เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมานี้ทีมงานของผมได้มีคนมาช่วยงานในตำแหน่ง Instructor อีก 2 คน เพื่อรองรับงานฝึกอบรมสำหรับพนักงานในส่วนต่อขยายและงานระบบรถไฟฟ้า (Rolling Stock System) โดยเฉพาะการอบรมให้แก่ พนักงานควบคุมรถไฟฟ้าและช่างเทคนิค วิศวกร ผมได้เคยเขียนบันทึกเกี่ยวกับ เส้นทางการเข้าสู่อาชีพพนักงานขับรถไฟฟ้าและการเป็นพี่เลี้ยงพนักงานขับรถไฟฟ้าไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/attawutc/255982 และ http://gotoknow.org/blog/attawutc/267675 ในบันทึกนี้ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องราวของคนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างคนเหล่านี้สู่กันฟังครับ

ก่อนหน้านี้ทีมงานของผมมีครูในสังกัดเพียง 3 คน เท่านั้น ประกอบไปด้วย ระดับ Specialist 2 คน และระดับ Instructor อีก 1 คน ซึ่งต้องรับผิดชอบงานฝึกอบรมงานฝึกอบรมด้านปฏิบัติการรถไฟฟ้าทั้งหมดที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสพอสมควร ช่วงนั้นเราใช้วิธียืมตัวจากต้นสังกัดมาช่วยสอนเป็นครั้งคราว ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่สามารถใช้คนได้อย่างหลากหลาย ประหยัดงบประมาณ ข้อเสียคือ ต่างคนต่างดึงคนกันไปมา ยืมได้บ้างไม่ได้บ้าง มาตรฐานไม่เท่ากัน ปั้นให้แล้วกลับไม่ได้มาช่วยสอนอีก ใช้งานไม่ได้เต็มที่ และที่เป็นปัญหามากคือ การสอนไม่ต่อเนื่อง ไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้น Instructor ที่ได้มาอีก 2 คน นี้ จึงน่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้พอสมควรเพราะผมสามารถปั้นและควบคุมดูแลมาตรฐาน ใช้งานได้ตามที่ต้องการ แต่กว่าจะได้มาก็ต้องผ่านอุปสรรคหลายด่านพอสมควร ตั้งแต่เรื่อง กำลังคนที่ยังไม่มีงบประมาณ มีอัตราแล้วก็ไม่ค่อยมีคนสนใจเข้าร่วมงานเนื่องจากแรงจูงใจเรื่องรายได้ บรรยากาศคล้ายๆ กับการขาดแคลนครูของโรงเรียนต่างๆ ที่เป็นอยู่ในเมืองไทยในขณะนี้เลย ผมในฐานะหัวหน้าทีมต้องพยายามคัดคนให้ได้ตามต้องการ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ 3 ส่วนใหญ่ ๆ ดังนี้ คือ
1. ขั้นตอนการเตรียมการเพื่อการสรรหา
2. ขั้นตอนการคัดเลือก
3. ขั้นตอนการพัฒนา
ขั้นตอนการเตรียมการเพื่อการสรรหา จะเริ่มจากเขียนคุณสมบัติของผู้ที่จะมาช่วยงานดังนี้
- มีประสบการณ์ในการทำงานตำแหน่งพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า (Train Controller) ไม่น้อยกว่า 5 ปี (เข้าทำงานก่อนวันที่ 7 กันยายน 2547)
- อายุ 30 ปีขึ้นไป
- การศึกษาระดับปริญญาตรี (ทุกสาขา)
- มีความเป็นผู้นำและทักษะการบังคับบัญชาที่ดี
- สามารถใช้โปรแกรม Microsoft Office (Word/Excel/PowerPoint) ได้เป็นอย่างดี
- มีทักษะการสื่อสารด้วยภาษาไทย ได้ในระดับดี (การสอน/การนำเสนอ/การเขียนรายงาน)
- สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ในระดับพอใช้ (พูด/อ่าน/เขียน)
- หากเคยได้รับการฝึกอบรมหลักสูตร TC Mentor (http://gotoknow.org/blog/attawutc/267675) จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
- มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา
- แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
- มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทน
- สามารถปฏิบัติงานนอกเหนือจากเวลางานปกติ ( 09.00-18.00 น.) ได้ (เพราะต้องฝึกกันในเวลากลางคืนหลังการให้จากเลิกบริการแล้ว ตั้งแต่ ตี 1 ถึง ตี 5)
- มีมนุษย์สัมพันธ์ดี
- ไม่มีประวัติถูกลงโทษทางด้านวินัยในรอบปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2551 ถึงปัจจุบัน
หลังจากรับสมัครเรียบร้อยแล้วเราก็ได้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไปคือการคัดเลือก ซึ่งวิธีการคัดเลือกก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ (สัมภาษณ์และการสอน) ภาคทฤษฎีเราวัดที่ 80 % คือต้องได้คะแนน ไม่ต่ำกว่า 80 % จึงจะมีสิทธิ์สอบสัมภาษณณ์ แต่จะให้น้ำหนักไว้ที่ 40% จากนั้นเมื่อได้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ของข้อเขียนแล้วเราก็ดำเนินการในขั้นตอนของการสัมภาษณ์ซึ่งจะให้น้ำหนักไว้ที่ 60% ถึงวันนี้เราก็ได้คนที่เราต้องการเบื้องต้นแล้ว 2 คน เป็น ชายและหญิงอย่างละ1 คน
เมื่อได้คนมาแล้วเรายังไม่สามารถที่จะใช้งานพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ผมคิดว่าเรายังมีภาระกิจที่ต้องปั้นและพัฒนาพวกเขาเหล่านั้นให้ตามคุณสมบัติของ JD ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยผมได้วางแผนให้พวกเขาเรียนรู้เนื้องานหน้าที่รับผิดชอบ โดยมีพี่เลี้ยงในระดับ Training Specialist คอยประกบเพื่อ OJT ไว้อย่างน้อย 1 เดือน แต่ก่อนหน้านั้นต้องมีการอบรมภาคทฤษฎีก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนี้
1. การหาความจำเป็นในการฝึกอบรม ได้แก่ ขั้นตอนการหา Training Need ตาม QP/WI และ ข้อมูลดิบที่นำมาใช้เป็น Training Need
2. การเขียนโครงการฝึกอบรม ได้แก่ ขั้นตอนการออก Training Project และ ส่วนประกอบของโครงการฝึกอบรม
3. การจัดการฝึกอบรม ได้แก่ ขั้นตอนการเตรียมการฝึกอบรม โดยใช้วิทยากรภายในตาม QP/WI ขั้นตอนการเตรียมการฝึกอบรม โดยใช้วิทยากร/สถาบันภายนอก รวมทั้งการคัดเลือกและประเมินวิทยากร (In-House Training : มีค่าใช้จ่าย) ตาม QP/WIขั้นตอนการเตรียมการฝึกอบรม โดยส่งผู้เข้าอบรมไปภายนอกบริษัท (Public Training : มีค่าใช้จ่าย)ตาม QP/WI
4. การเตรียมอุปกรณ์ฝึกอบรม ได้แก่ อุปกรณ์การฝึกอบรมต่างๆ วิธีการจองห้อง/อุปกรณ์ฝึกอบรม การจัดห้องฝึกอบรมแบบต่างๆ
5. การดำเนินการฝึกอบรม (สอน) ได้แก่ เทคนิคการสอน การควบคุมชั้นเรียน เช่น MIAP เป็นต้น
6. การดำเนินการเมื่อเสร็จสิ้นหลักสูตร (รายงานประเมินผล, Key Data Base, Follow Up ฯลฯ.)ได้แก่ ขั้นตอนการดำเนินการเมื่อเสร็จสิ้นหลักสูตร เช่น การสรุปผล การทำรายงาน การส่ง MEMO การ Key Data Base/KPIขั้นตอนการ Follow Up รวมถึง การสรุปผล การทำรายงาน การส่ง MEMO
7. การจัดทำเอกสารประกอบการฝึกอบรม ได้แก่ขั้นตอนการจัดทำเอกสารประกอบการฝึกอบรม ตาม WI
8. การออกข้อสอบได้แก่ได้แก่ ขั้นตอนการออกข้อสอบตาม WI สิ่งที่ต้องคำนึงในการออกข้อสอบ และความสัมพันธ์ของข้อมูลกับข้อสอบในส่วนต่างๆ ลักษณะของข้อสอบที่ดี
9. การจัดทำและใช้งาน สื่อการสอน ได้แก่ การใช้สื่อการสอนแบต่างๆ และการจัดทำสื่อสื่อการสอนที่จำเป็นต้องใช้ในอนาคต และคิดว่าจะต้องจัดทำขึ้นมา การทำหน้าที่เป็น SME (Subject Management Expert) http://gotoknow.org/blog/attawutc/260431
10. การใช้อุปกรณ์สำนักงาน / โสตทัศนูปกรณ์ ได้แก่ วิธีการ ขั้นตอนการจองอุปกรณ์สำนักงาน / โสตทัศนูปกรณ์ ในการประสานงานกับเจ้าหน้าที่โสตทัศนูปกรณ์วิธีการใช้อุปกรณ์สำนักงาน เช่น FAX เครื่องถ่ายเอกสาร
11. การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Word, Excel, Power Point, Outlook, Data Base) ได้แก่ วิธีการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการบันทึกข้อมูลการฝึกอบรม การใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Word, Excel, Power Point, Outlook) จากคอมพิวเตอร์ตัวเอง ในงานความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง
12. การประสานงานกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ ขั้นตอนการขอ Access Request และ Track Possession แบบต่างๆ การประสานงานกับหน่วยงานภายนอก
13. ขั้นตอนการปฏิบัติงานอื่นๆที่เกี่ยวของ ได้แก่หลักสูตร WI/OI หรือคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหน้าที่อื่นๆที่ได้รับมอบหมาย
หลังจากที่ผ่านการ OJT ครบตามเวลากำหนดแล้วเราก็จะมีการวัดและประเมินผลตามหัวข้อต่างๆเหล่านี้โดยการสัมภาษณ์และฝึกภาคปฏิบัติต่อไป จากนั้นจึงน่าจะปล่อยให้รับงานโครงการที่รับผิดชอบตามลำพังได้