เจ้าความรู้ที่เรียกว่า "ความรู้ฝังลึก" ตามที่ค้นและพบนั้น จะเป็นความรู้ของ "จิต..."
ความรู้ของจิตนั้นเป็นส่วนที่แยกออกจากความของ "สมอง"

ความรู้ที่บรรจุอยู่ใน "สมอง" ที่ขด ๆ หยัก ๆ อยู่นั้น สามารคิดได้ นึกได้
แต่ถ้าวันใดสมองส่วนนั้น ส่วนที่เก็บนั้น เสียหายหรือพังไป ก็ไม่สามารถนึกขึ้นได้ไปตลอดกาล
สมองนี้ก็เปรียบ "หน่วยความจำชั่วคราว (Random Access Memory : RAM)" คือ มีใช้ชั่วคราวในชีวิตนี้ เมื่อสมองตายทุกอย่างที่บรรจุอยู่ในสมองก็ "จบ..."
สิ่งที่เราเรียนรู้จากหนังสือ จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ที่เกิดจาก "การอ่าน" "การดู" และ "การฟัง" เป็นส่วนที่บันทึกอยู่ใน "หัวสมอง..." นาน ๆ ไปก็ลืม...

แต่ทว่ามีความรู้ที่หลุดลงไปสู่จิตนั้นจะเป็นความรู้ที่เกิดจาก "การปฏิบัติ" เกิดจากประสบการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่ต้องแลกมาด้วยความเป็นและ "ความตาย..."

ความรู้ที่หลุดไปยังจิตนี้ หลุดลงไปโดยเราไม่รู้ตัว คือเรื่องของเรื่อง ความรู้แบบนี้มันหลุดลงไปในทุกขณะที่ก้าวเดิน ไม่ว่าเราจะมอง จะเห็น จะได้ยิน จะได้กลิ่น หรือจะสัมผัสอะไรมา จิตของเรารับรู้และเก็บไว้ได้หมด

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเราจะเอาสิ่งที่จิตเก็บอยู่นี้เอามาใช้ได้อย่างไร...?

ดังนั้นหากเราสังเกตุให้ดี ความรู้ประเภทนี้ถ้าผุดขึ้นมานั้นจะมีเหตุ มีปัจจัยนำ เช่น เราได้เห็น หรือได้สัมผัสสถานที่เดิม ๆ กลิ่นเดิม ๆ พอเห็นปุ๊บความเชื่อมโยงแห่งจิตก็จะไปดูสิ่งที่เราเคยสัมผัสมาปั๊บ

แต่สิ่งเหล่านี้จะขึ้นมาได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ "กำลังของสติ..."
ถ้าสติอ่อน สติไม่กล้าแข็ง สติไม่ "นิ่ง" ขึ้นมาแล้วก็หายไป
ถ้าหากสติเรามี สมาธิเรากล้าแข็ง ขึ้นมาปุ๊บ แล้วเราทำให้สตินิ่งได้ปั๊บ ก็เหมือนกับเส้นด้ายที่เรากำลังดึงความรู้นั้นอยู่ไม่ขาดหาย
สติหลุด เส้นด้ายก็ขาด ความรู้ก็หาย
สติอยู่ เส้ยด้ายก็อยู่ ความรู้ก็ยังคงอยู่ให้อย่างเฟื่องฟูให้เราดึง

เส้นด้ายที่เสมืองนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของสติ สติอ่อนเส้นด้ายก็เปื่อยยุ่ย สติแข็งเส้นด้ายก็ขดกันเป็นเกลียวด แน่น และหนา...

ดังนั้นเมื่อมีสิ่งใดมากระทบเราจะต้องดึงไว้ให้ได้ อันนี้อย่างหนึ่ง คือ เป็นความรู้ฝังลึกที่โผล่ขึ้นมาตามสภาพแวดล้อที่สัมผัส

อย่างที่สองได้ ผู้ที่มีสมาธิของจิต คือ ผู้ที่รู้จักทำจิตใจให้เป็น "สมาธิ"
ผู้ที่เคยฝึกสมาธิมาในระดับหนึ่ง เมื่อต้องการความรู้เรื่องใด เขาจะทำจิตนิ่ง ๆ เราใช้จิตที่นิ่ง ๆ นั้นขุด คุ้ยลงไปในแหล่งที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่สะสมข้อมูลไว้อย่างเยอะแยะมากมาย นั่นก็คือ "จิต" ของเราเอง

จิตที่นิ่ง ๆ ก็จะประมวลผลข้อมูลตามที่เราต้องการออกมา สิ่งที่ใดออกมานี้จึงเป็นความรู้ที่สำคัญหนักหนา เพราะประมวลออกมาจากจิตใจ

ดังนั้นจึงมีสองทางที่จะสามารถดึงความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) นี้ออกมาได้
คือ หนึ่ง เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ความรู้โผล่ปุ๊บก็ให้รีบดึงปั๊บ อันนี้ความรู้ที่ออกมานั้นบางครั้งก็ได้ประโยชน์ บางครั้งก็ไม่ได้ประโยชน์ คือ ไม่จำเป็นต้องใช้ หรือออกมาได้ก็ไม่ทันเวลา
หรือสอง ใช้จิตนิ่ง ๆ ขุดและค้นลงไปตามสิ่งที่เราต้องการ ณ ขณะนั้น ความรู้แบบนี้จะ "ตรง" กับความจำเป็นที่เราจะใช้และทันเวลา

แต่ถึงอย่างไร ถ้ามีความรู้ฝังลึกใด ๆ โผล่ออกมาก็ต้องรีบเก็บ รีบบันทึก และ "ดึง" ออกมาให้ได้มากที่สุด
จากนั้นจึงค่อย ๆ พัฒนา "สมาธิ" ของตนเองให้ "นิ่ง" เพื่อที่จะรู้หลัก รู้แนว รู้ทาง ที่จะสามารถไป "โหลด" ออกมูลออกจากจิตมาใช้ตามความต้องการให้ได้อย่างทันที ทันเวลา...
(ที่มาจากบันทึก  Tacit Knowledge เมื่อโผล่ปุ๊บต้อง "จับ" ปั๊บ...)

ดังนั้นการทำให้ "จิตว่าง" ดังเช่นที่กล่าวไว้ในบันทึก ความคิดที่จะ "ทำ" งาน... นั้นจึงเป็นแนวทางที่สามารถดึง Tacit Knowledge ออกมาจาก "จิต" ได้

ความรู้ในจิตเป็นความรู้ที่กลั่นและกรองออกเป็น "อณู" ที่เล็กและละเอียด

ความรู้จากหัวสมองเป็นความรู้ที่หยาบและ "ระคน" กัน

เมื่อใดที่ต้องการใช้ความรู้ที่ "ประณีต" ต้องรู้จักการฝึก "สมาธิ"

ดังนั้นการฝึกสมาธิที่กำลังฮิตตาม Trend ในสังคมปัจจุบันนั้น เราต้องรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ณ เวลานี้...

และถ้าเกิดบุคคลผู้ที่ใช้จิตดวงนั้นมี "ศีล" และ "ธรรม" งาม ความรู้ฝังลึกที่ผุดออกมานั้นจะประเสริฐและงดงามเป็นอย่างยิ่ง

เพราะว่า Input ที่จิตได้ประสบล้วนแล้วแต่มีความงดงาม

ความงดงามของ Input คือ การคิดดี พูดดี และทำดี

การคิด การพูด การทำที่ดี จะให้ดวงจิตนี้สั่งสมแต่คุณงามและความดี

เมื่อเราต้องการคิดสิ่งใด หรือต้องการความรู้ในเรื่องใด ๆ ฐานข้อมูลดี ๆ ของเราทั้งหลายก็จะผุด จะเสนอหน้ากันขึ้นมาให้เราหยิบ ให้เราฉวยใช้ได้อย่างมี "พลัง..."

เก็บดี สิ่งที่ผุดขึ้นมาก็ดี

เก็บขยะ สิ่งที่โผล่ขึ้นมาก็เสีย เน่าและเหม็นคละคลุ้งไปหมด

เริ่มต้นเก็บข้อมูลใส่จิตให้ดีในวันนี้ ในวันหน้าหากเราต้องการดึง Tacit Knowledge ออกมาก็ย่อมทรงคุณค่าและ "พลัง..."