" ศาสนาพุทธ คือ ศาสนาแห่งการลงมือทำ ไม่ใช่ ศาสนาแห่งการขอ "
เมื่อคืนนี้ มีใครได้ดูรายการวู้ดดี้เกิดมาคุยบ้าง
ฉันเป็นคนนึงที่ติดตามหนังสือของท่านว.มาตลอดและเลื่อมใสในตัวท่านมากๆ
พอรู้ว่าวู้ดดี้จะนิมนต์ท่านมาออกรายการ ฉันเองก็เตรียมนั่งหน้าจอตั้งแต่เมื่อคืน
แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ท่านตอบคำถามได้ดีมากๆ
ดูจนจบแล้วน้ำตาไหลพร้อมวู้ดดี้เลย
เข้าใจและซาบซึ้งในรสพระธรรมมันทำให้เราอิ่มสุขแบบนี้นี่เอง
ตั้งแต่เริ่มต้นรายการ วู้ดดี้ (ซึ่งดูจะยังห่างไกลจากพุทธศาสนามากๆ) ก็ได้ตั้งคำถามมากมายหลายคำถาม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ชาติภพหน้า บาปบุญ มีจริงหรือเปล่า
ท่านว. ก็ได้ตอบได้อย่างเรียบง่ายแต่ได้อะไรจากคำตอบที่ท่านตอบมา
ท่านกล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ พวกเรารู้จักแต่เราวัดไม่ได้ พิสูจน์ไม่ได้ และก็เฉกเช่นเดียวกันกับ บาปบุญ และชาติหน้า
วู้ดดี้ก็ได้ถามอีกว่า การไปเที่ยวฟังเพลง กินอาหารอร่อยๆ ไปเต้นในเธค สนุกกับเพื่อนๆก็มีความสุขแล้ว ท่านว.ก็กล่าวว่า นั่นมันก็เป็นความสุขที่ต่ำที่สุด และจะนำมาซึ่งความทุกข์ (วู้ดดี้เองก็ทำหน้างง ว่าสุขแล้วจะทุกข์ได้ยังไง) ความสุขที่สูงกว่านั้นมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สุขจากการมีศีล สมาธิ ปัญญา และสูงที่สุดคือ การนิพพาน ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของมนุษยสานิกชน ซึ่งถ้าหากว่าเรายังติดอยู่กับความสุขที่เราคิดว่าสุขแล้ว เราก็จะอยู่ที่ตรงไหน ไม่ไปไหน
วู้ดดี้ก็ถามอีกว่า เรื่องการฆ่าสัตว์เล็กๆ ถ้าเราเผอิญเหยียบมดที่เดินอยู่แต่เราไม่ได้เจตนา เราผิดมั้ย ท่านสอนว่า
" กรรมไม่มี บาปไม่มี หากไม่ได้เจตนา ให้ดูที่เจตนาเป็นสำคัญ"
และก็เรื่องการดูหมอ ท่านกล่าวว่า " คนที่รู้จักตัวเอง ไม่จำเป็นต้องหาหมอดู.. ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว" ท่านไม่เชื่อเรื่องหมอดู แต่ท่านเชื่อ กฎแห่งกรรม กฎแห่งการกระทำ กฎที่บอกว่า ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวเรา
เรื่องของการการแก้กรรม ท่านกล่าวว่า "คนไทยชอบแก้กรรม เหมือนเราถูกมัดไว้แล้วต้องมานั่งแก้ กรรมคือตัวความคิดของเรา ง่ายนิดเดียวคือการเปลี่ยนความคิด" และท่านเสริมว่า หลายสิ่งหลายอย่างพิสูจน์ไม่ได้ในห้องแล็บ ของพวกนี้ไม่ได้เห็นด้วยตา แต่เห็นด้วยปัญญา สิ่งสำคัญไม่ใช่โลกหน้ามีรึไม่มี แต่โลกนี้มีอยู่จริงและเราใช้ชีวิตอย่างไร
และมีอีกหลายๆคำถามที่ทำให้ฉันกระจ่างเกี่ยวกับศาสนาพุทธมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตอนที่วู้ดดี้ขึ้นไปกราบพระยิ้มบนเขา ทำให้ฉันได้เข้าใจ เหมือนใจมันเปิด สมองมันทำงานเป็นระบบมากขึ้น ท่านว.กล่าวไว้ประโยคนึง ซึ่งโดนใจฉันจริงๆ มันทำให้ฉันรู้เลยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฉันเข้าใจผิดหมดเลยเหรอ ท่านกล่าวว่า
" ศาสนาพุทธ คือ ศาสนาแห่งการลงมือทำ ไม่ใช่ ศาสนาแห่งการขอ "
เพราะทุกครั้งที่ไปวัด ไปไหว้พระ ฉันได้แต่ ขอนั่นขอนี่ ถึงแม้บางครั้ง จะได้ดั่งที่ขอก็ตามเหอะ
แต่ดู ท่าน ว.วชิระ ในรายการนี้ ทำให้ความคิดฉันเปลี่ยนไปในทันที
แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน จริงๆ ทำให้เข้าใจในสิ่งที่เซ็นเตอร์สอนมากยิ่งขึ้น มันสอดคล้องกันจริงๆ
บอกตรงๆว่า ขนลุกมากๆ กับประโยคนี้
ส่วนใครที่ไม่มีโอกาสได้ดูรายการเมื่อคืนนี้ ฉันเองก็ได้แนบคลิปวีดีโอเอาไว้แล้วด้านล่างนี้ มี 4 ตอนด้วยกัน
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ เชื่อว่า อานุสงส์จากการได้ดูรายการนี้
ทุกคำพูดของท่านว. จะทำให้ท่านมีความสุข สุขจากการได้ฟังธรรมะ เป็นสุขที่อิ่มจริงๆ
สุขอยู่ที่ใจ วัดก็อยู่ที่ใจ คิดดีทำดี ชีวิตเราก็จะดี....สาธุ
ตอนที่ 1 http://www.youtube.com/watch?v=tQSFP6qIuWk
ตอนที่ 2 http://www.youtube.com/watch?v=gSMy3kF91x8
ตอนที่ 3 http://www.youtube.com/watch?v=XvBzsX9XJSo
ตอนที่ 4 http://www.youtube.com/watch?v=92MIxxAFwlU

ศรัทธา ท่านมากค่ะ..ชอบแนวความคิดที่ปราดเปรื่องของท่านและภูมิใจที่ศาสนาพุทธมีพระสงฆ์ที่ทรงคุณค่าอันหาได้ยากอย่างท่าน..
เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญของการดำเนินชีวิตอย่างมีสติจริงๆ..
ขอบคุณมากๆค่ะ..
^^
สวัสดีค่ะ น้อง orangina
ขออนุญาตแทนตัวเองว่าพี่นะคะ
ได้ชมรายการนี้เช่นเดียวกันค่ะ
คิดว่าพระพุทธศาสนายังไม่ถึงคราวเสื่อมนะคะ
ถ้ายังมีพระสงฆ์ผู้สืบทอดแก่นแท้ของศาสนาพุทธ และเผยแผ่ได้อย่างลึกซึ้งอย่างท่าน ว.วชิรเมธี
ได้ดู และ ไ้บันทึกไว้เช่นกันครับ แต่อาจไม่ครบถ้วนมากนักครับ
ตามไปอ่านได้นะครับ
ท่านเป็นพระแท้จริงๆ ค่ะ ...... พระพุทธองค์ท่านคงส่งท่านว.มาช่วย เพราะขณะนี้ศาสนาพุทธของเราได้ล่วงเลยมาเกินกึ่งพุทธกาลแล้ว........กินใจดีจริงๆค่ะ........ " ศาสนาพุทธ คือ ศาสนาแห่งการลงมือทำ ไม่ใช่ ศาสนาแห่งการขอ " Buddhism is a religion of action is not a religion of the request
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดี ที่นำมาแบ่งปันนะคะ...^^
ได้ชมเช่นกันครับ ... แต่บันทึกนี้เก็บรายละเอียดไว้ได้เยอะเลยนะครับ เก่งมาก ๆ เลย
ขอบคุณครับ ;)
ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านและได้คอมเม้นท์ไว้ให้นะคะ โดยส่วนตัวเองแล้ว ติดตามผลงานของ ท่านว. วชิรเมธีมาโดยตลอด ชอบอ่านแนวความคิดที่ท่านสอนพวกเราชาวพุทธในแบบที่เข้าใจง่าย และทันต่อโลก และสังคมที่เราอยู่จริงๆ จากแต่ก่อนเคยคิดว่า ศาสนาพุทธเป็นอะไรที่ไกลตัวมากๆ แต่พอได้อ่านหนังสือท่าน ทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้นและสิ่งที่ท่านสอน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงๆในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกับการทำงานกับผู้คน เนื่องจากงานที่ทำอยู่ ต้องเจอะเจอผู้คนค่อนข้างมาก แต่ละคนก็มีนิสัย มีความคิดที่แตกต่างกันไป การที่เราจะรักษา EQ รักษาใจเราให้สงบอย่างมีสติ นั้นสำคัญมากๆ
ดีใจนะคะ ที่การได้นำเสนอข้อคิดดีดีจากท่าน มาให้ทุกคนได้อ่านกัน ก็ขอน้อมบุญให้กับทุกคนด้วยนะคะ
คุณครูแอ๊ว - พระท่านเป็นแรงบันดาลใจให้จริงๆค่ะ
ครูอี๊ด - แต่ก่อนคิดว่าศาสนาพุทธ น่าจะหมดความศรัทธาแล้ว แต่พระท่าน ได้เปลี่ยนความคิดเราใหม่หมดเลย ภูมิใจที่มีพระดีดีเช่นท่านอยู่ในศาสนาพุทธของไทยเราค่ะ
Phornphon - ติดตามอ่านบทความของคุณแล้วนะคะ ดีมากๆเลย
น้ำฝน - ใช่แล้วค่ะ ประทับใจมากๆ กับ ประโยคที่ท่านกล่าวไว้ เป็นประโยคที่กินใจจนถึงตอนนี้เลย
Wasawat Deemarn - คิดว่าถ้าใครได้ชมทางรายการ ต้องประทับใจและเลื่อมใสในตัวท่านอย่างแน่นอน แล้วก็ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ จริงๆ ไม่ได้เก่งหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าตั้งใจดูและจดจำสิ่งที่ท่านพูดเพื่อจะได้นำมาใช้ประโยชน์กับตัวเอง
และสำหรับน้องก้อย ขอบคุณนะคะ ที่เข้ามาเม้นท์ให้ ถ้าก้อยได้เปิดลิงค์วิดีโอดู ก้อยจะต้องประทับใจแน่นอน พี่ดูแล้วน้ำตาไหลเลย ซาบซึ้งมากมาก
สวัสดีค่ะ คุณorangina ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่นำเสนอมา เพราะศรัทธาท่าน ว.วชิรเมธีอยู่แล้ว แต่พลาดไม่ได้ชมรายการนี้ค่ะ และชาวสถาบันพัฒนาข้าราชการ กทม. ก็เคยรับบริจากหนังสือไปเข้าห้องสมุดของท่านด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ tukky ดีจังเลยนะคะ ได้มีโอกาสบริจาคหนังสือให้ห้องสมุดท่านด้วย
ถ้ายังไม่ได้ชม ก็คลิกไปที่ลิ้งค์วีดีโอที่ post เอาไว้นะคะ จะได้ดูอย่างเต็มอิ่มเลย
ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ มีอะไรจะได้มาแลกเปลี่ยนกัน
สวัสดีค่ะพี่สาวคนสวย แวะมาเยี่ยมค่ะ หายไปไหนค่ะเนี่ยย