วัตถุทาน อภัยทาน ธรรมทาน

น้องขนุนหนัง  ชวนเข้าวัด-ทำบุญ
เนื่องในโอกาสวันออกพรรษา ....เป็นการทำบุญที่เรียกว่า  วัตถุทาน
(การทำบุญด้วยเงิน อาหาร เสื้อผ้า หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ)จึงไปซื้ออาหารแต่เช้าตรู่
เลือกเฉพาะแบบที่ตนชอบ   หลายคนเชื่อกันว่าทำบุญแบบไหนก็จะได้สิ่งเหล่านั้น
ตอบแทนเมื่อจิตละสังขารและเดินทางไปสู่อีกภพภูมิหนึ่ง  ..... ขนมไดฟุคุของโปรด...
น้ำดื่มแช่เย็น  ข้าวสวยกลิ่นหอมและกับข้าวอีกหลายถุง  พร้อมดอกไม้สีสวยอีก ๒ ช่อ 
ผ้าดิสเบรคจับจานเบรคเวลา 07.48 น. หน้าบ้านน้องขนุนหนังตามเวลาที่นัดหมาย
คือเวลา  07.50 น.เรื่องเวลานี่เป๊ะ.... ไม่ต้องห่วง

                  
การทำบุญครั้งนี้ถือว่าเป็นเทศกาลบุญใหญ่เช่นกัน มีกิจกรรมที่สืบทอดตามประเพณีทาง
พระพุทธศาสนาหลายอย่าง  มีการตั้งกองกฐินพระราชทานให้ร่วมทำบุญล่วงหน้า
ตั้งกองติดกัณฑ์เทศน์ตามประเพณี ๑๓ กัณฑ์ และการทำบุญเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ
เสียงประชาสัมพันธ์ว่ายังขาดเจ้าภาพอีก ๑ กัณฑ์   เราสบตากันเหมือนจะถามความเห็น
ผู้เขียนชิงกล่าวก่อนว่า  รับเป็นเจ้าภาพแต่ไม่มาฟังเทศน์ได้หรือไม่   ยังไม่ทันจะได้
ตัดสินใจ  โฆษกประกาศต่อว่า  ได้เจ้าภาพแล้ว เผอิญไม่ได้แจ้งชื่อไว้  ...   ตรวจสอบ
เงินในกระเป๋ามีแต่ธนบัตรใบละร้อยขึ้นไป จึงรู้สึกไม่สะดวกที่จะร่วมทำบุญหลายๆอย่าง

      

   ถามน้องขนุนหนังว่า มีเงินให้แลกบ้างไหม    น้องกล่าวว่า  มีแต่ธนบัตรใบละร้อย
เหมือนกัน ...ทำบุญไปเถอะ  เพราะเมื่อเช้าได้ทำทานไป ๑๐๐ บาทกับคุณลุงคนหนึ่ง
ท่าทางซอมซ่อ ถือถุงพลาสติกเก่าๆที่บรรจุเงินไว้แต่ทำเงินหล่นหายไปจำนวน๑๐๐บาท
เดินตามหาอย่างกังวลใจ   คงจะตั้งใจไปซื้ออาหาร
ได้ฟังแล้วรู้สึกยินดีไปด้วยที่น้องเขา
ได้มีโอกาสทำบุญกับผู้ที่เดือดร้อน   นำเงินใส่ซองร่วมทำบุญทอดกฐินไว้ล่วงหน้าเพราะ
รู้ตัวอยู่แล้วว่าไม่สามารถมาร่วมงานวันจริงได้ พร้อมทั้งเดินไปแลกเงินกับกองกลางเพื่อ
ทำบุญด้านอื่นๆด้วย   พบคุณครูเทพี เดชานนท์กับเพื่อนมารับกัณฑ์เทศน์ จึงได้ร่วม
ทำบุญด้วยกัน ปีๆหนึ่งมีโอกาสได้ทำบุญ-ทำทานบ่อยมาก  ทั้งกับญาติ-เพื่อน-คนรู้จัก
และไม่เคยรู้จักมาก่อน    ถือว่าเป็นการฝึกละกิเลสและต้องการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน
เพื่อต้องการลดละความตระหนี่ ความเห็นแก่ตัว ให้รู้จักเป็นผู้มีความเสียสละรู้จักแบ่งปัน
ให้ผู้อื่น
มากกว่าที่จะคิดหวังผลตอบแทนทั้งในชาตินี้หรือชาติหน้าแต่อย่างใด





       กุศลผลบุญอันจะเกิดจากวัตถุทานนั้น หาได้วัดกันที่จำนวนเงินหรือจำนวนสิ่งของ
เครื่องใช้ไม่ แต่เขาวัดกันที่องค์ประกอบ 3 อย่างคือ
1. ผู้มีความเต็มใจในการให้ ( ถึงพร้อมด้วยเจตนา )
2. วัตถุทานที่ให้นั้นได้มาด้วยความบริสุทธิ์ ( ถึงพร้อมด้วยไทยธรรม )
3. ผู้รับมีความบริสุทธิ์ ( ถึงพร้อมด้วยบุญเขตต์ )
     ดังนั้น...หากมีความเต็มใจในการทำบุญ  แม้เพียงแค่ 5 บาท 10 บาทแต่เป็นเงินที่
หามาได้อย่างสุจริตด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ก็ย่อมได้กุศลผลบุญมากกว่าการบริจาค
เงินเป็นร้อย  เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน หรือเป็นล้าน ด้วยเจตนาที่หวังอวดหรือเบ่งทับ
ผู้อื่น หรือว่าเงินที่บริจาคนั้นได้มาเพราะคดโกงเขา   การทำบุญที่ได้ผลบุญมากกว่า
วัตถุทานคือ 
อภัยทาน  ให้อภัย  ไม่คิดโกรธเคือง  และที่ได้บุญมากที่สุดคือ ธรรมทาน
คือ การทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้องเพราะธรรมะคือหน้าที่

 
              
  

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6185

http://www.dhammasavana.or.th/article.php?a=131

http://www.pongrang.com/web/data/lern/dnfe5.nfe.go.th/ilp/41006/41006-01.HTM