การปกครองที่ดีที่สุด คือการปกครองให้น้อยที่สุด
ประเทศใดๆในสังคมโลก ย่อมมีผู้นำและผู้ตาม มีผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง
ฝูงชนต้องนำฝูงสัตว์ต้อง ฉันใดก็ฉันนั้น แต่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด การพึ่งพา เกื้อกูลอาทรต่อกันเป็นสิ่งที่มนุษยชาติ อันเป็นสัตว์ประเสริฐ พึงปรารถนาต่อกันและกัน โดยยึดศักดิ์ศรีความเป็นคน ให้เกียรติต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
พื้นที่การเมืองภาคประชาชนหายไปไหน?
ท่านพร้อมหรือยังที่จะพยายามร่วมสร้างทางเลือก?
สถาบันอิสานภิวัตน์
-----------------------------------------------
ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสองซีกของชนชั้นปกครองไทย ซึ่งเริ่มรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๙ เครือข่ายต่างๆและองค์กรต่างๆ ของภาคประชาชน ถูกสะกดจิตให้เลือกข้าง สนับสนุน และคล้อยตามการนำของสองซีกที่ตีกัน โดยลืมประวัติศาสตร์ จุดยืนเคียงข้างคนจน และอุดมการณ์ มีการแสวงหาเจ้านายและแนวร่วมทางการเมืองในแวดวงชนชั้นปกครอง และหันหลังให้ชาวบ้าน กรรมาชีพ และคนจน
คำถามที่เราต้องตะโกนถามคือ “พื้นที่การเมืองภาคประชาชนคนจนหายไปไหน?” จำได้ไหม อุดมการณ์ที่เครือข่ายภาคประชาชนและเอ็นจีโอเคยมีหลังป่าแตก?
จำได้ไหม คำขวัญว่า “คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน”?
จำได้ไหม จุดยืนที่ภาคประชาชนแนวอนาธิปไตยเคยมีเรื่องการ “หันหลังให้รัฐ”
จำได้ไหมว่า นักเคลื่อนไหวภาคประชาชนเสียสละมานานเพื่อคัดค้านเผด็จการทหารและเผด็จการของระบบราชการ?
ตอนนี้เห็นผู้นำบางส่วนของภาคประชาชนใน กปอพช. ในเครือข่ายเอดส์ ในสหภาพแรงงานรถไฟและการบินไทย ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนคำขวัญใหม่ที่ประกอบไปด้วยอุดมการณ์ “การเมืองใหม่ต้องลดพื้นที่ประชาธิปไตยในสองสภา” “ชาวบ้านไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะลงคะแนนเสียงได้” และ “คำตอบอยู่ที่กองทัพ ศาล และสถาบันการเมืองของคนชั้นสูงอื่นๆ รวมถึงสถาบันกษัตริย์” มีการปลุกระดมแนวชาตินิยมอย่างที่จอมพลป. หรือจอมพลสฤษดิ์ เคยทำ
ในขณะเดียวกันข้อเสนอต่างๆ เรื่องการสร้างรัฐสวัสดิการ การเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวยทุกภาคส่วน การเพิ่มอำนาจของชาวบ้านในการกำหนดชีวิตตนเอง การดูแลคนป่วยโดยระบบสาธารณะสุขของรัฐที่มีคุณภาพ การปกป้องฐานะทางเศรษฐกิจของคนงาน และการสร้างสหภาพแรงงานที่เข้มแข็ง การรักษามาตรฐานสิทธิมนุษยชนของประชาชนชาวมุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้ การเคารพคนงานพม่า การสร้างสื่อของภาคประชาชนเอง ...ฯลฯ ล้วนแต่ถูกลืมไปหมด
กรณีผู้นำสหภาพแรงงานรถไฟ และการบินไทย เป็นตัวอย่างที่แย่มาก ในอดีตสหภาพเหล่านี้ไม่ออกมาปกป้องผลประโยชน์ลูกจ้าง เช่น ในกรณีรถไฟมีคนงานเหมารายวันจำนวนมากที่ไม่มีสวัสดิการเหมือนคนอื่นในรัฐวิสาหกิจ แต่ผู้นำสหภาพไม่เคยออกมาต่อสู้ในเรื่องนี้อย่างจริงจังเหมือนสหภาพแรงงานเอกชนในภาคตะวันออก ในกรณีการบินและสนามบิน ใครๆ ก็ทราบว่าเป็นแหล่งหากินสำหรับทหารมานาน แต่สหภาพไม่กล้าออกมาคัดค้านปัญหาแบบนี้โดยตรง
ตอนนี้ทั้งสองสหภาพแรงงานออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องพันธมิตรเพื่อเผด็จการและระบบเศรษฐกิจที่เป็นผลเสียต่อคนจน เป็นการออกมาปกป้องรุ่นพี่ในขบวนการและเจ้านายแทนที่จะดูแลสมาชิก และความกล้ามาจากการอนุญาตจากเบื้องบน และ
เราเห็นนักเคลื่อนไหวอีกกลุ่มหนึ่ง สนับสนุนรัฐบาลไทยรักไทยและรัฐบาลพลังประชาชนที่มีประวัติและจุดยืนชัดเจน ในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ทั้งในสงครามยาเสพติดและภาคใต้ รัฐบาลนี้และรัฐบาลที่แล้วเต็มไปด้วย นักการเมืองที่ขยันกอบโกยความร่ำรวยเข้ากระเป๋าตนเองตามวัฒนธรรมประเพณีของชนชั้นปกครองไทย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองพลเรือนทุกพรรค หรือนายทหารเผด็จการ พร้อมกันนั้นนักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนรัฐบาลมีการออกมาชมตำรวจ และด่ายุทธวิธีการใช้มวลชนของพันธมิตรฯ ด้วยวาจาที่คล้ายคลึงคำวิจารณ์ที่รัฐเคยใช้กับภาคประชาชนในอดีต ปัญหาของชาวบ้าน เกษตรกรคนจน ชาวประมง กรรมาชีพ และนักสหภาพแรงงานที่ถูกข่มขู่ ไม่ได้หายไปไหน ปัญหาของคนจนร้ายแรงขึ้นท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กำลังทวีมากขึ้น แต่เรื่องเหล่านี้ถูกลืมท่ามกลางมวยผู้มีอภิสิทธิ์การปฏิเสธการเมืององค์รวม เพื่อเน้นการปฏิบัติประเด็นเดียว การปฏิเสธทฤษฏีเศรษฐศาสตร์การเมืองและปล่อยให้ฝ่ายนายทุนผูกขาดข้อเสนอทางเศรษฐศาสตร์ การใช้ระบบ”ลอบบี้”เพื่อขอความช่วยเหลือจากทุกรัฐบาล
ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย หรือ เพื่อไทย การปฏิเสธประชาธิปไตยตัวแทนทุกรูปแบบ และการปฏิเสธประเด็นชนชั้น และการสร้างพรรคการเมืองของภาคประชาชน ล้วนแต่ช่วยทำให้เราอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ทุกวันนี้ เราถูกสะกดจิตให้ชม และร่วมเชียร์ความขัดแย้งระหว่างสองซีกของชนชั้นปกครองที่เป็นศัตรูของประชาชนคนยากคนจน แต่มันไม่สายเกินไปที่จะแก้ไขท่ามกลางความตื่นเต้นกับมวยทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น เราจำเป็นต้องทบทวนความจริงเกี่ยวกับสองซีกของชนชั้นปกครองที่กำลังตีกัน เพราะดูเหมือนมีการ “พักสมอง” เพื่อไปเชียร์แต่ละข้างในละครมวย
1. อดีตซีกรัฐบาล/ไทยรักไทย/พลังประชาชน(ในอดีต) เป็นนักการเมืองของชนชั้นนายทุนที่มีนโยบายเพื่อพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้า สำหรับนายทุนและ เพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกาภิวัตน์ได้ ยุทธวิธีสำคัญของเขาคือการสร้างฐานสนับสนุนการเลือกตั้งจากประชาชน ผ่านนโยบายที่เป็นประโยชน์สำหรับคนจนจำนวนมาก เขาเข้าใจดีว่าการ พัฒนาสังคมทำไม่ได้ถ้าหันหลัง ปราบปราม และถุยน้ำลายใส่คนจน ซึ่งเป็นยุทธวิธีเดิมของชนชั้นปกครองไทย
แต่เราไม่สามารถสนับสนุนซีกนี้ได้เพราะ ทุกอย่างที่เขาทำ ทำไปเพื่อประโยชน์ชนชั้นนายทุน ประโยชน์ที่คนจนได้มาเป็นผลข้างเคียงเท่านั้น ซีกนี้ไม่ต้องการเก็บภาษีก้าวหน้าเพื่อสร้างรัฐสวัสดิการ ไม่ต้องการขยายพื้นที่ประชาธิปไตยไปไกลกว่าระบบรัฐสภาน้ำเน่า
ดังนั้นไม่มีข้อเสนอในการเพิ่มอำนาจให้ภาคประชาชน สหภาพแรงงาน กลุ่มเกษตรกร และซีกนี้พร้อมจะละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคใต้และสงครามปราบยาเสพติด
2. ซีกต่อต้านไทยรักไทยและทักษิณ ซีกนี้ซับซ้อนกว่าซีกแรก เพราะประกอบไปด้วยสี่กลุ่มหลักคือ
A.พันธมิตรฯ
B.ทหารเผด็จการที่อ้างความชอบธรรมจากเจ้า
C.ศาลที่อยู่ใต้อิทธิพลทหารรักเจ้า และ
D.พรรคประชาธิปัตย์ ฐานมวลชนของพันธมิตรฯมีแค่ชนชั้นกลาง
แต่อำนาจที่เขาหวังใช้อยู่ที่ทหารพร้อมกับการอ้างความชอบธรรมจากเจ้าสิ่งที่สำคัญคือ เราไม่ควรมองว่า สี่กลุ่มนี้ประสานงานกันอย่างแนบเนียน เพราะต่างฝ่ายต่างทำในสิ่งที่ตนต้องการเพียงแต่ร่วมมือกันเมื่อผลประโยชน์ตรงกันเท่านั้น ไม่ได้เป็นหนึ่งเดียว ซีกนี้เป็นซีกอนุรักษ์นิยมสุดขั้วของชนชั้นนายทุน เราไม่ต้องหลงคิดว่า พันธมิตรฯเป็นส่วนหนึ่งของภาคประชาชนอีกแล้ว ซีกนี้ไม่สนับสนุนแม้แต่ประชาธิปไตยรัฐสภา เห็นชอบกับเผด็จการหลายรูปแบบ อ้างเจ้าเสมอ และปลุกระดมชาตินิยมสุดขั้ว และเราควรชัดเจนว่า ซีกนี้คือ ซีกนายทุนแบบหนึ่ง ไม่ใช่ศักดินาซึ่งหมดยุคไปนานแล้ว ซีกนี้ใช้นโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมสุดขั้วพร้อมกับนโยบาย “จำกัดการหมุนเวียนของเงิน” (Monetarism) ซึ่งเป็นนโยบายที่จำกัดค่าใช้จ่ายของรัฐและบริษัท (วินัยทางการคลัง) เพื่อให้รัฐและนายจ้างกดค่าแรง และตัดค่าใช้จ่ายที่เป็นประโยชน์แก่คนจนนโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดี เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสื้อคลุมเพื่อให้ความชอบธรรมกับนโยบายดังกล่าว
ยุทธศาสตร์ของพันธมิตร เช่นความคิดของพิภพ คือการสร้างสถานการณ์ความปั่นป่วนสุดขั้ว เพื่อกวาดล้าง “การเมืองเก่า” ออกไปท่ามกลางความพังทะลายของสังคม เขาหวังจะนำระบบเผด็จการ (การเมืองใหม่) เข้ามาบนซากความพังทลายของสังคมดังกล่าว เขาต้องการความรุนแรง เขาจะไม่หยุดจนกว่าจะแพ้หรือได้ตามที่ต้องการ นี่คือสาเหตุที่มีการสะสมอาวุธ
เราไม่ควรแคร์ หรือสนใจที่จะปกป้องรัฐบาลนี้ ทั้งๆ ที่มันมาจากการเลือกตั้งและเสียงของคนส่วนใหญ่ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า เราจะเห็นด้วยกับรัฐบาลเผด็จการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น “รัฐบาลแห่งชาติ” รัฐบาลที่มาจากรัฐประหารทหาร หรือจากรัฐประหารเงียบผ่านศาลที่สั่งยุบพรรค ถ้ารัฐบาลนี้ลาออกหรือถูกล้ม เราต้องย้ำว่ารัฐบาลใหม่ต้องมาจากกระบวนการประชาธิปไตยที่ดีกว่านี้ ดีกว่ารัฐธรรมนูญคมช.
เราไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลแห่งชาติ
เราไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร
เราคัดค้าน “การเมืองเผด็จการใหม่” ของพันธมิตรฯที่ต้องการลดพื้นที่ประชาธิปไตยเพราะมองว่าชาวบ้านโง่
เรามองว่า คนจนต้องกำหนดว่า ใครจะเป็นรัฐบาล ไม่ใช่พันธมิตรฯ ทหาร ศาล นักวิชาการ ฯลฯ
ดังนั้นเราต้องชัดเจนในการเสนอรูปแบบการปฏิรูปสังคมเพื่อเพิ่มพื้นที่ประชาธิปไตยให้กับประชาชน
เราต้องผลักดันให้ลดบทบาททหาร ตัดงบประมาณทหาร ยกเลิกกฎหมายความมั่นคง
ต้องพูดถึงการปฏิรูปศาลและระบบยุติธรรม เพราะทุกวันนี้ ประชาชนตรวจสอบและควบคุมศาลไม่ได้ ไม่มีระบบลูกขุน และมีสองมาตรฐานในระบบยุติธรรมเสมอระหว่างคนจนกับคนรวย หรือระหว่างสหภาพแรงงานกับนายจ้าง
เราต้องหาทางฟื้นวาระภาคประชาชนและสร้างทางเลือกที่สามของคนจน
เราคงต้องร่วมกันคิด และนี่คือข้อเสนอเบื้องต้น
1. เราควรร่างคำประกาศเจตนารมณ์ (หรือจะเรียกอย่างอื่นก็ได้) ขององค์กรและบุคคลในภาคประชาชน ที่ไม่พอใจกับการที่วาระประชาชนถูกละเลยมาท่ามกลางการต่อสู้ของสองซีกของชนชั้นปกครองตั้งแต่กลางปี ๒๕๔๙ พวกเราต้องประกาศว่าเราต้องการสร้างแนวทางที่สาม ที่เป็นแนวอิสระของภาคประชาชน กระบวนการในการทำคำประกาศนี้ควรจะนำไปสู่การรื้อฟื้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการปฏิรูปสังคม นำไปสู่การพิจารณาเรื่องพรรคใหม่ และการจัดสมัชชาสังคมขนาดเล็กของกลุ่มคน “สองไม่เอา” ในปีหน้า และที่สำคัญคือจะเป็นการปักธงอิสระในสังคม ชักชวนให้คนมาทางนี้
2. เราต้องหาทางจัดเวทีต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องการต่อสู้ของสหภาพแรงงาน ปัญหาการล้มสหภาพ ปัญหาการรับเหมาและความมั่นคงในการทำงาน ปัญหาการแปรรูป ปัญหาค่าจ้างและสวัสดิการ และเราต้องพยายามศึกษาประเด็นสากลด้วย เพราะประเทศไทยไม่ใช่เกาะอิสระที่ไม่เกี่ยวกับระบบโลกาภิวัตน์
3. เราต้องหาทางจัดเวทีเรื่องวิธีการ ข้อถกเถียง และการลงมือ สร้างพรรคใหม่ของภาคประชาชน สื่อภาคประชาชน และการสร้างความอิสระเข้มแข็งของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม
4. เราต้องหาทางจัดเวทีเรื่องภาคใต้ รัฐชาติ ชาตินิยม ราชานิยม ทุกวันนี้ภาคใต้เต็มไปด้วยความรุนแรง และกระแสหลักๆ ได้แต่โทษคนมาเลย์มุสลิม แทนที่จะโทษรัฐไทยและกดดันให้รัฐเปลี่ยนท่าที กระแสราชานิยมถูกใช้เพื่อให้คนคิดไม่เป็น วิเคราะห์เศรษฐศาสตร์ไม่เป็น วิเคราะห์ปัญหาปฏิรูปไม่เป็น และเพื่อปิดปากคนที่คิดต่างจากผลประโยชน์ชนชั้นปกครอง ดังนั้นเราต้องก้าวพ้นปัญหานี้ให้ได้ ต้องเลิกกลัวที่จะคิดเองสักที
5. เราต้องรณรงค์เรื่องการสร้างรัฐสวัสดิการและระบบภาษีก้าวหน้า
6. เราต้องคุยเรื่องการปฏิรูประบบยุติธรรมแบบถอนรากถอนโคนงานที่พูดถึง ต้องเป็นงานที่ดึงนักสหภาพแรงงาน เกษตรกรคนจน นักศึกษา และนักเคลื่อนไหวธรรมดาๆ เข้าร่วมด้วยกัน โดยไม่แยกส่วนแยกประเด็น เราต้องเจียมตัวว่า เราเล็ก เรากำหนดทิศทางการต่อสู้ระหว่างสองซีกของชนชั้นปกครองไม่ได้ แต่เราคือผู้ที่ต้องรับภาระในการสร้างจุดยืนอิสระของชนชั้นล่าง นักเคลื่อนไหวอื่นๆเขาจะไม่ทำ แต่คนที่ไม่พอใจกับสถานการณ์ปัจจุบันมีมากมาย เพียงแต่เขาอาจสับสนและไม่มีการจัดตั้ง หลายคนมองอย่างผิดพลาดว่า “เราทำอะไรในช่วงนี้ไม่ได้ ต้องรอให้ความขัดแย้งสงบก่อน” เขาผิดพลาดเพราะเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆเร็วๆ และถ้าจบบนเงื่อนไขชนชั้นปกครอง ไม่ว่าซีกใด พื้นที่ประชาธิปไตยและพลังของภาคประชาชนจะลดลงอีก
เราไม่ควรลืมว่า คนส่วนใหญ่ในชนบทเกลียดพันธมิตรฯ คนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ และคนในสามจังหวัดภาคใต้ เกลียดรัฐบาล
แต่ในขณะเดียวกันไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร คนงานธรรมดากังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้อและความมั่นคงในชีวิตและการทำงาน ทั้งสองซีกของชนชั้นปกครองไม่สนใจคนเหล่านี้และตีกันเพื่อประโยชน์ตนเองเท่านั้น
ท่าน พร้อมหรือยังที่จะพยายามร่วมสร้างทางเลือก?
ท่าน เท่านั้นคือ คำตอบ !