มาเที่ยววัดกันต่อเลยค่ะ
..ขณะที่หลวงปู่ม่วง จำพรรษาอยู่ที่วัดคงคารามนั้นก็ได้ค้นพบ..ถ้ำคีรีวงศ์..
และได้เดินทางไปมาอยู่เสมอๆในขณะเดียวกันก็พัฒนาทางขึ้นถ้ำ โดยเอาหินมาก่อเป็นบันไดขึ้นถ้ำและจัดการปรับสภาพพื้นที่ในถ้ำให้เรียบร้อย ประมาณปีพ.ศ.2422..และบอกบุญเรี่ยไร..เพื่อพัฒนาถ้ำและหล่อพระพุทธรูปไว้ในถ้ำอันเป็นความเชื่อด้วยความศรัทธาตามคติสังคมวัฒนธรรมสมัยนั้นซึ่งถือว่าเป็นการสืบทอดพระศาสดาแล้วเสร็จในปี 2437..ภายใต้ความร่วมมือและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ถือเอาหลวงปู่ม่วงเป็นที่พึ่งในยามนั้น
และในที่สุด..ถ้ำคีรีวงศ์..ก็ได้กลายมาเป็นวัดในพุทธศาสนา..ส่วนวัดคงคารามเดิมนั้นได้ย้ายไปตั้งวัดใหม่ในพื้นที่ที่ดีกว่า..และเปลี่ยนชื่อเป็น..วัดธงชัยธรรมจักร..ในปัจจุบันและวัดคงคารามก็เป็นวัดร้างไปในที่สุด
..หลวงปู่ม่วง..มีความตั้งใจในการพัฒนาถ้ำคีรีวงศ์ แทนที่จะเรี่ยไรเป็นเงินแล้ววัดเป็นผู้สร้างแต่กลับเป็นการขอเรี่ยไรทุนบริจาคสร้างพระพุทธรูป โดยให้ผู้บริจาคร่วมกันสร้างพระพุทธรูปประจำตัวกันคนละองค์ และแต่ละคนก็จะจารึกชื่อของตนเองลงที่ฐานชุกชีของพระพุทธรูปองค์นั้นๆ โดยชื่อผู้สร้างเมื่อปี พ.ศ.2460 ยังอ่านได้ชัดเจนแต่ปัจจุบันลบเลือนไปหมดแล้ว เพราะวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างสมัยนั้นไม่คงทนถาวร วัสดุที่นำมาใช้ตามตำนานบอกเล่าพื้นบ้านเล่าว่า..ใช้หนังควายต้มให้เหลวผสมกับหินบนภูเขาบดละเอียดและมีส่วนผสมของดินเหนียวด้วย
ลักษณะทั่วไปของ..ถ้ำคีรีวงศ์..
เป็นถ้ำที่อยู่บนเขาหินปูนขนาดย่อมสูงประมาณ 60 เมตรด้านทิศตะวันตก
ห่างจากชายทะเลอ่าวไทย ประมาณ 1 กม.ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ภายในถ้ำสูงประมาณ 20เมตรแบ่งเป็น 2 คูหา ยาวประมาณ 24 เมตร กว้าง 7 เมตรถ้ำคูหาแรกอยู่ทางทิศตะวันตก มีพระพุทธไสยาสน์ปูนปั้น ยาว 3.5 เมตร สองข้างพระพุทธไสยาสน์มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิและปางมารวิชัย จำนวน 19 องค์ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีปูนปั้น
เรียงรายอยู่ชิดผนังถ้ำและยังมีพระพุทธบาทจำลองดินเผา 1 รอย และรอยพระพุทธบาทไม้แกะสลักอีก 1 รอย
บริเวณถ้ำคูหาที่ 1 ด้านทิศตะวันตก

