ความคิดที่กำลังพุ่ง ตอนที่ความคิดมัน "เกิด" นั้น ก็ต้องรีบ "ถอด" เร่ง "บันทึก" เดี๋ยวจะงงงัน เพราะถ้าเลยเวลานั้นเดี๋ยวจะ "ไม่มีอารมณ์..."

Tacit Knowledge ต้องใช้สภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อ "อารมณ์" เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก
พอสภาพแวดล้อมได้ บริบทเหมาะ ความรู้ที่ฝังอยู่ก็ "ผุด" ขึ้นมาซะอย่างงั้น
ถ้าผุดขึ้นมาแล้วก็ต้องรีบเขียน รีบบันทึกอย่างนี้แหละเน๊อะ

หลาย ๆ ครั้งที่ความคิดมัน "พุ่ง" ขึ้นมาตอนที่เรา "ติดงาน"
พอตั้งใจว่าจะเข้ามาเขียนตอนที่ว่าง ก็เขียนไม่ได้ หรือเขียนได้ก็ไม่ได้ตามที่ใจหมาย

สิ่งนี้เป็นโจทย์ที่น่าคิด
เพราะความคิดที่ "พุ่ง" ขึ้นมานั้น ไม่ใช่ความรู้ที่ "คิด" หรือ "นึก" เอาได้
ความรู้ที่พุ่งขึ้นมานั้นเป็นความรู้ที่อยู่ดี ๆ มันก็ "โผล่" ขึ้นมาจาก "ดวงจิต"

จิตที่เก็บสะสมอะไรไว้มาก  ๆ
และเมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย
สภาพแวดล้อมนี้คือ "กายและจิต"
กายได้สัมผัส เย็น ร้อน อ่อนแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตที่ "สงบ" ความรู้มันก็ "ผุด" ขึ้นมาดื้อ ๆ ซะอย่างนั้น
หนึ่งในความรู้ที่ฝังลึกที่จะขุดออกมาได้นั้น ก็เกิดขึ้นได้จากกระบวนการของกายและจิตอย่างนี้...

ดังนั้น ก็ไม่ต้องสงสัยหากใครมาเจอคนที่ดูแปลก ๆ อยู่ดี ๆ ก็ต้องรีบคว้า รีบหากระดาษมาเขียน ถึงแม้นว่าจะอยู่บนโต๊ะอาหาร
เพราะอยู่ดี ๆ ความรู้มันก็เกิด มันก็มีขึ้นมาซะอย่างนั้น

ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) จึงได้แก่ สิ่งที่ผุดขึ้นมาจากดวงจิต เป็นสรรพสิ่งที่ดวงจิตในเคยสัมผัสและเก็บไว้
ดวงจิตนี้เป็นจึง "ฮาร์ดดิสก์" ที่ใหญ่มาก

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า เราจะสามารถดึงความรู้ต่าง ๆ ที่จิตเก็บไว้ขึ้นมาใช้ได้อย่างไร

คนที่ไม่เคยฝึกจิต ก็ต้องรอเวลา รอโอกาสที่สภาพแวดล้อมพร้อม คือ กายและใจพร้อม กายถูกกระทบ จิตพอที่จะมี "ความสงบ" ความรู้ที่ฝังอยู่นั้นก็จะได้พบ "รู" แยกที่แตกออกซึ่งสามารถจำทำให้ความรู้นั้นโผล่ขึ้นมาได้

แต่ทว่า เจ้า "รู" นี้มันเป็น "รู" ที่ "ยืดหยุ่น" คือ เมื่อโผล่ปุ๊บมันก็จะหุบปั๊บ ถ้าเราไม่รีบเด็ด รีบตัดความรู้ที่มันโผล่ขึ้นมา ความรู้นั้นก็จะ "ผลุบ" กลับคืนสู่หลุมลึก ณ จุดเดิม

ดังนั้นเมื่อความรู้ฝังลึกนั้นหลุด นั้นรั่วออกมาแล้วจึงต้องรีบดัก รีบตัด รีบตัก รีบตวง ความรู้ที่โผล่ขึ้นมา ณ เวลานั้นให้ได้
เพราะถ้าเราปล่อยให้เลยเวลานั้นแล้ว เป็นเรื่องที่ยากนักที่จะทำให้สิ่งที "ผลุบ" ลงไปแล้ว "โผล่" ขึ้นมาใหม่ได้

เทคนิคในการ "จัดการ" ความรู้ฝังลึกนั้นจึงต้อง "ว่องไว" ถ้าเจอตัวการณ์แล้วต้องรีบจับไว้ ไม่ปล่อยให้หลุดมือไป
ความรู้ฝังลึกโผล่มาเมื่อใดต้อง "พร้อม" ที่จะ "สแกน" ความรู้นั้นเก็บไว้ให้ทันท่วงที
ต้อง "เกี่ยว" ปลายที่โผล่ขึ้นมานั้นไว้ให้ได้
เมื่อ "เกี่ยว" แล้วต้องพยายาม "ดึง" ขึ้นมาจาก "หลุม" ให้ได้มากที่สุด

การทำจิตนิ่ง ๆ แล้วรีบเขียน รีบบันทึก สานต่อความรู้ ความคิด ณ ตรงนั้นจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง
ยิ่งคิดมาก ก็เปรียบได้กับการพยายามดึงความรู้ขึ้นจากหลุมให้มากเท่าที่จะมากได้
 
คิดมันตรงนั้น ณ เวลานั้น คิดไป เขียนไป ปล่อยไป ปล่อยให้ไหลไปเรื่อย ๆ
อะไรมันโผล่พ้นขึ้นมาจาก "หลุม" ให้รีบกัก รีบเก็บ
กักเก็บแล้ว อีกมือหนึ่งก็ดึงมันขึ้นมาอีก
มือหนึ่งดึง มือจับตัก จับให้มั่น คั้นให้ตาย
เมื่อความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) โผล่มาเมื่อใด ต้องรีบบันทึกไว้ในทันที...


ที่มาจากบันทึก กระบวนการเรียนรู้ R2R ที่ได้เกิดขึ้น ณ รพ.สุวรรณคูหา หนองบัวลำภู