ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง  สำหรับทุกเม้นท์จากบันทึกที่ ๔๐๑ เพราะการเม้นท์ทำให้คิดถึงเรื่องที่ฉันเคยอ่านผ่านมาเมื่อต้นปี  จากนิตยสารฉบับหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริงของคนทางบ้านเขียนส่งผ่านคอลัมน์ 

        เดือนเมษายนของปีนั้น  สุภาพสตรีท่านหนึ่งได้เดินทางไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดพิษณุโลก  พร้อมกับครอบครัว  แต่เนื่องจากเป็นการรวมญาติเธอกลัวเป็นที่อับอายต่อวงศาคณาญาติ  เธอจึงไปซื้อทองปลอมอันได้แก้สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ตุ้มหูและแหวน  ประดับพองาม  ไม่ให้เป็นที่ดูหมิ่นดูแคลนจากญาติ ๆ  

       วันหนึ่งเธอกำลังเดินเลือกสินค้าอยู่ที่ห้าง   เธอพบว่ามีคนสังเกตเธอเข้าแล้วเป็นสุภาพสตรีรูปร่างท้วม  เธอเดินวนเวียนดูสินค้าอยู่หลายประเภท  จนกระทั่งเธอไปลองชุดที่ห้องลอง  และออกมาพบสุภาพสตรีคนนั้นเดินเข้าไปห้องลองถัดจากเธอ 

      หลังจากนั้นสุภาพสตรีร่างท้วมคนนั้นรีบตามมาหาเธอและมีอาการตระหนกตกใจว่าเธอเก็บกระเป๋าตังค์ได้จากห้องเสื้อ  ในนั้นมีเงินสด  ๕๐๐๐  บาทและสร้อยทองอีกจำนวนหนึ่ง ... กระบวนการต้มตุ๋นได้เริ่มขึ้น...ฯลฯ

      เธอเล่าว่า ..  เธอได้พาสุภาพสตรีนักต้มตุ๋นคนนั้นไปตกลงที่ร้านอาหารในห้าง  และตกลงแบ่งทองตามข้อตกลง  แต่เธอขอเงิน ๕๐๐๐  บาทเป็นของแถมด้วย 

        เธอรีบเดินออกจากห้าง   กลับบ้านด้วยความเป็นสุข  ทองปลอมแลกทองปลอม   แถมได้กำไรเป็นเงินสดอีก  ๕๐๐๐  บาท  แบบนี้เรียกว่าเหนือเมฆยังมีเครื่องบินหรือจรวด