพุทธศาสนา..ส่วนวัดคงคารามเดิมนั้นได้ย้ายไปตั้งวัดใหม่ในพื้นที่ที่ดีกว่า..และเปลี่ยนชื่อเป็น..วัดธงชัยธรรมจักร..ในปัจจุบันและวัดคงคารามก็เป็นวัดร้างไปในที่สุด
..หลวงปู่ม่วง..มีความตั้งใจในการพัฒนาถ้ำคีรีวงศ์ แทนที่จะเรี่ยไรเป็นเงินแล้ววัดเป็นผู้สร้างแต่กลับเป็นการขอเรี่ยไรทุนบริจาคสร้างพระพุทธรูป โดยให้ผู้บริจาคร่วมกันสร้างพระพุทธรูปประจำตัวกันคนละองค์ และแต่ละคนก็จะจารึกชื่อของตนเองลงที่ฐานชุกชีของพระพุทธรูปองค์นั้นๆ โดยชื่อผู้สร้างเมื่อปี พ.ศ.2460 ยังอ่านได้ชัดเจนแต่ปัจจุบันลบเลือนไปหมดแล้ว เพราะวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างสมัยนั้นไม่คงทนถาวร วัสดุที่นำมาใช้ตามตำนานบอกเล่าพื้นบ้านเล่าว่า..ใช้หนังควายต้มให้เหลวผสมกับหินบนภูเขาบดละเอียดและมีส่วนผสมของดินเหนียวด้วย
ลักษณะทั่วไปของ..ถ้ำคีรีวงศ์..
เป็นถ้ำที่อยู่บนเขาหินปูนขนาดย่อมสูงประมาณ 60 เมตรด้านทิศตะวันตก
ห่างจากชายทะเลอ่าวไทย ประมาณ 1 กม.ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ภายในถ้ำสูงประมาณ 20เมตรแบ่งเป็น 2 คูหา ยาวประมาณ 24 เมตร กว้าง 7 เมตรถ้ำคูหาแรกอยู่ทางทิศตะวันตก มีพระพุทธไสยาสน์ปูนปั้น ยาว 3.5 เมตร สองข้างพระพุทธไสยาสน์มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิและปางมารวิชัย จำนวน 19 องค์ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีปูนปั้น
เรียงรายอยู่ชิดผนังถ้ำและยังมีพระพุทธบาทจำลองดินเผา 1 รอย และรอยพระพุทธบาทไม้แกะสลักอีก 1 รอย
บริเวณถ้ำคูหาที่ 1 ด้านทิศตะวันตก
ทำบุญทำทานจะทำให้มีคววามสุขครับ ได้กลับบ้านสืบค้นเรื่องในวัยเด็กที่ประทับใจ เล่าสู่กันฟังคงจะดีนะครับ
ยินดีด้วยกับคนรักถิ่นกำเนิด ผมเป็นคนหนึ่งลูกบ้านกรูดได้สักการะหลวงปู่แทบทุกปี ที่สำคัญชาวบ้านในละแวกนี้จะรู้ว่าวันงานประจำปีจะมีฝนตกทุกครั้งแต่ศรัทธาต่อหลวงปู่ทุกคนก็จะต้องมาสักการะใหได้ เมื่อก่อนการคมนาคมไม่สะดวกจำได้ว่าตอนเด็กๆต้องเดินหอบหิ้วสัมภาระเบียงอาหารเดินไปตามทางรถไฟ ต้องผ่านสะพานโค้งถึงต้องคลานตามไม้หมอนรถไฟ ก็มันกลัวตกสะพานสูงมากคือสะพานโค้งใหญ่ใกล้ถึงวัดถ้ำคีรีวงศ์นั่นแหละ เมื่อไปแล้วต้องนอนค้างคืนที่วัดกลับเช้า ในงานประเพณีมหรสพที่ขาดไม่ได้ คือ มโนราห์ ซึ่งหลวงปู่ท่านโปรดมาก ๆ.......
สวัสดีค่ะ..ท่าน ผอ.
ขอบคุณค่ะที่มาเยี่ยมอีกครั้ง เป็นเรื่องราวที่เขียนไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเทอมค่ะ
อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง สืบสานอารยธรรมด้วยค่ะ เป็นที่ที่อยู่มาตั้งแต่เกิด
และต้องกลับไปกราบบูชาทุกปีมิได้ขาดเลยค่ะ นี่ก็ใกล้ปิดเทอมแล้ว
ครูเล็กตั้งใจว่าจะเดินทางวันที่ 12 กลับมาอีกครั้งก็คงวันที่ 25 เปิดเทอม 26 ต.ค.ค่ะ
สวัสดีค่ะ..คุณอาทิตย์ คนบ้านเดียวกัน
ยินดีและดีใจค่ะ ที่คนบ้านเดียวมาเยี่ยมบล๊อกครูเล็ก ยังมีเรื่องราวเล่าขานอีกเยอะเลย
คุณอาทิตย์ช่วยเพิ่มเติมบ้างก็ดีค่ะ บางครั้งอาจตกหล่นไปบ้าง ก็คงต้องขออภัยผู้รู้จริงไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ภาพถ่ายไม่ค่อยชัดนัก..เพราะแสงไฟสะท้อนภายในถ้ำ ครูเล็ก..ได้มีโอกาสเข้าไปกราบขอพรหลวงปู่ม่วงในช่วงงานวันแรก เช้าๆ เพราะคนน้อยหน่อย
หากเป็นวันที่ 2 หรือ 3 ผู้คนไม่ทราบมาจากไหนทั่วสารทิศ ภายในถ้ำจะแน่นมาก..
ถัดไปทางด้านทิศใต้ของถ้ำคูหาที่ 1 เป็นอีกหนึ่งคูหาขนาดกว้าง ประมาณ 7 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตรภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย
เป็นประธานอยู่ 1 องค์มีเจดีย์ปูนปั้นทรงกลม 2 องค์ ตั้งขนาบซ้าย-ขวา
พระประธานที่ฐานเจดีย์มีชามเคลือบโบราณประดับไว้ถัดมาทางด้านหน้ามีพระพุทธรูปปางสมาธิจำนวน 2 องค์ และถัดมาทางผนังถ้ำด้านทิศตะวันออกเป็นรูปหล่อของ..หลวงปู่ม่วง..นั่นเอง ที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำคูหาที่ 2 นี้
..และภายในถ้ำยังมีเครื่องเซ่นไหว้บูชาหรืออาจจะเป็นการแก้บนหลวงปู่ม่วงอยู่บ้าง เป็นประเภทหนังแกะสลักตัวหนังตะลุงทุกๆตัวปักไว้ข้างๆผนังถ้ำเยอะแยะมากมาย บริเวณปากถ้ำภายในคูหาที่ 2 เชื่อมต่อคูหาที่ 1 จะเห็นมีตัวหนังตะลุงอยู่เรียงราย...
ภาพนี้..เป็นภาพพระประธาน เจดีย์ปูนปั้นทรงกลม


และพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิที่ได้เล่าให้ฟังแล้ว
ภาพนี้..เป็นภาพของหลวงปู่ม่วง..ที่ชาวบ้านเคารพบูชามาเป็นเวลาช้านานชั่วอายุคนเกิดมา ครูเล็กก็ได้ยินชื่อหลวงปู่ม่วงแล้ว หลวงปู่ม่วงได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดถ้ำคีรีวงศ์อีกทั้งวัตรปฏิบัติแห่งพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ศรัทธาแก่กล้ากว้างขวางชื่อเสียงระบือไกลตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยจากเพชรบุรี ถึงชุมพร
..งานประเพณีขึ้นถ้ำ..ของวัดถ้ำคีรีวงศ์ที่มีมาช้านานหลายชั่วอายุคน คือวันแรม 14 ค่ำ เดือน 5 ถึงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ประชาชนทั่วไปจะหลั่งไหลแน่นขนัดขึ้นไปกราบไหว้พระในถ้ำคีรีวงศ์เป็นอยู่เช่นนี้มิได้ขาด หลวงปู่ม่วงได้ถึงแก่การมรณภาพด้วยโรคพยาธิใดไม่ปรากฏแน่ชัด เมื่อปี พ.ศ.2454..
คีรีวงค์ชื่อคล้ายๆหมู่บ้านที่ จ.นครศรีฯนะครับ
สวัสดีค่ะ..คุณเบดูอิน
ขอบคุณค่ะที่มาเยียมบล๊อก ชื่อคงคล้ายๆกันมังค่ะ
แต่ที่นี่..บ้านถ้ำคีรีวงศ์..หรือ..วัดถ้ำคีรีวงศ์..มีถ้ำ และ ภูเขา เป็นองค์ประกอบของหมู่บ้านค่ะ
อยู่หมู่ที่ 1 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สวัสดีครับ คุณครูเล็ก
ดีใจครับกับคนที่รักและรักษ์บ้านเกิด เพิ่มเติมนะครับสำหรับเหรียญของหลวงปู่ที่มีการจัดสร้างเท่าที่พบเห็นขณะนี้นะครับ
รุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๗(แบบเหรียญรูปดอกจิกหลังเรียบ) รุ่น๒นิยม พ.ศ.๒๔๙๘(แบบเหรียญรูปไข่หลังสิงห์กับแบบเหรียญรูปดอกจิก)
รุ่น๓ พ.ศ.๒๕๐๗(แบบเหรียญรูปดอกจิก) รุ่น๔ พ.ศ.๒๕๑๖(แบบเหรียญรูปไข่) และมีจัดสร้างอีกหลายรุ่นด้วยกันนะครับ
ครั้งหน้าผมคงมีข้อมูลใหม่ๆมาฝากนะครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ..เด็กวัดถ้ำ
ขอบคุณยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ..ที่มาเยี่ยมเยียนกัน
เรื่องเหรียญหลวงปู่..ครูเล็กไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่ แต่ทั้งบ้านก็ห้อยเหรียญหลวงปู่กันทุกคน
ขอบคุณค่ะที่มาแนะนำเพิ่มเติม อย่าลืมแวะมาทักทายกันใหม่นะคะ
หลวงปู่..ท่านโปรดค่ะ
สวัสดีครับครูเล็ก
แวะมาเยี่ยมชมครับ ขอถามอะไรหน่อยนะครับ ครูเล็ก กะ deejai เป็นคนเดียวกันหรือเปล่าครับ เห็นข้อมูลและภาพเหมือนๆกัน
ถ้าเป็นคนเดียวกันก็ดีครับ จะได้ขอบคุณทีเดียวเลยสำหรับข้อมูลดีๆนะครับ ผมเองก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ๆมานำเสนอ เพียงแต่
จับคอมฯครั้งใด ก็แวะเข้ามาดูเสมอ เลื่อมใสและสัทธา(บาฬี)หลวงปู่ที่สุดครับ ไม่มีอะไรแล้วผมก็ลาละครับ ไว้จะแวะมาใหม่นะครับ
ครูเล็กก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ อากาศเริ่มหนาวแล้ว ขอคุณพระคุ้มครองนะครับ สวัสดีนะครับ.....
สวัสดีค่ะ..เด็กวัดถ้ำคีรีวงศ์ (ต่อให้ให้ค่ะ)
ถูกต้องนะค่ะ...ครูเล็ก..กับ..deejai..เป็นคนเดียวกันค่ะ
ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยมกันเสมอ ขอบคุณในมิตรไมตรีที่มีให้
คุณ..เด็กวัดถ้ำ..มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบ้านเราอะไรบ้าง ก็มาเขียนเล่าให้อ่านบ้างก็ดีนะคะ
บางที..บางเรื่อง ก็ฟังๆผู้ใหญ่มา แต่เป็นเพราะว่า..ไม่ค่อยได้กลับบ้านบ่อยนัก
เรื่องราวเก่าๆ ก็ถูกหลงลืมไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเราศรัทธาในหลวงปู่กันทุกคน
ขอพระคุ้มครองคุณเช่นกัน.....
โรงเรียนของเรา..อย่าลืมแวะไปดูบ้างนะคะ..โปงลาง..รำเพย
สวัสดีครับครูเล็ก
พอดีได้ข้อมูลเพิ่มเติมมานะครับ เกี่ยวกับประวัติหลวงปู่ม่วงน่ะครับ คืออย่างนี้นะครับ เมื่อก่อนนี้นะครับ(เป็นเรื่องเล่าจากคุณปู่)
ในถ้ำมีพระบูชามากมาย และของเก่าๆโบราณจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันแทบไม่เหลือแล้ว เมื่อก่อนนี้รอบๆเจดีย์เล็กๆที่อยู่ข้างพระประทานในถ้ำ จะมีพระบูชาบุเงินองค์เล็กๆมียอดพระเกตุเป็นทองคำ วางล้อมรอบเจดีย์นับร้อยๆองค์ ต่อมาคนใจบาปมีมากขึ้นก็ขโมยเด็ดทองคำไปจนหมด ต่อมาองค์พระบุเงินก็ถูกงัดไปหลายองค์ เหลือบางส่วน ทางวัดได้เก็บรักษาไว้ แต่ปัจจุบันไม่ทราบว่าอยู่ที่ใดบ้าง และในจำนวนนั้นมีพระบุเงินองค์หนึ่งที่ฐานมีตัวอักษรจารึกว่า นำมาจากวัดดอนแตง (พระองค์นี้ผมเคยเห็นด้วยตาตัวเองมาแล้ว) ซึ่งวัดดอนแตงผมหาข้อมูลได้ว่าอยู่อำเภอปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าหลวงปู่ม่วงมาจากวัดดอนแตง อ.ปะทิว ก็เป็นได้โดยข้อมูลต่างๆแลดูจะมีเหตุผลสอดคล้องกันนะครับ และปัจจุบันรอบๆเจดีย์ยังมีรอยติดพระปรากฏอยู่รอบๆเจดีย์นะครับ ไว้ครูเล็กไปกราบหลวงปู่ปีหน้าลองๆสำรวจดูจะเห็นร่องรอยนะครับ เท่าที่ทราบพระองค์เล็กๆที่พบในถ้ำเป็นทองคำทั้งองค์ก็มีนะครับ นากก็มี เงินทั้งองค์ก็มี น้ำหนักตั้งแต่ ๑บาทถึง๔บาทก้มีนะครับ ปัจจุบันพระบางองค์อยู่กับเหล่าคหบดีเศรษฐีเก่าบ้านกรูด อย่าเอ่ยชื่อเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะเดือดร้อน(๕๕๕๕+)
สำหรับพระบุเงินที่พบ สร้างราวๆสมัยอยุธยาตอนปลายถึงต้นรัตนโกสินทร์ อายุประมาณ๒๐๐-๒๕๐ปี (ดูจากศิลปะและเทียบเคียงกับพระในยุคเดียวกันลักษณะเป็นพระแก้บนสมัยก่อนสร้างสืบทอดพระพุทธศาสนา จากหนังสือพระพุทธรูปของกรมศิลปากรครับ ) สำหรับพระทองคำเป็นสมัยราวๆรัชกาลที่๕ มีทั้งฝีมือช่างหลวงและฝีมือชาวบ้าน (ผมเองมีความรู้เรื่องศิลปะอยู่พอสมควรครับ)
สำหรับศิลปะที่ปรากฏของพระพุทธรูป (ปูนเปลือกหอยผสมกาวหนังสัตว์เคี่ยว)เท่าที่เห็นมีช่างปั้นหลายคนและคงเป็นช่างในพื้นที่เป็นศิลปะพื้นบ้าน ลักษณะที่แตกต่างกันขององค์พระบ่งบอกว่ามีช่างปั้นมากกว่าสามคน หรืออาจจะเป็นคนทั้งหมู่บ้านร่วมกันปั้นก็เป็นได้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันนะครับเป็นแค่การแสดงความคิดเห็น พระหลายๆองค์มีตำนาน เช่นพระสังขจายถ้าเปิดดูที่ท้องจะมีรอยเจาะแล้วอุดซ่อมไว้ เล่าว่าเมื่อก่อนมีคนได้ลายแทงสมบัติแล้วมาเจาะเอาทองคำในท้องพระสังขจายไปนะครับ อีกองค์คือพระทรงเครื่องที่อยู่ด้านปลายเท้าพระนอนองค์ใหญ่(ขอใช้คำง่ายๆนะครับ)เล่ากันมาว่าพระองค์นี้ได้รับการอุปถัมภ์หรือไม่ก็ปั้นโดยต้นตระกูลของโนราห์บุญนะครับ เพราะเห็นว่าเครื่องทรงเหมือนโนราห์ครับ(เรื่องนี้โนราห์บุญเล่าให้ฟังครับ) อีกองค์ที่แปลกคือองค์ที่อยู่ตรงข้ามกับพระนอนราวองค์ที่สามจากบันไดที่แปลกคือมีอักษรจารึกที่ฐานพระเป็นภาษาต่างชาติ น่าจะเป็นภาษาอังกฤษเขียนว่า EXTRAทุกวันนี้ผมก็งงว่ามันมายังไงเป็นรอยเขียนเก่าๆของเดิมนะครับแปลกจริงๆครับ
สำหรับรูปปั้นปู่ม่วงองค์เก่าดั้งเดิมที่ชำรุด(ปั้นด้วยวัสดุเดียวกันกับพระพุทธรูปในถ้ำ )ปัจจุบันบรรจุไว้ในรูปหล่อของหลวงปู่องค์ปัจจุบันครับ รูปปั้นหลวงปู่องค์เก่ามีลักษณะนั่งขัดสมาธิ มือทั้งสองวางที่หัวเข่า(เหมือนที่ปรากฏในเหรียญรุ่นแรกของหลวงปู่นะครับ)
วันนี้จ้องจอจนเจ็บตาแล้วขอลาไปก่อนนะครับ วันต่อๆไปจะมาเยี่ยมบ่อยๆนะครับ
ขอคุณพ่อปู่ม่วงคุ้มครองคุณครูเล็กนะครับ รักษาสุขภาพนะครับ สวัสดีครับ......
สวัสดีค่ะ...คุณเด็กวัดถ้ำ
ขอบคุณค่ะ..สำหรับข้อมูลที่ไม่รู้มาก่อนเลย ปวดตาเหมือนกัน จ้องเอา..จ้องเอา5555+++
คุณเด็กวัดถ้ำ..ลองพิมพ์โดยใช้ตัวหนา และเปลี่ยนสีให้เป็นสีอื่นที่อาจจะสบายตาขึ้นซีคะ
อ่านประวัติ ตำนาน เรื่องเล่าซะเพลินไปเลย แสดงว่า..คุณเด็กวัดถ้ำ
มีความรู้และสนใจในข้อมูลความเป็นมาของวัดถ้ำ และศรัทธาในหลวงปู่อย่างแท้จริง
วันไหนได้กลับไปเยี่ยมบ้าน ต้องไปสัมภาษณ์คุณพ่อบ้างดีกว่า
จะได้มีข้อมูลมาเล่าเพิ่มเติมอีกบ้าง
จริงๆ แล้ว ญาติๆ บางคนก็ยังไปปิดทองหลวงปู่ที่วัดเขาโบส์ กับ วัดกุยบุรีอยู่เสมอ
ด้วยมีตำนานเล่าขานว่า..ทั้งสามองค์เป็นพี่น้องกันนั่นเอง
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดีๆ..อยากฟังเรื่องของ..องค์นี้บางค่ะ
ขอบคุณค่ะ..ที่มาเยี่ยมพร้อมเรื่องราวดีๆ